bitkub-banner

เซลส์หนุ่ม ‘ลาออกจากงาน’ ปั้นบอทเทรด Polymarket โกยกำไรทะลุ 10 ล้านบาทในเดือนเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อดีตเซลส์แมนอายุ 29 ปีจากรัฐโอคลาโฮมา ลาออกจากงานประจำ ก่อนใช้ AI สร้างระบบเทรดอัตโนมัติบน Polymarket จนทำกำไรได้กว่า 306,000 ดอลลาร์ (ราว 10 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 1 เดือน
  • เจ้าตัวไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม แต่ใช้ AI อย่าง Claude ช่วยสร้าง Simulation Engine และทีม AI Agent จำนวน 6 ตัวสำหรับค้นหาโอกาสทำกำไรแบบ Arbitrage
  • กลยุทธ์ไม่ได้ทำนายผลเลือกตั้งหรือกีฬา แต่เน้นเก็บ “ส่วนต่างราคา” ที่เกิดจากความไม่มีประสิทธิภาพของตลาด ทำให้ระบบสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

อดีตเซลส์แมนวัย 29 ปีจากรัฐโอคลาโฮมา กลายเป็นกระแสในวงการคริปโต หลังลาออกจากงานประจำมาใช้ AI อย่าง Claude สร้างระบบเทรดอัตโนมัติบน Polymarket ทั้งที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโค้ด จนทำกำไรได้กว่า 306,000 ดอลลาร์ หรือราว 10 ล้านบาท ในเวลาเพียงเดือนเดียว โดย AI Agent ทั้ง 6 ตัวไม่ได้ทำนายผลเลือกตั้งหรือกีฬา แต่ใช้กลยุทธ์ Arbitrage คอยหาช่องว่างของราคาที่ผิดปกติเพื่อเก็บกำไรครั้งละ 1.5-3% ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโอกาสลักษณะนี้อาจหายไปได้ทุกเมื่อ หาก Polymarket ปรับปรุงระบบและอุดช่องโหว่ในอนาคต

หากพูดถึงเรื่องราวที่กำลังเป็นไวรัลในชุมชนคริปโตฝั่งต่างประเทศ คงต้องยกให้เรื่องราวของอดีตเซลส์แมนหนุ่มวัย 29 ปีจากรัฐโอคลาโฮมา ผู้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาลุยตลาดคริปโตแบบเต็มตัว 

สิ่งน่าสนใจคือ เขาไม่ได้เทรดมือเหมือนคนอื่นทั่วไป แต่เขาใช้ AI ในการสร้างเครื่องจักรทำเงินอัตโนมัติบน Polymarket จนกวาดกำไรไปได้มากถึง 306,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 10 ล้านบาทภายในเดือนเดียว

สิ่งที่จุดประกายให้หลายคนอยากลองทำตามคือ ชายคนนี้ไม่มีพื้นฐานการเขียนโค้ดหรือการเงินเชิงลึกใด ๆ เลยแม้แต่น้อย แต่เขาอาศัยการป้อนคำสั่งให้ AI อย่าง Claude เป็นผู้ช่วยเขียนโค้ดสร้าง Simulation Engine หรือระบบจำลองการลงทุนขึ้นมาทั้งหมด 

เขาใช้มันปั้นทีม AI Agent จำนวน 6 ตัวขึ้นมาทำงานสอดประสานกัน ซึ่งแนวทางนี้แสดงให้เห็นว่าใครๆ ก็สามารถเริ่มต้นสร้างระบบของตัวเองได้ หากมีความเข้าใจในการวางโครงสร้างและใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์

ระบบของเขาถูกออกแบบมาให้แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน โดย Agent ตัวแรกจะรับหน้าที่ Market Scanner กวาดสายตาดูตลาดทุกวินาทีเพื่อส่งต่อให้ตัวที่ 2 ซึ่งเป็น Mispricing Detector คอยหาช่องโหว่ที่ราคาฝั่ง Yes และ No รวมกันแล้วต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ 

จากนั้นตัวที่ 3 จะรับบท Risk Manager เพื่อควบคุมความเสี่ยงของขนาดไม้เทรด ส่วนตัวที่ 4-6 จะคอยจัดการส่งคำสั่งซื้อขาย ทำการทดสอบกลยุทธ์ย้อนหลัง และปรับปรุงระบบให้ฉลาดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

กลยุทธ์หลักของ AI ไม่ใช่การพยายาม “ทำนาย” ผลลัพธ์ของเหตุการณ์อย่างการเลือกตั้งหรือผลกีฬา แต่เป็นการทำ Arbitrage ที่เน้นหาโอกาสตอนตลาดยังปรับราคาไม่สมดุล 

ระบบจะเข้าซื้อทั้งสองฝั่งเพื่อล็อกกำไรเล็ก ๆ ระดับ 1.5 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ ข้อดีคือ ระบบสามารถรันได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด และมีค่าเฉลี่ยการออกออเดอร์สูงถึง 41 ครั้งต่อชั่วโมง

แม้ Win Rate หรืออัตราการชนะของ AI ตัวนี้ จะไม่สูงมาก โดยอยู่ที่ราว 58 เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยความถี่และการเก็บส่วนต่างเล็กน้อยสะสมบ่อยๆ ทำให้กำไรทบต้นกลายเป็นตัวเลขมหาศาล เฉลี่ยแล้วเขาฟันรายได้วันละกว่า 15,000 ดอลลาร์ หรือประมาณวันละ 4 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่อยากลองปั้นทีม AI Agent แบบนี้บ้าง ควรย้ำเตือนตัวเองเสมอว่า แพลตฟอร์ม Polymarket อาจอุดช่องโหว่เหล่านี้ได้ทุกเมื่อ ทางที่ดีควรเริ่มทดสอบด้วยเงินทุนจำนวนน้อยที่พร้อมเสียได้เท่านั้น 


มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกการลงทุน เมื่อ AI กำลังลดข้อจำกัดด้านทักษะทางเทคนิคลงอย่างรวดเร็ว คนธรรมดาที่รู้วิธีออกแบบระบบและรู้จักการใช้ AI อาจสร้างเครื่องมือที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเรื่องของบริษัทเทรดระดับมืออาชีพเท่านั้น