bitkub-banner

สาวไทยกุมขมับ โพสต์ถามเริ่ม DCA Bitcoin ตอน $100,000 ปัจจุบันราคาร่วง ควรไปต่อ หรือพอแค่นี้ ?

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สาวออฟฟิศไทยรายหนึ่งโพสต์ปรึกษาปัญหาในกลุ่ม ‘Bitcoin Thai Community’ หลังเริ่มต้นใช้กลยุทธ์ออมถัวเฉลี่ย หรือการ DCA สะสมบิตคอยน์ช่วงกลางปีที่แล้ว แต่ดันเข้าซื้อตอนที่ราคาพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์
  • ตาราง Excel ชี้ประวัติลงทุนมาได้ 1 ปี ทุ่มเงินต้นไปเกือบหมื่นหนึ่ง ได้เหรียญมา 0.00365361 BTC ล่าสุดมูลค่าพอร์ตมูลค่าลดเหลือเจ็ดพันกว่าบาท แบกสถานะขาดทุนทางบัญชีจมดอยอยู่ที่ -32.3% หลังราคา Bitcoin ร่วงหล่นมาเหลือ 60,121 ดอลลาร์ หรือราว 1.99 ล้านบาท 
  • ชุมชนคริปโตไทยแห่คอมเมนต์ให้กำลังใจแน่น ขณะที่กูรูแถวหน้าอย่าง อ.ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ออกโรงเรียกสติ ชี้ปมหลักเกิดจากอารมณ์ความกลัวและความโลภครอบงำ จนทำให้วินัยผ่อนปรน แนะเคลียร์ใจตัวเองก่อนเดินหน้าต่อ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

พฤติกรรมการติดดอยและสภาวะจิตใจสั่นคลอนของนักลงทุนรายย่อยในประเทศ เป็นดัชนีชี้วัดความกลัวและอารมณ์แพนิกเชิงจิตวิทยา ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานขนาดใหญ่บนกระดานเทรดสปอตระดับโลกโดยตรง 

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่งที่ชื่อ “AdventurousBison4480” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม ‘Bitcoin Thai Community’ เพื่อปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนของเธอ พร้อมแนบภาพตาราง Excel บันทึกประวัติการลงทุนอย่างละเอียด ผ่านกลยุทธ์การ DCA (Dollar-Cost Averaging)  ใน Bitcoin ของตัวเอง 

แต่ด้วยจังหวะชีวิต ทำให้เธอเริ่มซื้อ Bitcoin ในช่วงที่ราคากำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด จนกระทั่งปัจจุบันราคา Bitcoin ร่วงลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ความมั่นใจเริ่มสั่นคลอนและเกิดคำถามในใจว่า “ควรทำอย่างไรต่อไปดี?”

เจ้าของโพสต์เขียนข้อความ กล่าวว่า“เพิ่งเริ่ม DCA ใน btc ตอนกลางปีที่แล้ว เพราะเพิ่งเริ่มทำงานหาเงินได้เองอยู่ตัวสักระยะ แต่ดันเป็นช่วงที่ราคาพุ่งไป 100k มีคำแนะนำไหมคะว่า ควรลงต่อไปเรื่อยๆอย่างมีวินัย หรือหยุดลง แล้วแช่เงินก้อนนี้ไปจนกว่ามันจะขึ้นดีคะ” 

เมื่อเปิดดูไทม์ไลน์ในตารางบันทึกการซื้อ Bitcoin เป็นรายงวด พบว่า เธอเริ่มต้นเข้าซื้อ Bitcoin ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2025 จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2026 รวมระยะเวลาสะสมประมาณ 1 ปี

โดยหากดูเงินต้นที่ลงทุนไปทั้งหมดจะพบว่า มีเงินลงทุนไปทั้งหมด 10,799.97 บาทพร้อมกับจำนวน Bitcoin ที่สะสมได้ 0.00365361 BTC

ซึ่งมูลค่าพอร์ตล่าสุด ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2026 เหลืออยู่ประมาณ 7,307.04 บาททำให้สถานะพอร์ตปัจจุบันอยู่ในสถานะ  “ติดดอย” หรือขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss) อยู่ที่ประมาณ -32.3% หรือคิดเป็นเงินที่หายไป 3,492.93 บาท

สาเหตุหลักที่ทำให้พอร์ตติดลบหนักขนาดนี้ เป็นเพราะเธอเริ่มต้นซื้อสะสมในช่วงที่ Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $100,000 ดอลลาร์หรือสูงกว่า โดยจุดพีคที่สุดที่เธอเคยคว้ามาคือ ระดับราคาที่สูงถึง $118,800 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3.8 ล้านบาทต่อ 1 BTC แต่ปัจจุบันราคา Bitcoin ที่บันทึกไว้ร่วงลงมาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1,999,951.94 บาท เท่านั้น

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สมาชิกในกลุ่มต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม โดยความเห็นถูกแบ่งออกเป็นหลายมุมมอง บางส่วนพยายามปรับ Mindset ของเธอใหม่ 

โดยมีคอมเมนต์หนึ่งระบุว่า “DCA ยิ่งราคาร่วง ยิ่งต้องดีใจครับ เพราะได้ของถูก” 

ขณะที่อีกหนึ่งคำแนะนำที่น่าสนใจและเรียกสติได้เป็นอย่างดีระบุว่า “คุณจะ DCA แต่คุณยังหาเหตุผลมาเรื่อยๆ แบบนี้คุณควรเปลี่ยนวิธีคิดจาก DCA มาเก็งกำไรครับ

การ DCA ซื้อหรือทำ เพราะเชื่อในสินทรัพย์นั้นๆ ว่าไม่ใช่ขาลง การ DCA คือการหวังผลปลายทาง ไม่ใช่ระหว่างทาง อดทนทำต่อไปครับ ถ้าเชื่อมั่น BTC หรือจะยอมแพ้เพราะการ drawdown ก็ตามใจครับ 

ต้นไม้จะเป็นต้นใหญ่ได้ มันไม่ได้โตวันเดียว และมันต้องผ่านเหตุการณ์และอุปสรรคมากมาย กว่าจะยืนต้นและใหญ่ได้ในอนาคต เพราะฉะนั้นการลงทุนก็เช่นกัน”

ประเด็นนี้ร้อนแรงจนถึงขั้นที่ อ.ตั๊ม-พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง CDC Chaloke Dot Com และกูรู Bitcoin แถวหน้าของเมืองไทย ต้องมาร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อชี้ทางสว่าง โดย อ.ตั๊ม ได้วิเคราะห์ถึงจุดบกพร่องสำคัญของการลงทุนในครั้งนี้ว่า

“ปัญหาคือขาดความสม่ำเสมอครับ เราเริ่มด้วยความหวัง พอกลัวเราผ่อน ทางแก้ไม่ใช่ดันทุรังทำให้สม่ำเสมอ แต่ให้เคลียร์ใจตัวเองก่อน ว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะตอนนี้ดูจากขนาดไม้ ความโลภ ความกลัว ยังควบคุมจิตใจอยู่”

ซึ่งทางด้านเจ้าของโพสต์ก็ได้ออกมาน้อมรับคำแนะนำแต่โดยดี พร้อมยอมรับตรงๆ ว่า “ใช่ค่ะ ยอมรับว่าไม่มั่นใจค่ะ เลยลงเงินกับ btc ลดลง แล้วไปเพิ่มสัดส่วนตรงอื่น เลยมาปรึกษาเพื่อหาความมั่นใจจากในกลุ่มนี้แหละค่ะ”

ที่มา : facebook


มุมมองผู้เขียน : เรื่องราวของสาวออฟฟิศรายนี้ ถือเป็นกรณีศึกษาชั้นดีสำหรับการลงทุนแบบ DCA ที่ต้องตระหนัก คือ การ DCA คือการบริหารจิตใจและวินัย ไม่ใช่การใช้อารมณ์หรือคอยเฝ้าดูราคาเพื่อเครียดรายวัน รวมทั้งผู้ลงทุนต้องเข้าใจสินทรัพย์ที่ลงทุนอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้ความกลัวครอบงำ จนยอมขายขาดทุนในช่วงตลาดหมี