bitkub-banner

วุฒิสภาสหรัฐฯ ชี้ USDT เป็นเครื่องมือหลักให้อิหร่านเลี่ยงคว่ำบาตร

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะอนุกรรมาธิการสอบสวนถาวรของวุฒิสภาสหรัฐฯ (PSI) เผยแพร่รายงานระบุว่ารัฐบาลอิหร่านใช้ USDT ของ Tether เป็นเครื่องมือหลักในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
  • รายงานพบว่า 84% ของ 846 บัญชี/กระเป๋าคริปโตที่เชื่อมโยงกับอิหร่านทำธุรกรรมด้วย USDT เป็นหลัก และธนาคารกลางอิหร่านถือครอง USDT อย่างน้อย $507 ล้านเพื่อใช้ทำการค้าต่างประเทศนอกระบบธนาคารปกติ
  • Tether ออกมาตอบโต้ว่าได้อายัด USDT ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านไปแล้วราว $550 ล้านในปี 2569 โดยร่วมมือกับหน่วยงานสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

รายงานนี้เพิ่มแรงกดดันด้านกฎระเบียบต่อ Tether ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดและเป็นแกนกลางของสภาพคล่องในตลาดคริปโตทั่วโลก หากนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรหรือข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นและสภาพคล่องของตลาดคริปโตในวงกว้าง

ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 สมาชิกพรรคเดโมแครตในคณะอนุกรรมาธิการสอบสวนถาวรของวุฒิสภาสหรัฐฯ (Permanent Subcommittee on Investigations หรือ PSI) นำโดยสมาชิกอาวุโสฝ่ายเสียงข้างน้อย วุฒิสมาชิก Richard Blumenthal ได้เผยแพร่รายงานสอบสวนฉบับใหม่ ระบุว่ารัฐบาลอิหร่านพึ่งพา Stablecoin USDT ของ Tether เป็นเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ทางการเงิน และใช้เป็นกลไกธนาคารเงาเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ รายงานฉบับนี้จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเดโมแครตของคณะอนุกรรมาธิการ ไม่ใช่ผลสรุปร่วมของทั้งคณะกรรมาธิการ

รายละเอียดในรายงาน ตัวเลขที่น่าตกใจ

นักสืบของคณะอนุกรรมาธิการได้ตรวจสอบบัญชีและกระเป๋าเงินคริปโตกว่า 846 รายการที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งเคยถูกหน่วยงานสหรัฐฯ และอิสราเอลตั้งข้อสังเกตมาก่อน พบว่ากว่า 84% ของบัญชีเหล่านี้ทำธุรกรรมด้วย USDT เพียงอย่างเดียวหรือเป็นหลัก นอกจากนี้รายงานยังระบุว่าธนาคารกลางอิหร่านได้สะสม USDT อย่างน้อย $507 ล้าน เพื่อใช้รักษาการค้าต่างประเทศและดำเนินการนอกระบบธนาคารดั้งเดิม โดยรายงานกล่าวหาว่า USDT ยังถูกใช้เป็นช่องทางหลักในการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง เช่น Hezbollah, Hamas และ Houthi รวมถึงโครงการขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน พร้อมทั้งวิจารณ์ว่า Tether ล่าช้าในการขึ้นบัญชีดำและอายัดกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย

Tether โต้กลับ ยันร่วมมือหน่วยงานสหรัฐฯ เต็มที่

ในวันเดียวกัน Tether ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อย่างเคร่งครัด พร้อมระบุว่าในปี 2569 เพียงปีเดียว บริษัทได้อายัด USDT ที่เชื่อมโยงกับอิหร่านไปแล้วราว $550 ล้าน โดยร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ Tether ยังโต้แย้งว่าความโปร่งใสของบล็อกเชนสาธารณะทำให้การติดตามและอายัดเงินที่ผิดกฎหมายมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบธนาคารแบบดั้งเดิมเสียอีก ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2569 Tether เคยอายัดเงินกว่า $344 ล้านในสองกระเป๋าเงินที่ต่อมาถูกสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศสหรัฐฯ (OFAC) เชื่อมโยงกับธนาคารกลางอิหร่าน และในเดือนกรกฎาคม 2569 ก็อายัดเงินกว่า $130 ล้านในสี่กระเป๋าเงินบนเครือข่าย Tron ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลัง OFAC ขึ้นบัญชีดำ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อตลาดคริปโต

รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากวุฒิสมาชิก Blumenthal เคยส่งจดหมายสอบถามอย่างเป็นทางการถึง CEO ของ Tether อย่าง Paolo Ardoino ในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อขอข้อมูลการปฏิบัติตามกฎระเบียบและกลไกการขึ้นบัญชีดำ รวมถึงสอดคล้องกับการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ Economic Outcast ในเดือนสิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นแคมเปญบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรหลายหน่วยงานที่มุ่งเป้าไปยังเครือข่ายการเงินของอิหร่าน โดยเฉพาะสินทรัพย์ดิจิทัลและตัวกลางคริปโตนอกประเทศ เนื่องจาก Tether เป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดและเป็นแกนกลางสภาพคล่องของตลาดคริปโตทั่วโลก แรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นนี้จึงอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันในวงกว้าง


ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเกมการเมืองที่ผสมกับความจริงด้านกฎระเบียบอยู่พอสมควร ต้องยอมรับว่าบล็อกเชนสาธารณะแบบที่ USDT ใช้อยู่นั้นเปิดกว้างให้ใครก็สร้างกระเป๋าเงินได้โดยไม่ต้องขออนุญาต Tether ล่วงหน้า ดังนั้นการจะโทษว่า Tether “ปล่อยปละละเลย” ทั้งหมดก็ไม่ยุติธรรมนัก โดยเฉพาะเมื่อบริษัทมีสถิติการอายัดเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์เมื่อได้รับการร้องขอจากหน่วยงานรัฐ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตัวเลข 84% ของบัญชีที่เชื่อมโยงกับอิหร่านใช้ USDT เป็นหลักก็เป็นสัญญาณที่รัฐบาลสหรัฐฯ คงไม่ปล่อยผ่านง่าย ๆ สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ และกระทรวงการคลังว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมต่อ Tether หรือ Stablecoin โดยรวมหรือไม่ เพราะถ้ามีการเข้มงวดกฎระเบียบจริงจัง อาจกระทบสภาพคล่องของทั้งตลาดคริปโตที่พึ่งพา USDT อยู่มาก

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI