bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแบกรับผลขาดทุนอ่วมลากยาวนาน 8 เดือนแล้ว 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • นักลงทุนบิตคอยน์ระยะสั้นที่ซื้อเหรียญในช่วง 155 วันที่ผ่านมา กำลังตกอยู่ในสภาวะติดดอยติดต่อกันยาวนานถึง 8 เดือน โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 74,800 ดอลลาร์
  • สัญญาณบนบล็อกเชน ชี้ชัดว่า ขนาดความเสียหายในพอร์ตเริ่มลดลง จากเดิมที่เคยดิ่งจนขาดทุนพุ่งสูงกว่า 34% ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ปัจจุบันขยับฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 14.4%
  • นักวิเคราะห์ฟันธงระดับราคา 74,800 ดอลลาร์ ได้กลายเป็นกำแพงแนวต้านจิตวิทยาที่สำคัญ หาก Bitcoin ยังไม่สามารถพุ่งทะลุผ่านจุดนี้ไปได้ ภาพรวมตลาดระยะสั้นจะยังไม่มีทางเปลี่ยนเทรนด์กลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish 

การที่กลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นติดดอยเป็นเวลานานถึง 8 เดือน ย่อมส่งผลเชิงลบต่อโครงสร้างราคาในกรอบเวลาสั้น เนื่องจากเกิดสภาวะอุปทานตกค้าง ทันทีที่ราคา Bitcoin ขยับเข้าใกล้ระดับต้นทุน 74,800 ดอลลาร์ นักลงทุนกลุ่มนี้ก็พร้อมจะเทขายเพื่อเอาตัวรอดทันที แรงเทขายสกัดกั้นรอบใหม่นี้จะทำให้ราคามีแนวโน้มปรับฐานลดลงต่อเนื่อง จนกว่าตลาดจะสามารถดูดซับแรงขายของคนติดดอยกลุ่มนี้ได้หมดสิ้น

กลุ่มผู้ถือครอง Bitcoin ระยะสั้น กำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง มาเป็นเวลานานถึง 8 เดือนติดต่อกัน 

นักวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนอย่าง “Darkfost”  ได้เปิดเผยผลวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจาก CryptoQuant เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ว่า ปัจจุบันราคาต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนกลุ่มที่ถือครองเหรียญในระยะสั้น ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อหรือเคลื่อนย้ายเหรียญภายใน 155 วันที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 74,800 ดอลลาร์ 

แต่เนื่องจากราคาของ Bitcoin ร่วงลงมาซื้อขายอยู่ใต้ระดับนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันผู้ถือครอง Bitcoin ระยะสั้นเหล่านี้มียอดขาดทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 14.4%

หากมองในแง่ดี จะพบว่า ขนาดของความเสียหายนี้กำลังค่อย ๆ หดตัวลง ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่า “สถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นกลุ่มผู้ถือครองเหรียญในระยะสั้น มียอดขาดทุนสะสมพุ่งสูงกว่า 34%” ตัวเลขที่ขยับขึ้นมาครั้งนี้สะท้อนว่า แรงกดดันในตลาดเริ่มผ่อนคลายลงบ้างเล็กน้อย

ช้อนซื้อตอนราคาดิ่ง ช่วยดึงต้นทุนลง

หากย้อนดูวัฏจักรรอบนี้ จะพบเรื่องที่น่าแปลกใจคือ ในเดือนมีนาคม 2024 กลุ่มนักลงทุนระยะสั้นเคยมีกำไรในพอร์ต สูงถึง 47% แต่พอราคา Bitcoin พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) ในเดือนตุลาคม 2025 นักลงทุนกลุ่มนี้กลับมีกำไรในพอร์ตเหลือเพียง 11% เท่านั้น ทั้งที่ราคา Bitcoin อยู่ในระดับที่สูงพอกันแท้ ๆ

นอกจากนี้ ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น ยังลดฮวบจาก 95,700 ดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ 74,800 ดอลลาร์ในปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะมีนักลงทุนบางส่วนเลือกใช้วิธี ‘ช้อนซื้อตอนราคาร่วง’ เพื่อถัวเฉลี่ยให้ต้นทุนพอร์ตให้ต่ำลง ซึ่งสะท้อนว่ากลยุทธ์นี้ยังคงฮิตอยู่ แม้ในยามที่ตลาดปรับตัวลดลง

แนวต้านสำคัญที่ต้องข้ามผ่านเพื่อเปลี่ยนเทรนด์

Darkfost กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าอยากรู้ว่า Bitcoin จะกลับตัวเป็นขาขึ้นจริง ๆ หรือยัง ให้ดูว่า เหล่านักลงทุนระยะสั้นเหล่านี้หลุดดอยกันหรือยัง เพราะตอนนี้ต้นทุนของพวกเขาอยู่ที่ $74,800 ดอลลาร์ ซึ่งกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่คนรอเทขายใส่เยอะมาก

เห็นได้ชัดจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา พอราคา  Bitcoin พุ่งเลยราคาจุดนี้ไปจนกลุ่มผู้ถือครองระยะสั้นได้กำไรนิดหน่อยแค่ 0.5% ก็โดนแรงขายทุบร่วงกลับมาติดดอยเหมือนเดิม 

ดังนั้น นักวิเคราะห์เลยฟันธงว่า ถ้าบิตคอยน์ยังไม่สามารถพุ่งไปยืนเหนือ $74,800$ ดอลลาร์ได้ ภาพรวมในระยะสั้นก็ยังไม่มีทางกลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่ได้เลย

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : รายงานล่าสุดชี้ให้เห็นชัดเลยว่า รายย่อยและสายซิ่งที่ชอบซื้อไล่ราคา กำลังติดดอยยาวนานต่อเนื่องถึง 8 เดือนเต็ม ซึ่งเป็นสิ่งเตือนใจว่า ตลาดคริปโตยุคนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนแต่ก่อน