สรุปข่าว
- Bitcoin ทะยานขึ้นแตะระดับ $86,000 ในวันที่ 21 กันยายน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือน หลังสัญญา Short เกือบ 250 ล้านดอลลาร์ถูกล้างพอร์ต ก่อนตลาดสหรัฐฯ เปิดทำการ
- Wintermute ระบุว่า ตลาดได้ซึมซับข่าวการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และการไม่ผ่านร่างกฎหมาย Clarity Act ไปหมดแล้ว โดยเงินทุนในกองทุน Spot Bitcoin ETF ก็ไหลกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว แม้จะเจอแรงเทขายในช่วงแรก
- ราคา Bitcoin ปิดสัปดาห์เหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์เป็นครั้งแรกในรอบ 44 สัปดาห์ ขณะที่ตลาด Options เริ่มเห็นแรงซื้อ Call ระยะยาวเพิ่มขึ้นชัดเจน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bullish
ภาพรวมราคามีแนวโน้มบวกชัดเจน หลังกลับยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวในรอบเกือบปี พร้อมแรงซื้อกลับจาก ETF และนักลงทุนในตลาด Options เริ่มหันมากกว้านซื้อเก็งกำไรขาขึ้น แม้ยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยงสั้นๆ จากถ้อยแถลง Fed และวันหมดอายุสัญญา Options ในสัปดาห์นี้ก็ตาม
Wintermute ผู้ดูแลสภาพคล่องรายใหญ่ระดับโลก ออกรายงานวิเคราะห์ตลาดประจำวันที่ 21 กันยายน ระบุว่า ตลาดคริปโตเคอเรนซีได้ผ่านพ้นแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ และผลการโหวตตีตกร่างกฎหมาย Clarity Act ไปเรียบร้อยแล้ว
ในช่วงเช้าของวันเดียวกันนั้นเอง ทั้ง Bitcoin และ Ethereum พร้อมใจกันทะลุแนวต้านเดิมภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แรงเทขายจากฝั่ง Short ถูกบังคับล้างพอร์ตไปมูลค่ารวมกว่า 250 ล้านดอลลาร์ก่อนตลาดสหรัฐฯ จะเปิดทำการด้วยซ้ำ ผลลัพธ์คือ ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นไปแตะ $86,000 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
Fed ขึ้นดอกเบี้ยแบบสายเหยี่ยว กลับกลายเป็นข่าวดี
เมื่อวันที่ 16 กันยายน Fed มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% นักวิเคราะห์จาก Wintermute มองว่า ท่าทีสายเหยี่ยวครั้งนี้กลับเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง เพราะช่วยตรึงความเชื่อมั่นของตลาดเอาไว้ได้ ตลาดจึงไม่ได้ตอบสนองในแง่ลบอย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวลไว้ล่วงหน้า
ด้านร่างกฎหมาย Clarity Act ซึ่งพ่ายโหวตในวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงสูสี 49 ต่อ 50 เมื่อวันที่ 15 กันยายน สร้างแรงกดดันให้ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $76,000 ในทันที แต่ราคากลับดีดตัวขึ้นมาได้ภายในวันเดียว โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Paul Atkins ประธาน SEC และ Michael S. Selig ประธาน CFTC ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนในวันถัดมาว่า จะใช้ดุลยพินิจและอำนาจที่มีอยู่เดิม เดินหน้าจัดทำเกณฑ์กำกับดูแลคริปโตทันที โดยไม่รอกฎหมายฉบับใหม่
เงินไหลออกจากกองทุน ETF แค่ชั่วคราว ก่อนไหลกลับเร็วกว่าที่คิด
กองทุน Spot Bitcoin ETF เผชิญเงินทุนไหลออกรวม 746 ล้านดอลลาร์ในช่วง 2 วันแรก หลังข่าวร่างกฎหมายพ่ายแพ้การโหวต แต่แรงเทขายนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน มีเงินทุนเริ่มไหลกลับเข้ามา 159.5 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 17 กันยายน และเพิ่มเป็น 433 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 18 กันยายน ทำให้ผลสุทธิตลอด 5 วันทำการจึงขาดทุนไปเพียง 6 ล้านดอลลาร์เท่านั้น
ตัวเลขนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า การพุ่งขึ้นของราคา Bitcoin รอบนี้ไม่ได้มาจากแรง Short Squeeze ในตลาด Perpetual Futures เพียงอย่างเดียว แต่มีอุปสงค์จริงจากนักลงทุนสถาบันหนุนหลังอยู่ด้วย
ทะลุ MA50 รายสัปดาห์ครั้งแรก ในรอบ 44 สัปดาห์
ในเชิงเทคนิค ราคา Bitcoin ปิดสัปดาห์ ณ วันที่ 20 กันยายนที่ระดับ $81,159 ถือเป็นการปิดยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 สัปดาห์ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2025 หลังจมอยู่ใต้เส้นดังกล่าวต่อเนื่องยาวนานถึง 44 สัปดาห์
นักวิเคราะห์จาก Wintermute มองว่า การกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นนี้ได้ เป็นการยืนยันว่า จุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน ยังคงทำหน้าที่เป็นแนวรับสำคัญของตลาดต่อไป
ฝั่งตลาด Options เองก็เริ่มเห็นแรงซื้อสัญญา Call ระยะยาว สำหรับช่วงสิ้นปีเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนว่า นักลงทุนส่วนใหญ่กำลังปรับพฤติกรรมจากการเน้นป้องกันความเสี่ยง มาเป็นการวางสถานะเพื่อรอรับตลาดขาขึ้นรอบใหม่แล้ว
ปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้
สัปดาห์นี้มีหลายเหตุการณ์สำคัญรอตลาดอยู่ ทั้งถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed รวม 10 ท่าน, การประกาศดัชนี PMI, การพบกันระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิงในวันที่ 23-25 กันยายน และวันหมดอายุของสัญญา Options รายไตรมาสในวันที่ 25 กันยายน
ซึ่ง Wintermute คาดว่า ตลาดกำลังจะเข้าสู่ช่วงสร้างฐานราคาใหม่ ความร้อนแรงของราคาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่มีสุขภาพดี และเป็นไปตามกลไกธรรมชาติของตลาดเอง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การที่ราคา Bitcoim ยืนเหนือ MA50 รายสัปดาห์ และมีแรงซื้อจากกองทุน ETF เข้ามาหนุน ถือเป็นสัญญาณบวกที่มีน้ำหนักมากกว่า Short Squeeze ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลง Fed และการหมดอายุออปชันรายไตรมาสในสัปดาห์นี้ อาจกดดันให้ตลาดแกว่งตัวสร้างฐานก่อนเลือกทิศทางชัดเจนต้นเดือนหน้า

