สรุปข่าว
- ทีมนักวิจัยจาก AmericanFortress บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชนในไวโอมิง เปิดตัวโปรโตคอล ZKPoSP ที่ใช้หลักฐานพิสูจน์แบบ Zero-knowledge แทนลายเซ็น Elliptic Curve เดิม เพื่อป้องกันกระเป๋า Bitcoin จากการโจมตีของควอนตัมคอมพิวเตอร์
- จุดเด่นของระบบคือ ผู้ใช้งานไม่ต้องโยกย้ายเหรียญไปยังที่อยู่ใหม่ เจ้าของ Seed Phrase ตัวจริงยังพิสูจน์สิทธิ์ควบคุมกระเป๋าได้ แม้ Private Key จะถูกถอดรหัสไปแล้ว
- ระบบต้นแบบพัฒนาด้วยภาษา Rust ใช้เวลาสร้างหลักฐานยืนยันราว 12-13 วินาที และตรวจสอบความถูกต้องเพียง 9-10 มิลลิวินาที แต่ยังเป็นแค่ข้อเสนอทางวิชาการ ยังไม่ถูกนำไปใช้จริง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
งานวิจัยชิ้นนี้ยังอยู่ในขั้นตอนต้นแบบทางวิชาการเท่านั้น ยังไม่มีการนำไปปรับใช้บนเครือข่ายจริง จึงไม่น่าจะสร้างแรงกระเพื่อมต่อราคาในระยะสั้น แต่ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนสถาบัน เพราะแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกำลังเตรียมรับมือความเสี่ยงจากควอนตัมคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง
คณะนักวิจัยจาก AmericanFortress บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชนและวิทยาการรหัสลับในรัฐไวโอมิง ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาระบบความปลอดภัยยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum) ได้เสนอนวัตกรรมรหัสลับรูปแบบใหม่ ที่จะช่วยให้ Bitcoin และกระเป๋าเงินบล็อกเชนอื่น ๆ สามารถต้านทานการโจมตีจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคตได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงที่อยู่กระเป๋าเงินเดิม
ในรายงานเอกสารวิจัยชื่อ “ZKPoSP: Post-Quantum Zero-Knowledge Proofs for Hierarchical Deterministic Wallets” นักวิจัยของ AmericanFortress ได้อธิบายถึงการทดแทนลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์แบบ Elliptic Curve ดั้งเดิม ด้วยหลักฐานการพิสูจน์แบบ Zero-knowledge ในขณะที่ยังคงรักษาสภาพการทำงาน ร่วมกับวอลเล็ตแบบ Hierarchical Deterministic (HD Wallets) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเอาไว้ได้
คณะนักวิจัยระบุว่า “ความก้าวหน้าล่าสุดของฮาร์ดแวร์ควอนตัม รวมถึงชิปประมวลผล Willow ของ Google ได้เร่งกรอบระยะเวลาการเข้าถึงควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังให้สั้นลง
ซึ่งคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่รันอัลกอริทึมของ Shor สามารถถอดรหัส Private Key จาก Public Key ได้ ทำให้ส่งผลกระทบ และเป็นภัยคุกคามต่อกระเป๋าเงินคริปโตทุกใบที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน”
เจาะลึกระบบ ZKPoSP และการทำงานรับมือวัน “Q-Day”
งานวิจัยมุ่งเน้นไปที่การรับมือเหตุการณ์วัน “Q-Day” ซึ่งเป็นจุดที่ควอนตัมคอมพิวเตอร์จะมีสมรรถนะสูงพอ จนสามารถใช้อัลกอริทึมของ Shor ถอดรหัส Private Key จาก Public Key ได้ ซึ่งจะทำให้การเข้ารหัสแบบ Elliptic Curve ที่ใช้อยู่ใน Bitcoin และบล็อกเชนอื่นๆ อีกส่วนใหญ่ หมดความปลอดภัยลง
ซึ่งแทนที่จะกำหนดให้ผู้ใช้งานต้องโอนย้ายเงินไปยังที่อยู่วอลเล็ตแบบใหม่ที่ปลอดภัยจากควอนตัม ระบบนี้จะแทนที่ลายเซ็นดิจิทัลด้วยหลักฐานพิสูจน์แบบ Zero-knowledge ที่จะตรวจสอบความเป็นเจ้าของชุด Seed Phrase ของวอลเล็ตแทน
และเนื่องจากตัว Seed จะถูกเก็บเป็นความลับไว้ คณะผู้เขียนวิจัยจึงโต้แย้งว่า เจ้าของ Seed Phrase ที่แท้จริงจะยังคงสามารถพิสูจน์สิทธิ์การควบคุมกระเป๋าเงินของตนเองได้ แม้ว่า Private Key จะถูกเจาะระบบไปแล้วก็ตาม
รายงานได้เปิดตัวโปรโตคอล ZKPoSP (Zero-Knowledge Proof of Seed Provenance) ร่วมกับ QBIP32 ซึ่งเป็นกลไกการสร้างกุญแจที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ Elliptic Curve หลากหลายรูปแบบ โดยยังคงความสามารถในการทำงานร่วมกับโครงสร้างกระเป๋าเงิน HD เดิมได้
คณะนักวิจัยของ AmericanFortress ได้สร้างระบบต้นแบบขึ้นมาด้วยภาษา Rust บนระบบประมวลผลเสมือน RISC Zero zero-knowledge virtual machine
ซึ่งจากการทดสอบระบบต้นแบบพบว่า ใช้เวลาในการสร้างหลักฐานยืนยัน (Proof Generation) ราว 12 ถึง 13 วินาที และใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้อง (Verification) เพียง 9 ถึง 10 มิลลิวินาทีเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังเป็นเพียงข้อเสนอทางวิชาการและยังไม่ได้ถูกนำไปปรับใช้จริงบนเครือข่ายบล็อกเชนใด ๆ ซึ่งการใช้งานจริงจะต้องได้รับความยินยอมและการปรับใช้จากเหล่านักพัฒนา ผู้ให้บริการกระเป๋าเงิน กระดานเทรด นักขุด และผู้ใช้งานทั่วไป
ความตื่นตัวของอุตสาหกรรมคริปโตในการเตรียมพร้อมรับมือยุคหลังควอนตัม
วิทยาการรหัสลับยุคหลังควอนตัม (Post-Quantum Cryptography) กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะนักพัฒนาบล็อกเชนต้องเตรียมรับมือกับ “Q-Day” หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมจะถูกพัฒนาจนเก่งพอมาเจาะระบบได้ โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ถือว่าเป็นโจทย์หินเป็นพิเศษ เนื่องจากทุกครั้งที่เรากดโอนเหรียญ Public Key ของเราจะถูกเปิดเผยขึ้นไปบนบล็อกเชน ทำให้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังมากๆ สามารถแอบนำกุญแจสาธารณะนั้น ไปคำนวณย้อนกลับเพื่อถอดรหัสเอา Private Key แล้วนำไปปลอมแปลงลายเซ็นเพื่อขโมยโอนเหรียญของเราได้
ซึ่งก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม บริษัท BTQ Technologies ได้เริ่มทดสอบระบบ BIP-360 บนเครือข่ายทดลอง “Bitcoin Quantum” เพื่อหาวิธีทำธุรกรรมที่ควอนตัมถอดรหัสไม่ได้
ขณะเดียวกัน Glassnode ได้ประเมินไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า มี Bitcoin สูงถึง 6.04 ล้านเหรียญ หรือเกือบ 30% ของเหรียญทั้งหมดในระบบ ที่เปิดเผย Public Key สู่สาธารณะแล้วและเสี่ยงต่อการถูกถอดรหัส
ยิ่งไปกว่านั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ยังได้ประกาศอัดฉีดงบประมาณกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้งอย่างเป็นทางการอีกด้วย
นอกจากนี้ ยักษ์ใหญ่วงการการเงินและคริปโตเคอเรนซี ได้แก่ BlackRock, Coinbase, Strategy, Fidelity Digital Assets, Galaxy และบริษัทอื่น ๆ ได้ร่วมกันก่อตั้ง Bitcoin Security Consortium พร้อมจัดตั้งงบประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านความปลอดภัยและการป้องกัน Bitcoin จากการโจมตีของควอนตัมคอมพิวเตอร์ในอนาคต
ที่มา : decrypt
มุมมองผู้เขียน : ข้อเสนอ ZKPoSP ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจเพราะแก้ปัญหาความปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อประสบการณ์ผู้ใช้เดิมมากนัก ต่างจากแนวทางย้ายที่อยู่กระเป๋าซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากในทางปฏิบัติมหาศาล

