สรุปข่าว
- ผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งโพสต์ในกลุ่ม Bitcoin Crypto Thailand เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจเทขายเหรียญ Sandbox (SAND) ทั้งหมด หลังถือมานานถึง 5 ปี
- เงินลงทุนตั้งต้น 400,000 บาท เหลือกลับมาเพียง 9,000 บาท คิดเป็นการขาดทุนสูงถึง 97.75%
- เหรียญ SAND เคยพุ่งแตะจุดสูงสุดราว 200 บาท ในปี 2021 ก่อนร่วงลงมาอยู่ที่ระดับ 2 บาทเศษในปัจจุบัน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลของนักลงทุนรายย่อยเพียงคนเดียว ไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานใหม่ของโปรเจกต์ Sandbox หรือกระแสเงินทุนในตลาดโดยรวม จึงไม่น่าจะสร้างแรงกดดันต่อราคา SAND ในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่กระแสดราม่าที่เกิดขึ้นอาจตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบของเหรียญ Metaverse ในสายตานักลงทุนรายย่อยบางกลุ่ม
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีหนุ่มไทย ผู้ใช้งาน Facebook รายหนึ่ง ที่ชื่อ “CaptivatingTurtle1008” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม ‘Bitcoin Crypto Thailand (พูดคุย ข่าวสาร คริปโต บิทคอยน์)’ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจหลังจากตัดสินใจยอมแพ้ และเทขายเหรียญ Sandbox (SAND) ที่ถือมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเหรียญดังกล่าวทำให้ตนเองต้องประสบภาวะขาดทุนอย่างมหาศาล
โดยเจ้าตัวระบุข้อความสั้น ๆ แต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดว่า “โชคดีครับ Sand ลาจากกันสักทีลุ้นไปก็เท่านั้น จาก 4แสน เหลือ 9000 ขายให้จบ โอกาสถึง10บาท ยากชิบหาย”

ซึ่งเมื่อคำนวณตัวเลขความสูญเสียจากเงินต้น 400,000 บาท แล้วเหลือเงินกลับคืนมาเพียง 9,000 บาท เท่ากับว่า เขาต้องขาดทุนไปถึง 391,000 บาท หรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงถึง 97.75% เรียกได้ว่าเงินลงทุนแทบจะละลายหายไป จนเกือบหมดหน้าตัก
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการเดินทางอันยาวนานและขมขื่นของชายหนุ่มรายนี้ จะพบว่า นี่ถือเป็นตัดสินใจครั้งสำคัญของเขา หลังทนติดดอยมานานหลายปี
โดยย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 มกราคม เขาได้โพสต์ข้อความปรึกษาสมาชิกในกลุ่มด้วยความหวังว่า “ติด sand ที่ 21บาท ลงทุนไป 200,000 บาท มีโอกาสกลับไหมครับ”

ก่อนที่ต่อมา เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เขาออกมาเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิมว่า ตนเองติดดอยเหรียญ SAND ที่ยอดดอยสูงสุดถึงราคาราว ๆ 200 บาท และติดอยู่อย่างนั้นมาเป็นระยะเวลานานถึง 5 ปีเต็มแล้ว
ซึ่งหากนับย้อนกลับไป จากระยะเวลา 5 ปี จะตรงกับในช่วงปี 2021 ที่เป็นปีที่ตลาดคริปโตคึกคักสุดๆ มีเหรียญคริปโตหลายเหรียญที่ราคาพุ่งสูงขึ้น

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ความหวังเริ่มริบหรี่ลงทุกทีเมื่อเขาโพสต์ภาพกราฟราคาเหรียญ SAND ที่ขณะนั้นมีราคาซื้อขายดิ่งลงมาอยู่ที่ 2.03 บาท พร้อมกับข้อความเชิงตัดพ้อและเตือนสติคนอื่นว่า “อดีตเคย 200 ปัจจุบัน 2บาท อนาคต 1บาท ใครดอยเสียใจด้วยนะครับ มันไม่มีทางกลับแล้ว”

หลังจากโพสต์ประกาศยอมขายขาดทุนล่าสุดของเขาถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีสมาชิกและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม
ซึ่งมุมมองของชาวเน็ตนั้นแตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน บางส่วนมองว่า การตัดสินใจขายในราคานี้อาจจะไม่คุ้มค่านัก
เนื่องจากเงิน 4 แสนบาทลดลงมาเหลือเพียง 9 พันบาทแล้ว การเลือกที่จะถือเหรียญเอาไว้เฉย ๆ แล้วเอาเวลาไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกราฟเทคนิค เช่น กราฟรายสัปดาห์หรือรายเดือน เพื่อให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าควรซื้อหรือขายตรงไหน น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เผื่อว่าหากตลาดบิตคอยน์กลับมาเป็นขาขึ้นรอบใหม่ โชคอาจจะเข้าข้างและเหรียญนี้อาจมีโอกาสกลับมาวิ่งทำรอบได้อีกครั้ง

ในขณะที่ชาวเน็ตอีกฝั่งกลับมองว่า โปรเจกต์ของเหรียญนี้หมดอนาคตไปแล้ว ซึ่งทางด้านเจ้าของโพสต์ที่กำลังอยู่ในอารมณ์ดอยเดือดก็นึกเห็นด้วย พร้อมกับเข้ามาคอมเมนต์ตอบกลับตอกย้ำความผิดหวังในตัวเหรียญนี้อย่างรุนแรง

นับเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาของการลงทุนในโลกสินทรัพย์ดิจิทัลที่เตือนใจนักลงทุนได้เป็นอย่างดีว่า หากเข้าซื้อโดยไม่มีแผนการตัดขาดทุนที่ชัดเจน ความเสียหายก็อาจลุกลามจนเกือบเป็นศูนย์ได้เช่นกัน
ที่มา : Facebook
มุมมองผู้เขียน : เหรียญกลุ่ม Metaverse อย่าง SAND ที่เคยได้รับความนิยมสูงในช่วงกระแส NFT และ Metaverse บูมเมื่อปี 2021 แต่ปัจจุบันความสนใจในกลุ่มนี้ลดลงอย่างชัดเจน หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน ก็มีความเป็นไปได้ที่ราคาจะยังคงเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์หรือย่อตัวต่อไป

