สรุปข่าว
- นักลงทุนรายใหญ่ที่ถือ Bitcoin ระหว่าง 100-1,000 BTC เทขายรวมประมาณ 67,000 BTC ขณะที่ Open Interest ลดลงพร้อมกับราคา สะท้อนการปิดสถานะ Long และลดเลเวอเรจ มากกว่าการเปิด Short โจมตีตลาด
- แรงซื้อในตลาดอนุพันธ์อ่อนตัวลงอย่างชัดเจน โดย Bitcoin Perpetual Market Pressure Index ร่วงจาก 61 เหลือ 46 และหลุดต่ำกว่าระดับกึ่งกลางที่ 50
- Binance ถือ Stablecoin ราว 43,000 ล้านดอลลาร์ แต่เงินทุนส่วนใหญ่ยังไม่ถูกนำเข้าซื้อ Bitcoin ทำให้ตลาดตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนอาจกำลังรอราคาที่ต่ำกว่านี้ โดยเฉพาะบริเวณ 42,429 ดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
ราคา Bitcoin ร่วงลงมาราว 50% จากจุดสูงสุด แต่เงินทุนจำนวนมากยังคงจอดรออยู่ในรูปแบบ Stablecoin และยังไม่ไหลกลับเข้าซื้ออย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การขาย 67,000 BTC ของนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึง Open Interest ที่ลดลง สะท้อนว่าตลาดกำลังปิดสถานะ Long และลดการใช้เลเวอเรจ ไม่ใช่การเกิด Panic Sell ตอนนี้ระดับราคา 42,400 ดอลลาร์ กำลังถูกจับตามองในฐานะโซนราคาสำคัญตามตัวชี้วัด MVRV แต่ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะต้องร่วงลงไปถึง เพียงแค่สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังรอราคาที่น่าสนใจกว่านี้ก่อนกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง
Bitcoin ต้องร่วงลงไปลึกแค่ไหน เม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ยังยืนรออยู่ข้างสนามจึงจะเริ่มไหลกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง ตอนนี้มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ยังเลือกถือ Stablecoin และเงินสดเอาไว้ แม้ราคา BTC จะปรับตัวลงมามากถึง 50% โดยหนึ่งในระดับราคาที่ตลาดจับตามองมากที่สุดคือ 42,400 ดอลลาร์
ระดับราคาดังกล่าวไม่ได้มาจากการวิเคราะห์กราฟเทคนิค แต่มาจากการคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุน Bitcoin ในระบบทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามองอาจไม่ใช่แค่ว่า Bitcoin จะร่วงลงไปถึง 42,400 ดอลลาร์หรือไม่ แต่อยู่ที่เหตุใดกำลังซื้อจำนวนมากยังเลือกยืนรออยู่ข้างสนาม และยังไม่มั่นใจมากพอที่จะกลับเข้ามาลงทุนในระดับราคาปัจจุบัน
นักลงทุน Bitcoin รายใหญ่เทขาย 67,000 BTC
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา กลุ่มกระเป๋าที่ถือ Bitcoin ระหว่าง 100-1,000 BTC ขายเหรียญรวมประมาณ 67,000 BTC อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นการเทขายจากความตื่นตระหนก เพราะนักลงทุนในตลาดฟิวเจอรส์ไม่ได้เร่งเปิดสถานะ Short อย่างผิดปกติ
Axel Adler Jr. นักวิเคราะห์ตลาดคริปโต ระบุว่า Open Interest หรือมูลค่าโพซิชันคงค้าง ลดลงพร้อมกับราคา Bitcoin รูปแบบดังกล่าวหมายความว่า นักลงทุนกำลังปิดโพซิชัน Long และลดความเสี่ยงออกจากระบบ มากกว่าการเปิดโพซิชันใหม่เพื่อเดิมพันว่าราคาจะร่วงต่อ
ดังนั้น การปรับตัวลงในรอบนี้จึงมีลักษณะเป็นการล้างเลเวอเรจส่วนเกิน มากกว่าการเทขายเต็มรูปแบบ

ในขณะที่ดัชนี Bitcoin Perpetual Market Pressure Index ลดลงจาก 61 เหลือ 46 ภายในเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง หรือลดลง 11 จุด ดัชนีตัวนี้ทำหน้าที่วัดแรงกดดันในตลาดจากราคา กระแสคำสั่งซื้อขายสุทธิ Open Interest และส่วนต่างของปริมาณซื้อขาย โดยมีค่าตั้งแต่ 0-100
การลดลงต่ำกว่า 50 สะท้อนว่าแรงซื้อกำลังอ่อนตัวลง ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันยังอยู่ที่ระดับ 58 หากต้องการยืนยันว่าฝั่งผู้ซื้อกลับมาควบคุมตลาด ดัชนีจำเป็นต้องฟื้นขึ้นไปเหนือค่าเฉลี่ย 30 วันอีกครั้ง
Stablecoin หลายหมื่นล้านดอลลาร์ยังจอดรออยู่บน Binance
อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือ ปริมาณ Stablecoin จำนวนมากที่กระจุกตัวอยู่บน Binance ซึ่งถือเป็นเงินทุนที่สามารถนำมาใช้ซื้อ Bitcoin ได้ทันที
Moreno นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant Insights ระบุว่า อัตราส่วนทุนสำรอง Bitcoin ต่อ Stablecoin ลดลงแตะระดับต่ำสุดของวัฏจักรปัจจุบัน ขณะเดียวกัน สัดส่วน Bitcoin บน Binance อยู่ที่ประมาณ 8-9% ของยอด BTC ทั้งหมดบนกระดานเทรด สะท้อนถึงความไม่สมดุลด้านสภาพคล่องอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เงินทุนในรูปแบบ Stablecoin ยังไม่ได้ไหลกลับเข้าซื้อ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงอาจกำลังรอให้ราคาลดลงไปอยู่ในระดับที่น่าสนใจกว่านี้
ทำไมตัวเลข $42,429 ถึงถูกจับตามอง ?
หนึ่งในเครื่องมือที่นักวิเคราะห์ใช้ประเมินระดับราคา 42,429 ดอลลาร์ คือ Bitcoin MVRV Pricing Bands ซึ่งนำราคาตลาดของ Bitcoin มาเปรียบเทียบกับ Realized Price หรือราคาต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั้งระบบ
ตัวชี้วัดนี้ช่วยให้เห็นว่า ราคาของ Bitcoin ในขณะนั้นแพงหรือถูกเพียงใด เมื่อเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยที่นักลงทุนเคยซื้อสะสมไว้
ข้อมูลจากวัฏจักรที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า Bitcoin มักมีช่วงที่ราคาปรับตัวลงไปแตะประมาณ 0.8 เท่าของ Realized Price หรือต่ำกว่านั้น ก่อนจะเริ่มสร้างฐานและฟื้นตัวในเวลาต่อมา โดยปัจจุบันระดับดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 42,429 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 42,429 ดอลลาร์ไม่ใช่เป้าหมายที่ยืนยันว่า Bitcoin จะต้องร่วงลงไปถึง และไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องแตะระดับนี้ก่อนจึงจะกลับตัวได้
MVRV Pricing Bands เป็นเพียงกรอบอ้างอิงจากพฤติกรรมในอดีตเท่านั้น ขณะที่ทิศทางราคาในรอบนี้ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพคล่อง แรงซื้อในตลาด และพฤติกรรมของนักลงทุนที่อาจแตกต่างจากวัฏจักรก่อนหน้า
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 62,499 ดอลลาร์ ลดลง 1.25% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

มุมมองผู้เขียน: ปัญหาสำคัญในตอนนี้คือ แรงซื้อของจริงยังไม่กลับมา แม้จะมี Stablecoin หลายหมื่นล้านดอลลาร์นอนรออยู่บน Binance ก็ตาม หากเงินทุนก้อนนี้ยังเลือกยืนดูสถานการณ์อยู่ข้างสนาม การฟื้นตัวของ Bitcoin อาจเกิดขึ้นได้ยากและยังเสี่ยงเผชิญแรงขายเพิ่มเติม
ที่มา:ambcrypto

