สรุปข่าว
- Bitcoin ยังยืนเหนือแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ได้ แม้เผชิญข่าวสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน สะท้อนว่าโครงสร้างตลาดแข็งแรงขึ้นหลังเลเวอเรจส่วนเกินถูกล้างออกไป
- กระแสเงินทุนไหลออกจากกองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องนาน 8 สัปดาห์ ได้ยุติลงแล้ว แต่ยังต้องรอดูว่าเงินทุนสถาบันจะกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
- ตลาดแทบไม่สะเทือน แม้ Strategy ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC มูลค่าราว 216 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัญญาณว่านักลงทุนรับแรงขายขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ตลาดคริปโตเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น หลังราคา Bitcoin ยังยืนเหนือแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ได้ แม้เผชิญข่าวลบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่เงินทุนหยุดไหลออกจากกองทุน Bitcoin ETF อีกทั้งตลาดยังแทบไม่สะเทือนแม้ Strategy จะเทขาย Bitcoin กว่า 3,588 BTC อย่างไรก็ตาม Wintermute เตือนว่า ภาพเหล่านี้ยังเป็นเพียงสัญญาณว่าตลาดแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่หลักฐานยืนยันขาขึ้นรอบใหม่ เพราะนักลงทุนยังต้องจับตาเงินทุนจาก ETF นโยบายดอกเบี้ยของ Fed และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ต่อไป
Bitcoin เริ่มมีสัญญาณที่ทำให้ตลาดหายใจได้โล่งขึ้น เนื่องจากปัจจัยบวกหลายด้านปรากฎให้เห็นพร้อมกัน ทั้งการยืนเหนือแนวรับ 62,000 ดอลลาร์ได้ท่ามกลางข่าวร้าย การหยุดไหลออกของเงินทุนจาก Bitcoin Spot ETF และการที่ตลาดสามารถรับแรงขายก้อนใหญ่จาก Strategy ได้โดยราคาแทบไม่สะเทือน
อย่างไรก็ตาม Wintermute บริษัทผู้ดูแลสภาพคล่องรายใหญ่ในตลาดคริปโต ระบุในรายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า สัญญาณเหล่านี้สะท้อนว่าตลาดเริ่มแข็งแรงขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า Bitcoin กลับเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว
1. Bitcoin ยืนเหนือ 62,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางข่าวร้าย
สัญญาณบวกข้อแรกคือ Bitcoin ยังรักษาแนวรับบริเวณ 62,000 ดอลลาร์ไว้ได้ แม้ตลาดเผชิญแรงกดดันจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
Wintermute มองว่า การที่ข่าวลบขนาดใหญ่ไม่ได้นำไปสู่แรงเทขายต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ สะท้อนว่าโครงสร้างตลาดเริ่มแข็งแรงขึ้น หลังสถานะการลงทุน Bitcoin ที่ใช้เลเวอเรจสูงถูกล้างออกจากตลาดไปแล้วส่วนหนึ่ง
2. เงินหยุดไหลออกจาก Bitcoin Spot ETF
สัญญาณบวกข้อที่สองคือ กระแสเงินทุนไหลออกจากกองทุน Bitcoin Spot ETF ในสหรัฐฯ ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันนาน 8 สัปดาห์ ได้ยุติลงแล้ว
ก่อนหน้านี้ Wintermute ระบุว่า ตลาดจะเริ่มฟื้นตัวได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญสองข้อเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ ราคาต้องรับมือกับข่าวลบได้โดยไม่เกิดแรงเทขายเป็นวงกว้าง และทิศทางของกระแสเงินทุนต้องเริ่มพลิกกลับมาดีขึ้น
ปัจจุบันทั้งสองเงื่อนไขเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว แต่การที่เงินหยุดไหลออกยังไม่เท่ากับการที่นักลงทุนกลับเข้ามาซื้ออย่างเต็มที่อีกครั้ง ตลาดจึงต้องติดตามต่อว่า เงินทุนจากสถาบันจะกลับเข้าสู่กองทุน ETF อย่างต่อเนื่องหรือไม่
3. ตลาดแทบไม่สะเทือน แม้ Strategy เทขาย 3,588 BTC
สัญญาณบวกข้อที่สามคือ ตลาดแทบไม่ตอบสนองในเชิงลบต่อการขาย Bitcoin จำนวนมากของ Strategy บริษัทคลังสำรองที่ถือครอง BTC มากที่สุดในโลก
Strategy ขาย Bitcoin รวม 3,588 BTC ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2026 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ หรือราว 7 พันล้านบาท เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
การขายครั้งนี้ถือเป็นการขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท นับตั้งแต่ยกเลิกนโยบายเดิมที่ระบุว่าจะไม่ขาย Bitcoin
ก่อนหน้านี้ Strategy เคยขาย Bitcoin เพียง 32 BTC ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม แต่กลับกระตุ้นให้ตลาดเกิดแรงขายอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม การขายจำนวน 3,588 BTC ในครั้งล่าสุดกลับแทบไม่ส่งผลต่อราคา
Wintermute มองว่า ท่าทีของนักลงทุนต่อ Strategy เริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่กังวลว่าบริษัทอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดแรงเทขายครั้งใหญ่ มาเป็นความเข้าใจว่า การขาย Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัท
ตลาดจึงไม่ได้ตีความการขายครั้งนี้ว่า Strategy หมดความเชื่อมั่นใน Bitcoin แต่เริ่มมองว่าโครงสร้างการระดมทุนและการนำ Bitcoin มาใช้ของบริษัทกำลังทำงานตามแผนที่วางไว้
สัญญาณดีขึ้น แต่ยังไม่ยืนยันขาขึ้น
แม้สัญญาณบวกจะปรากฏครบทั้งสามด้าน แต่ Wintermute ยังไม่ยืนยันว่า Bitcoin เข้าสู่ช่วงฟื้นตัวเต็มรูปแบบ เพราะการกลับมาเป็นขาขึ้นต้องอาศัยทั้งแรงซื้อและราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงการหยุดร่วงในช่วงเวลาสั้น ๆ
อีกด้านหนึ่ง ปัจจัยเศรษฐกิจโลกยังคงมีอิทธิพลต่อราคา Bitcoin โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดกลับมากังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจใช้นโยบายดอกเบี้ยที่เข้มงวดต่อไป
ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค หรือตัวเลขเงินเฟ้อ CPI จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด จะช่วยลดความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย และเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโต
ตัวเลข CPI สหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมาเปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงทั้งเมื่อเทียบเป็นรายปีและรายเดือน ส่งผลให้ความคาดหวังเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยลดลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดออปชันยังคงสะท้อนท่าทีระมัดระวัง โดยความต้องการ Put Option ซึ่งใช้ป้องกันความเสี่ยงจากราคาลง ยังสูงกว่า Call Option ที่ใช้เดิมพันกับราคาที่ปรับตัวขึ้น
พฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เทรดเดอร์ยังให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ระยะสั้น มากกว่าการเพิ่มสถานะเพื่อเก็งกำไรจากการฟื้นตัว
Wintermute ระบุว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้ ได้แก่ กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin Spot ETF สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ
โดยสรุป สัญญาณทั้งสามข้อช่วยลดความเสี่ยงที่ Bitcoin จะเผชิญแรงขายเทขายอย่างรุนแรงในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า แนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ในขณะที่รายงาน Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 64,610 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.51% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:coinpost

