สรุปข่าว
- ดีเอสไอแถลงผลงานร่วม ทลายเครือข่าย Forex เถื่อน 24 จุด ยึดทรัพย์สินมหาศาล เช่น รถหรู Bitcoin, Hardware Wallet , เงินสด และเอกสารสำคัญ
- ดีเอสไอแบ่งกลุ่มผู้กระทำความผิดเป็น 3 หมวดหมู่ ได้แก่ กลุ่มโบรกเกอร์เถื่อน, กลุ่มผู้แนะนำการลงทุนที่ชักชวนผ่านการอวดรวยหรือสอนเทรด และกลุ่มระบบชำระเงิน
- ดีเอสไอกำลังเร่งขยายผลเส้นทางการเงินเพื่อดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดต่อไป
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการ Shutdown the laundering หลังบุกตรวจค้นสกัดกั้นธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายรวม 24 จุดยุทธศาสตร์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งสามารถอายัดบัญทรัพย์สินส่วนกลางจำนวนมาก อาทิ เงินสด 65 ล้านบาท ทองคำแท่ง รถซูเปอร์คาร์ 5 คัน และ Hardware Wallet บรรจุเหรียญ Bitcoin กับ USDT โดยมีรถหรูคันหนึ่งที่ตกเป็นเป้าสายตาของชาวเน็ตจนพากันโยงไปถึงโค้ชลงทุนชื่อดังเจ้าของวลี All in ทั้งนี้ ดีเอสไอจะเร่งสืบสวนขยายผลทางบัญชีและพยานหลักฐานเพื่อลากตัวผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้มีการเปิดเผยเนื้อหาของปฏิบัติการ ตรวจค้น Shutdown the laundering เพื่อทำการสกัดกั้นและปราบปรามธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร รวม 24 จุดเป้าหมายโดยคาดว่ามีนักการเมืองและบุคคลในวงการบันเทิงที่เกี่ยวข้องในคดีนี้
จากการปฏิบัติการตรวจค้น DSI สามารถอายัดบัญชีธนาคารของนิติบุคคลและบุคคลที่เกี่ยวข้องได้กว่า 77 ราย และทำการตรวจยึดทรัพย์สินมีมูลค่าได้เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น เงินสดจำนวนกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ซุปเปอร์คาร์ 5 คัน ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง เครื่องประดับ กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน Hardware wallet ที่บรรจุ Bitcoin และ USDT คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Server รวมถึงเอกสารหลักฐานสำคัญที่เกี่ยวข้อง
จากภาพและวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมา มีรถยนต์หรูคันหนึ่งได้สะดุดตานักลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยที่หลายคนต่างได้ออกมาคาดการณ์ว่าเจ้าของรถคันดังกล่าวอาจเป็นโค้ชการลงทุนชื่อดังที่มีวลีเด็ดเป็นคำว่า “All in” ส่งผลทำให้ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจในคดีเป็นพิเศษ
อัปเดตล่าสุด
วันนี้ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทันตแพทย์หญิง จุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกาศหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย
ทาง DSI ได้มีการแถลงว่า จะมีการแบ่งหมวดหมู่ของการจับกุมเป็น 3 กลุ่ม โดยที่กลุ่มแรกคือตัวของโบรกเกอร์ที่เปิดให้เทรด สองคือกลุ่ม IB ที่ชักชวนให้ลงทุน ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงการให้องค์ความรู้ สอน หรือ การอวดอ้างความร่ำร่วยผ่านไลฟ์สไตล์ ส่วนกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มของ Payment ที่รับหน้าที่ปล่อยให้เส้นทางการเงินของโบรกเกอร์ไหลผ่าน
ผู้เสียหายมีการเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ฟอร์เร็ก ชื่อ QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี โค้ชเจมส์ JP Global แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มักมีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore เช่น เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ หมู่เกาะมาร์แชล สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โคโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืน
นอกจากนี้ โบรกเกอร์หลายแห่งมีการกำหนดเงื่อนไขที่อาจเอาเปรียบผู้ลงทุน เช่น การเสนอผลตอบแทนในอัตราสูงเพื่อจูงใจให้ลงทุน ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในภายหลัง รวมถึงปัญหาการถอนเงิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงทุนมีกำไรหรือมียอดเงินจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่สามารถถอนเงินได้ตามปกติ
จากการตรวจสอบยังพบการโฆษณาชวนเชื่อโดยนำเสนอภาพลักษณ์ความมั่งคั่ง รถยนต์หรู และวิถีชีวิตหรูหรา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนลงทุน ทั้งที่ในหลายกรณีทรัพย์สินดังกล่าวมิได้เป็นผลตอบแทนจากโบรกเกอร์ตามที่กล่าวอ้าง จึงอาจเข้าข่ายการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ขยายผลเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

