bitkub-banner

Jensen Huang ชี้ AI กำลังเปลี่ยนทักษะมนุษย์ เด็กอาจไม่จำเป็นต้องเก่งคณิตพื้นฐานเหมือนเดิม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Jensen Huang CEO ของ NVIDIA มองว่า AI กำลังทำให้ทักษะพื้นฐานบางอย่าง เช่น การหารยาว, สูตรคูณและการหารากที่สอง มีความจำเป็นน้อยลงในอนาคต
  • ความเห็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีงานวิจัยติดตามนักเรียนจีนกว่า 26,000 คน พบว่า AI ช่วยให้ทำการบ้านเร็วและคะแนนดีขึ้น แต่กลับมีผลลบต่อคะแนนสอบเมื่อไม่ได้ใช้ AI ช่วย
  • อย่างไรก็ตาม Jensen ไม่ได้บอกว่าเด็ก “ไม่ควรเรียนหนังสือ” แต่เชื่อว่ามนุษย์จะต้องเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับทักษะชุดใหม่ ขณะที่ AI รับผิดชอบงานพื้นฐานมากขึ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

คำพูดของ Jensen Huang ที่อาจไม่ส่งผลใด ๆ ต่อราคาหุ้น NVIDIA เพราะเป็นมุมมองเกี่ยวกับการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงทักษะมนุษย์ ไม่ใช่ข่าวเกี่ยวกับรายได้, คำสั่งซื้อ GPU หรือผลประกอบการโดยตรง อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวมุมมองดังกล่าวสะท้อนภาพที่ NVIDIA ผลักดันมาตลอดว่า AI จะเข้ามาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงานในแทบทุกอุตสาหกรรม ซึ่งอาจสนับสนุนภาพการเติบโตของเศรษฐกิจ AI แต่ผลกระทบต่อราคาหุ้นจะขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมากกว่าคำพูดนี้เพียงอย่างเดียว

Jensen Huang มองว่า AI กำลังเปลี่ยนสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต้องเรียนรู้

Jensen Huang CEO ของ NVIDIA ออกมาจุดประเด็นที่นำไปสู่การถกเถียงในโลกออนไลน์ หลังให้สัมภาษณ์กับ Ezra Klein และพูดถึงผลกระทบของ AI ต่อการเรียนรู้ของเด็ก โดยยอมรับว่าทักษะพื้นฐานอย่างการหารยาว. สูตรคูณและการหารากที่สองกำลังถูกลืมมากขึ้น แต่เมื่อถูกถามว่าการสูญเสียทักษะเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญหรือไม่ Jensen ตอบว่า “ผมไม่คิดว่ามันสำคัญ” พร้อมเสริมว่ามนุษย์จะค้นพบทักษะชุดใหม่ที่มีความสำคัญมากกว่าเดิม

ประเด็นดังกล่าวถูก Watcher.Guru นำไปสรุปเป็นคำว่า “ยุคไอคิวต่ำ” ซึ่งกลายเป็นข้อความที่ถูกแชร์อย่างรวดเร็วบน X แต่คำดังกล่าวไม่ได้เป็นคำพูดโดยตรงของ Huang ในบทสัมภาษณ์

งานวิจัยพบ AI ช่วยทำงานเร็วขึ้น แต่คะแนนสอบกลับลดลง

บทสนทนาของ Jensen มีที่มาจากงานวิจัยของ David Strömberg จาก Stockholm University และ Victor Lei กับ Yanhui Wu จาก University of Hong Kong ซึ่งติดตามนักเรียนระดับมัธยมในจีนจำนวน 26,811 คน เป็นระยะเวลา 30 เดือน

ผลการศึกษาพบว่า หลังนักเรียนเริ่มใช้ Generative AI คะแนนการบ้านเพิ่มขึ้นประมาณ 18% ขณะที่เวลาในการทำการบ้านลดลงประมาณ 30% สะท้อนว่า AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างชัดเจน

แต่เมื่อวัดความรู้ผ่านการสอบที่นักเรียนไม่สามารถใช้ AI ช่วย ผลกลับตรงกันข้าม โดยคะแนนสอบรายเดือนลดลงประมาณ 20% ภายใน 6 เดือน ขณะที่คะแนนสอบเข้าโรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยก็ลดลงเช่นกัน โดยผลกระทบเต็มรูปแบบปรากฏชัดหลังผ่านไปประมาณ 2 ปี

นักวิจัยพบด้วยว่า ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับกลุ่มนักเรียนที่มีพฤติกรรมใช้ AI ทำการบ้านแทนตัวเอง มากกว่าการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้

Jensen Huang มองว่า “ทักษะที่สำคัญ” กำลังเปลี่ยนไป

Jensen Huang ไม่ได้ปฏิเสธว่าความสามารถของเด็กกำลังเปลี่ยนแปลง แต่เขาตั้งคำถามว่าการที่มนุษย์ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะบางอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนั้นควรถูกมองว่าเป็นการถดถอยหรือไม่

เขายกตัวอย่างตัวเองว่า ปัจจุบันเขายังจำที่อยู่หรือรหัสไปรษณีย์ของตัวเองไม่ได้ และมองว่ามันไม่ได้เป็นปัญหา เพราะมีเทคโนโลยีช่วยค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้

ในมุมของ Jensen เมื่อ AI สามารถจัดการงานพื้นฐานได้ มนุษย์อาจมีพื้นที่ให้พัฒนาความสามารถระดับสูงขึ้น เช่น การคิดเป็นระบบ, การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการตัดสินใจ โดยทักษะที่จำเป็นในยุค AI อาจไม่เหมือนกับสิ่งที่ระบบการศึกษาเคยให้ความสำคัญ

แนวคิดนี้คล้ายกับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีในอดีต เมื่อเครื่องคิดเลขเข้ามาลดความจำเป็นในการคำนวณตัวเลขด้วยมือ แต่ประเด็นที่ยังเป็นที่ถกเถียงคือ การไม่จำเป็นต้องทำบางอย่างเองไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเข้าใจหลักการของสิ่งนั้น

นักวิจัยเตือนว่า “ประสิทธิภาพ” อาจไม่เท่ากับ “การเรียนรู้”

ผลการศึกษาจากจีนทำให้ประเด็นนี้ซับซ้อนขึ้น เพราะตัวเลขไม่ได้บอกว่า AI เป็นเพียงเทคโนโลยีที่ทำให้เด็กเรียนแย่ลงทั้งหมด

สิ่งที่งานวิจัยพบคือ AI สามารถทำให้ผลลัพธ์ของงานดีขึ้นในระยะสั้น แต่หากนักเรียนใช้ AI เพื่อลดการลงมือคิดและทำงานด้วยตัวเอง ผลประโยชน์ดังกล่าวอาจแลกมาด้วยการสูญเสียทักษะในระยะยาว

นักวิจัยระบุว่า ประมาณ 80% ของผู้ใช้ AI ในกลุ่มศึกษามีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับการให้ AI ทำการบ้านแทน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการสูญเสียทักษะการเรียนรู้ชัดเจนที่สุด ขณะที่ผู้ที่ใช้ AI ซึ่งใช้เวลาในการทำงานใกล้เคียงกับนักเรียนที่ไม่ได้ใช้ AI พบว่ามีการสูญเสียทักษะน้อยกว่า

ประเด็นนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ว่า “AI ทำให้คนโง่ลงหรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า มนุษย์ใช้ AI เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวเอง หรือใช้ AI เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการเรียนรู้


คำพูดของ Jensen Huang สะท้อนคำถามใหญ่ของยุค AI ว่า เมื่อเครื่องจักรสามารถทำงานพื้นฐานแทนมนุษย์ได้ เราควรยังสอนมนุษย์ให้ทำงานเหล่านั้นเหมือนเดิมหรือไม่

แม้คำว่า “Low IQ Era” จะเป็นคำสรุปจาก Watcher.Guru ไม่ใช่คำพูดตรงของ Huang แต่เนื้อหาที่เขาพูดนั้นชัดเจนว่าเขามองว่าทักษะบางอย่าง เช่น การคำนวณพื้นฐาน อาจมีความสำคัญลดลงเมื่อ AI สามารถทำแทนได้

จุดที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่การถกเถียงว่าเด็กควรจำสูตรคูณหรือไม่ แต่คือ ระบบการศึกษาจะปรับตัวทันหรือเปล่า เพราะถ้า AI ทำให้การหาคำตอบกลายเป็นเรื่องง่าย สิ่งที่มนุษย์ต้องเรียนรู้อาจเปลี่ยนจาก “จำและคำนวณ” ไปเป็น “เข้าใจ, ตรวจสอบ, ตั้งคำถามและตัดสินใจ” แทนและจากผลการศึกษาที่มีอยู่ตอนนี้ สิ่งสำคัญคือการหาวิธีใช้ AI โดยไม่ทำให้กระบวนการเรียนรู้หายไปพร้อมกับความสะดวกสบาย

ที่มา : WatcherGuru, CEPR, Stanford, NVIDIAnews