สรุปข่าว
- อัยการอเมริกันได้ยื่นฟ้องต่อศาลเขตในกรุงวอชิงตันดีซีเพื่อยึดคืนสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ารวมกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นเงินที่ได้จากการหลอกลวงประเภทหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนและกลโกงหลอกว่าจะช่วยกู้คืนเงินในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
- กระทรวงยุติธรรมร่วมกับหน่วยสืบราชการลับได้สะกดรอยเส้นทางการเงินผ่านกระเป๋าคริปโตหลายร้อยใบจนพบว่ามีความเชื่อมโยงกับธุรกรรมหลอกลงทุนกว่า 270 รายการและมีเหยื่อสายหลอกรักร่วมลงทุนมากกว่า 200 ราย
- ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลงานของหน่วยงานปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์หรือ Scam Center Strike Force ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2025 โดยสามารถยึดเงินคืนให้กับผู้เสียหายรวมแล้วมากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากการยึดทรัพย์สินคริปโตที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมเป็นมาตรการปราบปรามทางกฎหมายซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัจจัยพื้นฐานหรืออุปทานการซื้อขายในตลาดคริปโตโดยรวม
อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาได้ยื่นคำร้องยึดทรัพย์ทางแพ่งจำนวน 5 ฉบับต่อศาลเขตในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อขออนุมัติยึดคืนคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่ารวมกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินจำนวนนี้ถูกระบุว่ามาจากขบวนการฉ้อโกงข้ามชาติที่หลอกลวงประชาชนทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ ได้ทำการสืบสวนและสะกดรอยเส้นทางการเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลหลายร้อยใบ จนกระทั่งสามารถสั่งอายัดคริปโตที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมหลอกลงทุนมากกว่า 270 รายการ รวมถึงเหยื่อที่ถูกหลอกให้รักแล้วชวนลงทุนอีกมากกว่า 200 ราย ซึ่งคดีที่ใหญ่ที่สุดสองอันดับแรกเป็นการยึดเงินที่เกี่ยวพันกับกลโกงหลอกรักจำนวน 12.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแพลตฟอร์มลงทุนปลอมอีก 10.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พฤติกรรมของแก๊งมิจฉาชีพเหล่านี้มีตั้งแต่การสร้างแพลตฟอร์มลงทุนคริปโตปลอมขึ้นมา และทำการตัดการติดต่อทันทีเมื่อเหยื่อพยายามจะถอนเงินออกมา ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการใช้วิธีหลอกซ้ำซ้อนด้วยการติดต่อหาเหยื่อที่เคยโดนโกงไปแล้ว โดยอ้างว่าสามารถช่วยนำเงินกลับคืนมาให้ได้แต่ต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ซึ่งเป็นกลโกงที่เรียกว่า Recovery scam
การยึดทรัพย์ครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จล่าสุดของหน่วยเฉพาะกิจ Scam Center Strike Force ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2025 เพื่อเร่งปราบปรามขบวนการต้มตุ๋นและศูนย์หลอกลวงออนไลน์โดยเฉพาะ โดยปัจจุบันหน่วยงานนี้สามารถอายัดและติดตามทรัพย์สินคริปโตคืนมาจากกลุ่มมิจฉาชีพได้แล้วรวมมูลค่ามากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา: coindesk
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการปราบปรามและยึดทรัพย์สินคริปโตจากกลุ่มมิจฉาชีพอย่างจริงจังของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นสัญญาณบวกอย่างมากต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมในระยะยาว การที่ภาครัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายและสะกดรอยตามเงินที่ถูกชิงไปกลับคืนมาได้จะช่วยลดทอนภาพจำเชิงลบที่มองว่าคริปโตเป็นเครื่องมือของอาชญากร และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานทั่วไป แม้ว่าในระยะสั้นเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลต่อราคาเหรียญใดเหรียญหนึ่งโดยตรง แต่การกวาดล้างกลโกงเหล่านี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศทางการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือมากขึ้นสำหรับทุกคน

