สรุปข่าว
- นักการเมืองสหรัฐฯ เลือกใช้กลยุทธ์พ่วงมาตราสั่งห้ามออก CBDC เข้ากับกฎหมายช่วยเหลืออสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่แทบจะการันตีการอนุมัติ
- บัญญัติสำคัญมีการสั่งห้ามไม่ให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จัดตั้งหรือออกสกุลเงินดิจิทัล CBDC อย่างเด็ดขาดซึ่งจะมีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2030
- Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยืนยันว่า CBDC ถูกปัดตกจากการพิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และรัฐบาลจะมุ่งหน้าไปกับการโฟกัสกฎหมาย CLARITY Act แทน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ร่างกฎหมายอสังหาริมทรัพย์ฉบับรวมฉบับใหม่ มีการสอดแทรกข้อบัญญัติที่สั่งห้ามไม่ให้เฟด พัฒนาหรือออกสกุลเงินดิจิทัลดอลลาร์ CBDC เป็นระยะเวลายาวไปจนถึงสิ้นปี 2030 โดยนักการเมืองหวังที่จะใช้ข้อได้เปรียบของกฎหมายดังกล่าวในการฝากเรื่อง CBDC เข้าไปด้วยเพราะมีแนวโน้มที่จะได้อนุมัติสูง
CBDC สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ เดิมทีเคยถูกยกให้เป็นหนึ่งในภัยคุกคามอันดับต้นๆ ของคริปโทเคอร์เรนซี แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสภาสหรัฐฯ อาจทำให้นักลงทุนอุ่นใจขึ้นไม่น้อย
รายงานจากต่างประเทศเปิดเผยว่า วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายด้านที่อยู่อาศัยฉบับครอบคลุม ซึ่งร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการบรรจุข้อบัญญัติที่สั่งห้ามไม่ให้มีการออกสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางรวมอยู่ด้วย
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองสภาและสองพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งนำโดย วุฒิสมาชิก Tim Scott , วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren , สส. French Hill และ สส. Maxine Waters ได้ร่วมกันเปิดเผยร่างกฎหมายฉบับปรับปรุงใหม่ที่มีชื่อว่า “21st Century ROAD to Housing Ac”” ซึ่งแสดงถึงความเห็นพ้องร่วมกันอย่างเป็นเอกฉันท์ของทั้งสองพรรค และของทั้งสองสภา
ตัวบทกฎหมายนี้บรรจุชุดมาตรการช่วยเหลือด้านราคาที่อยู่อาศัย เพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ และทำให้ราคาบ้านจับต้องได้ง่ายขึ้น โดยเป็นการสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มทุนหรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาผูกขาดหรือครอบงำตลาด
แต่สำหรับชาวคริปโทฯ ใจความที่สำคัญที่สุดนั้นเป็นเรื่องของการที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถทำการออก CBDC หรือสิ่งที่มีความใกล้เคียงกัน อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2030
หากมองที่ภายนอก หลายคนคงอาจประหลาดใจว่าทำไมกฎหมายคริปโทฯ ถึงได้ถูกแอบซ่อนเอาไว้ในกฎหมายเกี่ยวกับบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่นักการเมืองวางเอาไว้อย่างแนบเนียน เพราะตัวร่างกฎหมายดังกล่าว (บ้าน) แทบจะการันตีแล้วว่าจะได้การอนุมัติจากทุกฝ่าย ทำให้กฎหมายของทางฝั่งคริปโทฯ ได้รับอานิสงส์ไปด้วย
ปัจจุบันร่างกฎหมายฉบับแก้ไขปรับปรุงดังกล่าว กำลังจะเข้าสู่กระบวนการลงมติในขั้นแรก ในชั้นวุฒิสภาหลังจากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติอีกครั้ง ซึ่งมีรายงานว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 23 มิถุนายน ก่อนเปิดทางไปสู่การลงนามอนุมัติขั้นสุดท้ายโดยประธานาธิบดี
จุดยืนที่เด็ดขาดของรัฐบาล
รัฐบาลชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีทรัมป์ มีจุดยืนที่แข็งกร้าวในการต่อต้าน CBDC อย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อเดือนที่แล้ว Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กล่าวย้ำว่า การพิจารณาออก CBDC ได้ถูกปัดตกจากโต๊ะไปอย่างสิ้นเชิงแล้วและรัฐบาลจะมุ่งเน้นไปที่การผลักดันร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายที่โฟกัสในเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ผ่านกระบวนการจนสําเร็จเสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม ชุมชนคริปโทฯ ต่างยังคงถกเถียงกันอย่างหนักว่า CLARITY Act จะสามารถผ่านการพิจารณาได้ทันเส้นตายหรือไม่ ซึ่งบางฝ่ายก็เชื่อมั่นว่าตัวร่างกฎหมายมีการเจรจาความคืบหน้าไปมากแล้ว ขณะที่อีกฝ่ายกังวลว่าหากไม่ทันในคราวนี้อาจต้องรอนานอีกหลายปี เพราะช่วงท้ายปี 2026 ความสนใจจะไปกองอยู่ที่การเลือกตั้งกลางเทอม และทำให้ข้อกฎหมายเรื่องคริปโทฯ กลายเป็นเรื่องเล็กที่ยังไม่ต้องใส่ใจ
ที่มา: The Block
มุมมองผู้เขียน : การปิดโอกาสแจ้งเกิดของ CBDC ไปจนถึงปี 2030 จะเป็นแรงส่งชั้นดี ที่กระตุ้นให้เม็ดเงินไหลไปหา Stablecoins ของภาคเอกชน ทว่าในระยะสั้น ตลาดอาจเกิดอาการสะดุดและผันผวนได้หากสภาไม่สามารถเข็นกฎหมายหลักอย่าง CLARITY Act ให้ทันก่อนฤดูกาลเลือกตั้งกลางเทอม นักลงทุนจึงควรจับตาผลการลงมติอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์ในอนาคต

