bitkub-banner

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ยืนยันคำตัดสิน Sam Bankman-Fried ดับฝันพ้นโทษนอนคุก 25 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ศาลอุทธรณ์ภาคสองของสหรัฐฯ ออกคำสั่งรับรองโทษจำคุก 25 ปี และคำสั่งริบทรัพย์สินมูลค่า $1.1 หมื่นล้าน จากความผิดฉ้อโกงและสมคบคิดรวม 7 ข้อหา
  • ศาลชี้แจงว่าการนำเงินฝากของลูกค้า FTX ไปยัง Alameda Research ถือเป็นการฉ้อโกงสมบูรณ์แล้วทันที ไม่สามารถใช้อ้างจะคืนเงินเพื่อพ้นความผิดทางกฎหมายได้
  • SBF เหลือเพียงการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือขออภัยโทษจากประธานาธิบดีเท่านั้น แต่ทั้งฝั่งสภาและทรัมป์ต่างปฏิเสธการลดหย่อนโทษให้กับตัวเขาในปัจจุบัน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ศาลอุทธรณ์ภาคสองของสหรัฐฯ ออกคำสั่งยืนยันคำตัดสินความผิดและโทษจำคุก 25 ปี พร้อมสั่งริบทรัพย์สินมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ Sam Bankman-Fried อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FTX ส่งผลให้ SBF เหลือเพียงช่องทางยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือการขออภัยโทษจากประธานาธิบดีเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะได้ผลยิ่งตอกย้ำว่าอดีตผู้บริหารรายนี้อาจต้องรับโทษจำคุกเต็มระยะเวลา 25 ปีตามคำตัดสิน  

ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาตามเวลาสหรัฐฯ ศาลอุทธรณ์ภาคสองของสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งรับรองอย่างเป็นทางการยืนยันคำตัดสินความผิดและโทษจำคุกของ Sam Bankman-Fried (SBF) อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FTX ซึ่งส่งผลให้โอกาสในการได้รับการปล่อยตัวออกจากจำเรือนจำก่อนกำหนดลดน้อยลงไปอีก

การตัดสินในครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังคำสั่งตัดสินเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งยืนยันตามคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ระบุว่าอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารรายนี้มีความผิดในข้อหาอุกฉกรรจ์รวม 7 ข้อหา และต้องลงโทษจำคุกในเรือนจำกลางเป็นเวลา 25 ปี 

รายงานระบุว่า คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์สามท่าน ได้โต้แย้งข้อกล่าวอ้างในชั้นอุทธรณ์ของ SBF ที่ว่า FTX มี สภาพคล่องเพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่านักลงทุนจะได้เงินคืนเต็มจำนวนและจะไม่เผชิญกับความสูญเสียใดๆ นอกจากนี้ ศาลยังได้ยืนยันคำสั่งริบทรัพย์สินมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของศาลนิวยอร์ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญานี้ด้วย

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ Barrington D. Parker ระบุความเห็นว่า ดังที่ศาลชั้นต้นได้ชี้แจงไว้ การกล่าวอ้างใดๆ ที่ว่า SBF ขาดเจตนาในการฉ้อโกงเพียงเพราะเขามีความตั้งใจที่จะนำเงินมาคืนลูกค้าในภายหลังนั้น ถือเป็นเรื่องที่บิดเบือนข้อกฎหมายและก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการฉ้อโกงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้น ครอบคลุมไปถึงการยักยอกเงินหรือทรัพย์สินเป็นการชั่วคราวด้วย

ศาลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่า ลูกค้าของ FTX ถูกฉ้อโกงทันทีที่ SBF โอนเงินของพวกเขาไปยัง Alameda Research โดยไม่เกี่ยวกว่าเขาจะนำเงินนั้นมาคืนได้ในภายหลังหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ เมื่อคำสั่งรับรองของศาลอุทธรณ์มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว SBF จึงเหลือช่องทางทางกฎหมายเพียงไม่กี่ทางเท่านั้นในการหาโอกาสปล่อยตัวก่อนกำหนด ทำให้ปัจจุบันวิธีการที่หลงเหลืออยู่คือการขออภัยโทษจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ หรือการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้กล่าวเมื่อเดือนมกราคมว่าเขาไม่มีแผนที่จะใช้อำนาจอภัยโทษให้ SBF และเมื่อเดือนที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐฯ ก็ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบข้อตกลงคัดค้านการลดหย่อนโทษให้กับอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FTX รายนี้ทำให้เขาอาจต้องติดคุกนานถึง 25 ปีเต็ม สำหรับสิ่งที่เขาได้ก่อไว้

ที่มา: Cointelegraph


มุมมองผู้เขียน: คดีความของ SBF และ FTX จะกลายเป็นกรณีศึกษาให้ผู้ประกอบการคริปโตรุ่นใหม่และที่มีอยู่ในปัจจุบันได้พึงระลึกว่า จุดจบของพวกเขาจะเป็นอย่างไรหากคิดที่จะทำการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นผลดีต่อผู้ใช้บริการทั่วไปอย่างเราๆ อย่างแน่นอน