สรุปข่าว
- Bitcoin เริ่มส่งสัญญาณหมดแรง หลังหลุดรูปแบบกราฟ Bear Flag ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าการฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจสิ้นสุดลงแล้ว
- Wintermute ประเมินกรอบราคา Bitcoin ไว้ที่ 61,242-63,563 ดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่ยังซบเซา และยังไม่มีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF อย่างมีนัยสำคัญ
- ตลาดการเงินโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง ทำให้นักวิเคราะห์จับตาว่า Bitcoin อาจย่อตัวลงทดสอบแนวรับบริเวณ 59,000 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งสัญญาณทางเทคนิคและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก หลังกราฟหลุดรูปแบบ Bear Flag จนทำให้นักวิเคราะห์มองว่า การรีบาวด์อาจสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่ Wintermute ระบุว่าสภาพคล่องในตลาดยังอ่อนแอและยังไม่เห็นเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ด้านตลาดการเงินโลกก็เริ่มเข้าสู่ภาวะ Risk-off หรือลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้ Bitcoin มีโอกาสถูกกดดันต่อ และหากแรงขายยังไม่คลี่คลาย ราคาอาจถอยลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 59,000 ดอลลาร์ ในระยะสั้น
Bitcoin (BTC) เริ่มถูกกดดันจากหลายปัจจัยสำคัญ ทั้งปริมาณสภาพคล่องที่ยังไม่ฟื้น เม็ดเงินลงทุนใหม่ที่ยังไม่กลับเข้าสู่ตลาด และรูปแบบกราฟราคาที่เริ่มให้น้ำหนักกับแนวโน้มขาลงมากขึ้น ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองว่า การฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่ผ่านมาอาจสิ้นสุดลงแล้ว
ในขณะเดียวกัน Wintermute บริษัทผู้ให้บริการสภาพคล่องคริปโตรายใหญ่ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ไว้ที่ 61,242-63,563 ดอลลาร์ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ยังซบเซา และยังไม่เห็นเม็ดเงินใหม่ไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างมีนัยสำคัญ
อีกสัญญาณที่ตลาดจับตาคือ ความสัมพันธ์ของราคาระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลหลายตัวเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าตลาดคริปโตกำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น หาก Bitcoin ปรับฐาน เหรียญอื่นก็มีแนวโน้มถูกแรงขายตามไปด้วย
สัญญาณเทคนิคเริ่มส่งสัญญาณขาลง
เมื่อวานนี้ Bitcoin ปรับตัวลดลงมากกว่า 2% ในวันเดียว พร้อมยืนยันการหลุดแพทเทิร์น Bear Flag หรือรูปแบบกราฟที่มักบ่งชี้ว่าการพักตัวระหว่างแนวโน้มขาลงได้สิ้นสุดลง และมีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ
การหลุดแนวรับครั้งนี้ ทำให้การรีบาวด์ขึ้นจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ถูกมองว่าสิ้นสุดลงแล้ว โดยนักวิเคราะห์บางส่วนประเมินว่า หากแรงขายยังดำเนินต่อ ราคา Bitcoin อาจมีโอกาสปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 59,000 ดอลลาร์ และหากแรงกดดันรุนแรงกว่าคาด เป้าหมายถัดไปอาจอยู่แถว 55,000 ดอลลาร์

ตลาดการเงินทั่วโลกกำลังเข้าสู่โหมด “ปิดรับความเสี่ยง”
แรงกดดันไม่ได้มาจากกราฟราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนผ่านตลาดการเงินทั่วโลกที่เริ่มเข้าสู่ภาวะ Risk-off หรือช่วงที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือ Bitcoin และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
หนึ่งในสัญญาณสำคัญคือ ค่าเงินยูโรเทียบกับค่าเงินเยน (EUR/JPY) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม หลังอ่อนค่าลงกว่า 1.44% ภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษและดอลลาร์ออสเตรเลียก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนเช่นกัน
ในทางกลับกัน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ปรับตัวขึ้นแตะ 101.57 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนว่า นักลงทุนกำลังโยกเงินเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรัฐและเงินเยน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
สำหรับภาพระยะสั้น ตลาดกำลังจับตามองว่า Bitcoin จะสามารถรักษาระดับเหนือ 60,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หากแรงขายจากภาวะปิดรับความเสี่ยงยังคงดำเนินต่อ และยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามากระตุ้นสภาพคล่อง โอกาสที่ราคาจะลงไปทดสอบบริเวณ 59,000 ดอลลาร์ ก็จะมีความเป็นไปได้สูงขึ้น
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 62,611 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.33% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

*บทความนี้เป็นเพียงการรายงานข้อมูลล่าสุดที่เกิดขึ้นในตลาดคริปโต ไม่ใช่คำแนะนำทางด้านการลงทุน นักลงทุนต้องไม่ลืมว่า การลงทุนในคริปโตมีความผันผวนสูงและมีความเสี่ยงที่อาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมด
ที่มา:coindesk

