bitkub-banner

‘ดร.โสภณ’ โต้เดือดอสังหายังไม่ตาย หลัง ‘ดร.เอ็ม’ ชี้ อสังหาฯกำลังขาดสภาพคล่อง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ชนวนเหตุเปิดศึกแลกหมัดทางความคิดระหว่าง ดร.เอ็ม ผู้ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มดีไฟน์ FWX กับ ดร.โสภณ กูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง หลังฝ่ายแรกโพสต์ชี้เป้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังเผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนักจนขายไม่ออก
  • ดร.โสภณ คอมเมนต์สวนทันควันระบุเต้าข่าวลอยๆแต่ความเดือดปะทุรอบสองเมื่อ ดร.โสภณ โพสต์หาคน ขอจำนองคอนโดมิเนียมมูลค่า 1,200 ล้านบาทนอกระบบธนาคาร ดร.เอ็ม ช้อนสเตตัสแชร์ต่อ ยันนี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า เงินในตลาดอสังหาหายากของจริง
  • ฝั่งดร.โสภณ โต้กลับแจงโครงการขายได้ลอยลำแล้ว พ่วงหันไปกล่าวถึงวงการคริปโต ตอกย้ำว่า ราคาอสังหาไม่มีวันดิ่งร่วงหายวับไปแทบหมดเหมือนบิตคอยน์แน่นอน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

มหากาพย์การดีเบตในรอบนี้ เป็นเพียงกระแสข่าวไวรัลบนโลกโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ อุปทาน หรือปริมาณเงินทุนหมุนเวียนบนบล็อกเชน

กลายเป็นไวรัลเดือดที่ทำเอาโซเชียลและชุมชนนักลงทุนชาวไทย ต้องหันมาจับตามอง ระหว่าง ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดร.เอ็ม” ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาแพลตฟอร์ม DeFi อย่าง FWX รวมถึงเป็นอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเจ้าของเพจ “ติดเล่ากับอาจารย์เอ็ม เฟซจริง ”  กับ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ร่วมเปิดศึกแลกหมัดทางความคิด จากชนวนเหตุที่สะท้อนถึงเศรษฐกิจ และสภาพคล่องในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ 

เรื่องราวความเดือดนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อ ดร.เอ็ม ได้โพสต์สเตตัสสะกิดใจคนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่า ในปีที่ผ่านมา อสังหาหลายโครงการกำลังเผชิญวิกฤต “ขาดสภาพคล่อง” อย่างหนัก ราคาประเมินในเล่มอาจจะดูสูงลิ่ว แต่ในความเป็นจริงกลับลดแลกแจกแถมยังไงก็ขายไม่ออก จนต้องแปะแฮชแท็กเจ็บๆ ว่า #ทำอสังหาหวังขี่เจ็ท แต่ต้องน้ำตาเช็คขี่แมงกาไซแทน

งานนี้ทำเอา ดร.โสภณ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ นั่งไม่ติด มาคอมเมนต์สวนกลับทันควันในทำนองว่า ข้อมูลนี้เป็นเรื่องเท็จหรือเปล่า? อย่าพูดลอยๆ หรือเต้าข่าวขึ้นมาเอง

ที่มาภาพ : Facebook 

จากเหตุการณ์นั้น เหมือนเรื่องจะจบแต่ก็ยังไม่จบ เพราะล่าสุดในวันนี้ (วันที่ 10 มิถุนายน) ดร.โสภณ ได้โพสต์ข้อความลงเพจส่วนตัวเพื่อหาแหล่งเงินทุน โดยระบุว่า มีคอนโดฯ มูลค่า 1,200 ล้านบาท แต่ต้องการขอจำนองเพียง 400 ล้านบาทเท่านั้น ใครมีเงินให้ทักมาได้เลย

จังหวะนี้เองที่ทำให้ ดร.เอ็ม ช้อนสเตตัสนั้นมาแชร์ต่อทันที พร้อมโต้กลับว่า นี่แหละคือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ยืนยันว่า สิ่งที่ตนพูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่การเต้าข่าว เพราะขนาดโครงการมูลค่าสูงลิ่วขนาดนี้ ยังต้องมาหาคนปล่อยกู้นอกระบบแบงก์ สะท้อนให้เห็นว่า “ตอนนี้ตลาดอสังหาฯ เงินมันหายากขนาดไหน”

ที่มาภาพ : Facebook 

เมื่อโดนสวนกลับ ดร.โสภณ ก็ไม่อยู่เฉย รีบออกมาชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวนั้นขายได้ “ลอยลำ” ไปแล้ว และไม่วายหันไปกล่าวถึงวงการคริปโท ซึ่งเป็นสิ่งเชี่ยวชาญของ ดร.เอ็ม ว่า สถานการณ์อสังหาฯ นั้นต่างจากบิตคอยน์มาก เพราะบิตคอยน์นั้นขนาดกูรูอย่าง ดร.เอ็ม ก็อาจจะเจ๊งหนักอยู่ หรือที่ผ่านมาอาจจะแค่ “เชียร์แขก” ให้เข้ามาซื้อหรือไม่

ด้าน ดร.เอ็ม ก็ไม่ปล่อยให้ความสงสัยลอยนวล ออกมาตั้งคำถามกลับแบบนิ่มๆ แต่เจ็บลึกว่า “ถ้าสร้างแล้วขายได้ลอยลำ แปลว่าของเป็นของผู้ซื้อแล้วใช่ไหม? แล้วถ้าเอามาจำนองหาเงิน แปลว่าของยังเป็นของผู้ขายอยู่หรือเปล่า? ฝาก ดร. ช่วยชี้ทางสว่างที”

ความร้อนแรงยังไม่จบแค่นั้น  ดร. เอ็มยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “วันนั้น ดร. แกถามว่า ผมเต้าข่าวไหม ขอหลักฐานว่าโครงการไหน วันนี้ ขายได้ลอยลำ ดร. เต้าข่าวไหมครับ ผมขอหลักฐานหน่อยว่าโครงการไหน”

ที่มาภาพ : Facebook 

พร้อมกับทิ้งท้ายเตือนสติคนในวงการว่า ช่วงนี้คนขาดสภาพคล่องกันเยอะมากจริง ๆ แม้ราคาประเมินจะสูง แต่ต่อให้หั่นราคาขายครึ่งหนึ่ง หรือจะไปขอกู้แบงก์ก็ยังทำได้ยาก 

ยิ่งทำให้ ดร.โสภณ ออกมาตอกย้ำหมัดสุดท้ายแบบเจ็บๆ ว่า ไม่ได้เต้าข่าวหรอก แค่มโนไปเอง พร้อมย้ำว่า อสังหาฯ หรือสินทรัพย์อื่นๆ มันมีขึ้นมีลงตามกลไก แต่ราคาของมันไม่มีทางหายวับไปกับตาแทบหมดเหมือนบิตคอยน์


มุมมองผู้เขียน : สงครามทางความคิดของ ดร. ทั้งสองท่านในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การปะทะฝีปาก แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงภาพความจริงของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ สภาพคล่องกำลังเป็นสิ่งที่มีค่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือโลกสินทรัพย์ดิจิทัลก็ตาม