สรุปข่าว
- ทรัมป์ ประกาศยกเลิกพิธีลงนามรับรองร่างกฎหมายด้านที่อยู่อาศัย จนกว่าสภาคองเกรสจะยอมโหวตผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงการเลือกตั้งอย่าง SAVE America Act
- การปฏิเสธที่ลงนามในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบมายังกฎหมายห้ามการออก CBDC ของสหรัฐฯ ที่ถูกพ่วงอยู่ในร่างกฎหมายดังกล่าว ทำให้ตลาดเกิดความผันผวน
- ทรัมป์มองว่ากฎหมายเลือกตั้งมีความสำคัญเหนือกว่ากฎหมายที่อยู่อาศัย และต้องการเร่งอนุมัติกฎหมายก่อนฤดูการหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปลายปี
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศหักดิบสั่งยกเลิกพิธีเซ็นอนุมัติร่างกฎหมายแก้ไขที่อยู่อาศัยอย่างกะทันหัน ส่งผลทำให้กฎหมายสกัดกั้นการออก CBDC ถูกระงับตามไปด้วย โดยทรัมป์ได้เผยว่ากฎหมายดังกล่าวยังไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเมื่อเทียบกับร่างกฎหมายการเลือกตั้งหรือ SAVE America Act
เมื่อคืนที่ผ่านมาตลาดคริปโตได้ประสบกับความผันผวนอย่างหนักในแง่ของราคาซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวที่ไม่คาดคิดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ตัดสินใจปฏิเสธไม่เซ็นรับรองกฎหมายต่อต้าน CBDC แม้ว่ากฎหมายจะได้รับคะแนนเสียงในสภาอย่างท่วมท้น
หากจะพูดว่าทรัมป์ขัดขวางการปิดประตู CBDC ก็อาจจะกล่าวไม่ถูกต้องนักเพราะตัวเขามีท่าทีที่ต่อต้านการออก CBDC มาโดยตลอดเพียงแต่ว่าข้อกฎหมายดังกล่าวดันไปพ่วงอยู่ใน Housing Bill ที่เป็นการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ

ทรัมป์ เปิดเผยบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าการแถลงข่าวและพิธีลงนามเซ็นรับรองกฎหมายจะถูกยกเลิกโดยทันทีจนกว่าจะจะมีการผ่าน SAVE AMERICA ACT ซึ่งทรัมป์มองว่าเป็นเรื่องฉุกเฉินระดับชาติ
สำหรับตัวกฎหมายดังกล่าวที่ทรัมป์ต้องการเซ็นอนุมัติ จะว่าด้วยการให้ผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนเลือกตั้งต้องแสดงเอกสารพิสูจน์สัญชาติอเมริกัน เช่น พาสปอร์ต, ใบแจ้งเกิดที่รับรอง, หรือบัตรประชาชนที่ระบุสัญชาติ เมื่อไปโหวตเพื่อป้องกันการลงคะแนนของบุคคลที่ไม่ใช่พลเมือง
ร่างกฎหมายนี้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 แต่ยังค้างคาอยู่ในวุฒิสภา เพราะพรรคเดโมแครตยังคัดค้าน เนื่องจากมองว่าเป็นการจำกัดการโหวตและอาจทำให้พลเมืองอเมริกันหลายล้านคนไม่สามารถออกเสียงได้ง่ายๆ แม้การลงคะแนนโดยผู้ไม่ใช่พลเมืองจะผิดกฎหมายอยู่แล้วตั้งแต่ปี 1996 และเกิดขึ้นน้อยมาก
ในอีกโพสต์หนึ่งทรัมป์ระบุชัดเจนว่าร่างกฎหมายเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นมีความสำคัญที่น้อยมากเมื่อเทียบกับร่างกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งอาจมองได้ว่าทรัมป์กำลังใช้กฎหมายที่สภาอยากให้ผ่านเป็นเครื่องมือต่อรองในการผ่านร่างกฎหมายที่เขาเห็นควร ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมเกิดขึ้นในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้า
ด้วยเหตุนี้สถานะของกฎหมายการระงับกาารออก CBDC ไปจนกว่าจะถึงปี 2030 จึงถูกหยุดชะงักลงอย่างเลี่ยงไม่ได้ เป็นการสร้างความเสี่ยงในตลาดขึ้นมาอีกครั้ง จนกว่าที่ทรัมป์จะยอมลงนามรับรองอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
มุมมองผู้เขียน : แม้ว่าในความเป็นจริงทรัมป์จะเคยออกคำสั่งแบน CBDC ไว้แล้ว แต่การดึงเชิงไม่ยอมลงนามกฎหมายรอบนี้ ได้ตอกย้ำภาพความไม่แน่นอนในการเมืองสหรัฐฯ ทำให้ข่าวดีที่นักลงทุนวางใจได้อาจพลิกกลับกลายเป็นข่าวร้ายได้อย่างไม่ทันตั้งตัว

