bitkub-banner

กูรูชี้บล็อกเชนจะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อคนใช้ไม่รู้สึกถึงการมีอยู่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Anthony Soohoo ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ MoneyGram ออกมาเปิดเผยว่ากลยุทธ์ด้านบล็อกเชนของบริษัทได้พัฒนาไปไกลกว่าแค่การทดลองใช้งานและกำลังก้าวเข้าสู่การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินทั่วโลกให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
  • ทางบริษัทมองว่าบล็อกเชนไม่ใช่เพียงแค่ฟีเจอร์ที่เอาไว้โชว์ลูกค้าแต่เป็นเทคโนโลยีหลังบ้านที่จะช่วยให้การโอนเงินข้ามพรมแดนมีความรวดเร็วโปร่งใสและมีต้นทุนที่ถูกลงซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ลูกค้ากว่า 60 ล้านรายที่ต้องการความคุ้มค่า
  • ปัจจุบันบริษัทได้ร่วมมือกับเครือข่าย Stellar มากว่าห้าปีและยังขยายความร่วมมือไปเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Solana รวมถึง Tempo เพื่อสร้างระบบการชำระบัญชีแบบเรียลไทม์ที่จะช่วยลดต้นทุนและสามารถส่งผ่านความคุ้มค่ากลับไปเป็นค่าธรรมเนียมที่ถูกลงให้แก่ผู้ใช้งาน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากความเคลื่อนไหวนี้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้านขององค์กรซึ่งไม่ได้ส่งผลให้เกิดแรงซื้อเก็งกำไรโดยตรงต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภาพรวม

Anthony Soohoo ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ MoneyGram ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้งานในโลกความเป็นจริง โดยเขามองว่าความสำเร็จที่แท้จริงของเทคโนโลยีนี้คือการที่มันสามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้อย่างราบรื่นจนลูกค้าไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือทำความเข้าใจว่ามีระบบนี้ซ่อนอยู่ เขาเปรียบเทียบว่ามันเหมือนกับชิปประมวลผลในโทรศัพท์มือถือ iPhone ที่ผู้ใช้งานทั่วไปไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้างในใช้เทคโนโลยีอะไร รู้เพียงแค่ว่ามันทำงานได้รวดเร็วและตอบสนองความต้องการได้ดีก็เพียงพอแล้ว

เป้าหมายหลักของลูกค้ารายย่อยที่ใช้บริการ MoneyGram คือการส่งเงินข้ามประเทศไปให้เพื่อนหรือครอบครัว ซึ่งปัจจัยที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือความรวดเร็วและค่าธรรมเนียมที่ถูก ระบบการโอนเงินข้ามพรมแดนแบบดั้งเดิมมักจะต้องใช้เวลาหลายวันในการชำระบัญชีและต้องพึ่งพาเวลาทำการของธนาคาร รวมถึงต้องผ่านตัวกลางหลายทอดซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากและมีต้นทุนสูง การนำบล็อกเชนเข้ามาใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานจึงช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดเพราะระบบสามารถทำการชำระบัญชีแบบเรียลไทม์ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องหยุดพัก

เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง MoneyGram ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับเครือข่าย Stellar ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังให้กับโครงการบล็อกเชนหลายรายการของบริษัทตลอดห้าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้บริษัทยังเริ่มสำรวจระบบนิเวศอื่นเพิ่มเติมด้วยการก้าวเข้าไปเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย Solana และ Tempo เป้าหมายที่แท้จริงของบริษัทจึงไม่ใช่การเก็งกำไรในตลาดคริปโต แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านระบบโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเก่าให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าแนวคิดของ CEO จาก MoneyGram ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องและเป็นสิ่งที่อุตสาหกรรมคริปโตควรให้ความสำคัญในระยะยาว การพยายามบังคับให้ผู้ใช้งานทั่วไปต้องมานั่งทำความเข้าใจความซับซ้อนของเครือข่ายบล็อกเชนหรือการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลมักจะเป็นอุปสรรคที่ขัดขวางการเข้าถึงเทคโนโลยี การนำสิ่งเหล่านี้ไปซ่อนไว้หลังบ้านแล้วให้มันทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมคือตัวอย่างของการใช้งานจริงที่ยั่งยืนที่สุด หากองค์กรการเงินระดับโลกหลายแห่งเริ่มเดินตามรอยนี้ เราอาจจะได้เห็นยุคที่คริปโตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันโดยที่ผู้คนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ