bitkub-banner

ธนาคารกลางอังกฤษผ่อนกฎ Stablecoin ตั้งเพดานออกเหรียญ $4 หมื่นล้าน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ผ่อนปรนร่างกฎหมายคุม Systemic Stablecoin สกุลเงินปอนด์ โดยยอมยกเลิกเพดานจำกัดการถือครองสำหรับบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจ
  • ปรับเปลี่ยนมาใช้การจำกัดเพดานการออกเหรียญรวมชั่วคราวที่ 4 หมื่นล้านปอนด์แทน และขยับโควตาให้ผู้ออกเหรียญถือครองพันธบัตรรัฐบาลได้สูงสุด 70%
  • ภาคอุตสาหกรรมมองเป็นก้าวบวกที่รัฐรับฟังเสียงคัดค้าน แต่ยังรอดูความชัดเจนเรื่องขอบเขตการใช้งาน โดยเตรียมบังคับใช้จริงในปี 2027

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ยอมผ่อนปรนกฎหมายควบคุม Stablecoin สกุลเงินปอนด์ให้ยืดหยุ่นขึ้น หลังโดนภาคธุรกิจท้วงติงว่าเกณฑ์เดิมตึงเกินไป โดยรอบนี้ได้ยกเลิกข้อจำกัดการถือครองของรายย่อยและธุรกิจ แล้วเปลี่ยนมาตั้งเพดานการออกเหรียญรวมชั่วคราวที่ 4 หมื่นล้านปอนด์แทน พร้อมไฟเขียวให้ผู้ออกเหรียญถือพันธบัตรรัฐบาลเป็นทุนสำรองได้เพิ่มถึง 70% แม้คนในวงการคริปโตจะยังรอดูความชัดเจนเรื่องเงื่อนไขการใช้งานจริง แต่การที่รัฐยอมถอยเพื่อหนุนให้ตลาดโต ก่อนดีเดย์ใช้กฎนี้ในปี 2027 ก็ถือเป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตามากครับ

ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) เริ่มเปิดทางให้กับ Stablecoin สกุลเงินปอนด์มากขึ้น หลังปรับลดความเข้มงวดของร่างกฎระเบียบสำหรับ Systemic Stablecoin หรือ Stablecoin ที่มีบทบาทสำคัญในระบบชำระเงินของประเทศ โดยมีการปรับลดข้อกำหนดหลายประการจากร่างเดิม เพื่อเปิดทางให้ตลาดเติบโตได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินเอาไว้

BoE ระบุว่า การตัดสินว่า เหรียญใดเข้าข่าย “Systemic Stablecoin” จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังอังกฤษ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ การอนุญาตให้ผู้ออก Stablecoin สามารถนำเงินทุนสำรองไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่ให้ผลตอบแทนได้สูงสุด 70% เพิ่มขึ้นจากข้อเสนอเดิมที่กำหนดไว้เพียง 60% เพื่อช่วยให้ผู้ออกเหรียญสามารถบริหารสินทรัพย์สำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ภาพอธิบายว่า Systematic Stablecoin ครอบคลุมเหรียญประเภทใดบ้าง ที่มา: BoE

ขณะเดียวกัน BoE ยังยกเลิกข้อเสนอเดิมที่ต้องการจำกัดจำนวน Stablecoin ที่ประชาชนสามารถถือครองได้ ก่อนเปลี่ยนมาใช้มาตรการกำหนดเพดานการออกเหรียญชั่วคราวที่ 40,000 ล้านปอนด์ หรือราว 52,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แทน

BoE ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะได้รับการทบทวนกฎเกณฑ์อย่างสม่ำเสมอ และจะถูกยกเลิกเมื่อความเสี่ยงต่อระบบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ลดลงจนอยู่ในระดับที่เหมาะสม

อุตสาหกรรมมองเป็นก้าวที่ดี แต่ยังมีคำถามสำคัญ

Katie Harries หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำยุโรปของ Coinbase มองว่า แนวทางใหม่นี้ทำให้สหราชอาณาจักรกลายเป็นประเทศเดียวที่กำหนดเพดานการออก Stablecoin ในสกุลเงินของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เธอตั้งคำถามว่า คำว่า “ชั่วคราว” ของเพดานดังกล่าวจะกินเวลานานเพียงใด และ Stablecoin จะได้รับอนุญาตให้นำไปใช้เป็นเครื่องมือชำระราคาในตลาดการเงินค้าส่งหรือไม่ เพราะหากยังไม่สามารถทำได้ ความพยายามผลักดันการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนของสหราชอาณาจักรก็อาจยังไม่บรรลุเป้าหมาย

ด้าน Mark Fairless ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ClearBank กล่าวว่า การที่ BoE รับฟังความคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมและเปลี่ยนจากแนวทางที่เข้มงวดไปสู่กรอบการกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ยังต้องมีการปรับปรุงเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อกำหนดเกี่ยวกับสินทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อโมเดลธุรกิจคริปโตในระยะยาว

เปลี่ยนท่าทีหลังภาคธุรกิจคัดค้านข้อจำกัดเดิม

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ธนาคารกลางอังกฤษเคยเสนอให้ประชาชนถือครอง Stablecoin ได้ไม่เกิน 20,000 ปอนด์ต่อเหรียญ และจำกัดการถือครองของภาคธุรกิจไว้ที่ 10 ล้านปอนด์ต่อ Stablecoin หนึ่งสกุล

ธนาคารกลางให้เหตุผลในเวลานั้นว่า ต้องการป้องกันไม่ให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคารมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการและบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากแสดงความกังวลว่า ข้อจำกัดดังกล่าวจะลดแรงจูงใจในการใช้งาน Stablecoin และทำให้เหรียญที่ออกในสหราชอาณาจักรเสียเปรียบ Stablecoin ที่มีดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์หนุนหลัง

BoE จึงตัดสินใจปรับแนวทางใหม่ โดยยังคงเป้าหมายด้านเสถียรภาพทางการเงินไว้ แต่เปิดโอกาสให้ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้งาน Stablecoin ได้โดยไม่ถูกจำกัดการถือครอง โดยธนาคารกลางตั้งเป้าสรุปรายละเอียดกฎระเบียบทั้งหมดภายในสิ้นปี 2026 ก่อนประกาศใช้จริงในปี 2027


มุมมองผู้เขียน: การปรับจุดยืนครั้งนี้ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) สะท้อนว่า สหราชอาณาจักรกำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนนวัตกรรมทางการเงินกับการรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน โดยเลือกใช้กฎเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อเปิดทางให้ Stablecoin สกุลเงินปอนด์สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ในอนาคต

ที่มา:cointelegraph