bitkub-banner

ทุนสถาบันไหลบ่า BlackRock นำทัพเงินไหลเข้า Bitcoin ETF ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 11 เดือน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ เงินไหลเข้า 998.95 ล้านดอลลาร์ สูงสุดในรอบ 11 เดือน นำโดย IBIT ของ BlackRock ที่ 381.4 ล้านดอลลาร์
  • Ethereum ETF ก็รับเงิน 269.98 ล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่กระจายไปยังสินทรัพย์คริปโตหลัก ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Bitcoin
  • Bitcoin พุ่งแตะ 87,300 ดอลลาร์ พร้อมแรง Short Squeeze ที่ล้างพอร์ต 1.06 พันล้านดอลลาร์ โดย 844 ล้านดอลลาร์เป็นสถานะ Short

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 998.95 ล้านดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ สูงสุดในรอบ 11 เดือน โดย IBIT ของ BlackRock นำด้วยเงินไหลเข้า 381.4 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย ARKB และ FBTC ขณะที่ Spot Ethereum ETF ก็มีเงินไหลเข้า 269.98 ล้านดอลลาร์ในวันเดียวกัน ด้านราคา Bitcoin พุ่งแตะ 87,300 ดอลลาร์ ก่อนย่อลงมาบริเวณ 85,400 ดอลลาร์ โดยแรงซื้อได้รับทั้งแรงหนุนจากเงิน ETF การกลับมาเปิดสถานะ Long และการปิดสถานะ Short ซึ่งทำให้ตลาดคริปโตมีการล้างพอร์ตรวม 1.06 พันล้านดอลลาร์

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ พบเงินไหลเข้าสุทธิ 998.95 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา สูงสุดในรอบ 11 เดือน หลัง Bitcoin พุ่งขึ้นทะลุระดับ 87,000 ดอลลาร์ในวันเดียวกัน

ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ยอดเงินไหลเข้าดังกล่าวเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม 2025 ซึ่งวันนั้น Spot Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์

IBIT ของ BlackRock เป็นกองทุนที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดที่ 381.4 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย ARKB ของ Ark & 21Shares ที่ 289.1 ล้านดอลลาร์ และ FBTC ของ Fidelity ที่ 238.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF ของ Grayscale, Bitwise และ Morgan Stanley ก็มีเงินไหลเข้าเช่นกัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แรงซื้อไม่ได้จำกัดอยู่ใน ETF เพียงกองเดียว โดยเงินทุนไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ Bitcoin หลายตัวพร้อมกัน

ขณะเดียวกัน Spot Ethereum ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิ 269.98 ล้านดอลลาร์ ในวันจันทร์ สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2025

ด้านราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแตะประมาณ 87,300 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ก่อนย่อตัวลงมาซื้อขายบริเวณ 85,400 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.7% ในรอบ 24 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum อยู่ที่ประมาณ 2,730 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.5%

Dominick John นักวิเคราะห์จาก Zeus Research กล่าวว่า การทะลุระดับ 85,000 ดอลลาร์ สะท้อนการกลับมาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของสถาบัน ประกอบกับแรงซื้อคืนจากการปิดสถานะ Short และปัจจัยมหภาคที่เอื้อต่อตลาด

Jeff Ko หัวหน้านักวิเคราะห์จาก ViaBTC กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีลักษณะเป็นการเบรกเอาต์ทางเทคนิค หลัง Bitcoin ทะลุระดับ 82,000 ดอลลาร์ ซึ่งอาจดึงให้กลยุทธ์การซื้อขายแบบเป็นระบบกลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง

แรงซื้อจากการปิดสถานะ Short ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนการเคลื่อนไหวของราคา โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ตลาดคริปโตมีการล้างพอร์ตรวม 1.06 พันล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นสถานะ Short ราว 844 ล้านดอลลาร์

ด้าน Jeff Mei ซีโอโอของ BTSE กล่าวว่า นักลงทุนสถาบันกำลังกลับมาเพิ่มการลงทุนใน Bitcoin ท่ามกลางปัจจัยมหภาคหลายด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่ลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อ่อนตัวลง และความคาดหวังต่อการหารือระหว่าง Donald Trump และ Xi Jinping

Min Jung จาก Presto Research ระบุว่า การไหลเข้าของเงินทุนครั้งนี้น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งความต้องการเปิดรับความเสี่ยงที่กลับมา ความต้องการ Spot ETF ที่แข็งแกร่ง และการปิดสถานะ Short หลัง Bitcoin สามารถผ่านแนวต้านสำคัญขึ้นมาได้

ขณะที่ Dominick John ระบุว่า Funding Rate ที่เป็นบวกและ Open Interest ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนการกลับมาเปิดสถานะ Long ในตลาดอนุพันธ์ โดยตลาดกำลังจับตาว่า BTC จะสามารถยืนเหนือ 85,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ รวมถึงเงินทุนจะยังไหลเข้าสู่กองทุน ETF อย่างต่อเนื่องหรือไม่

ที่มา:cryptonomist


มุมมองผู้เขียน: เม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF สะท้อนว่า เบื้องหลังการปรับตัวขึ้นของ Bitcoin รอบนี้มีแรงหนุนจากเม็ดเงินสถาบัน สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาต่อคือ เม็ดเงินก้อนนี้จะยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะนั่นอาจเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าแรงซื้อรอบนี้มีความแข็งแกร่งมากพอที่จะพาตลาดไปต่อได้ไกลแค่ไหน