สรุปข่าว
- เว็บกระดานเทรด Bitget มีเงินไหลออกสุทธิราว $463 ล้านในรอบ 24 ชั่วโมง หลังเปิดให้ถอนเงินอีกครั้งตามแผนทยอยเปิดหลังถูกแฮกเมื่อสัปดาห์ก่อน
- ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่านี่คือยอดไหลออกสุทธิรายวันสูงสุดของ Bitget นับตั้งแต่เริ่มติดตามข้อมูล Proof-of-Reserves มา 4 ปี ขณะที่กองทุนคุ้มครองผู้ใช้ของ Bitget ร่วงจากกว่า $464 ล้าน เหลือต่ำกว่า $200 ล้าน
- CEO Bitget ยืนยันจะเติมเงินกองทุนคุ้มครองด้วยเงินทุนของบริษัทเองให้ทะลุ $300 ล้านภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนการถอนเหรียญอื่นยังทยอยเปิดต่อเนื่องถึงต้นเดือน ต.ค.
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เงินไหลออกจำนวนมากจากเว็บกระดานเทรดใหญ่หลังถูกแฮกมักสะท้อนความไม่มั่นใจของผู้ใช้ และอาจกดดันสภาพคล่องในตลาดคริปโตของฝั่งเอเชียในระยะสั้น แม้ Bitget ยังมีทุนสำรองเหลือหลายพันล้านดอลลาร์รองรับอยู่ก็ตาม
เว็บกระดานเทรดคริปโต Bitget เผชิญเงินไหลออกสุทธิราว $463 ล้านในรอบ 24 ชั่วโมง นับถึงวันที่ 29 ก.ย. 2569 หลังจากเปิดให้ผู้ใช้ถอนเงินอีกครั้งตามแผนทยอยเปิดที่ประกาศไว้ ตามรายงานจาก Cointelegraph ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg และ DefiLlama เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก Bitget ถูกแฮกเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ทำให้ต้องระงับการถอนเงินทั่วทั้งแพลตฟอร์มชั่วคราว ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่านี่คือยอดไหลออกสุทธิรายวันสูงสุดของ Bitget นับตั้งแต่เริ่มติดตามข้อมูล Proof-of-Reserves มาตลอด 4 ปี
กองทุนคุ้มครองผู้ใช้ร่วงต่ำกว่า $200 ล้าน
ข้อมูล on-chain จากกระเป๋าเงินสำรองทั้ง 3 แห่งของ Bitget ที่ Bloomberg ตรวจสอบพบว่า กองทุนคุ้มครองผู้ใช้ (User Protection Fund) ซึ่งเคยมีมูลค่ากว่า $464 ล้าน ได้ลดลงเหลือต่ำกว่า $200 ล้าน หลังถูกนำมาใช้ดูดซับความเสียหายโดยตรงจากเหตุการณ์แฮกครั้งนี้ Gracy Chen ซีอีโอ Bitget ยืนยันกับ Bloomberg ผ่านอีเมลว่ากองทุนดังกล่าวถูกนำมาใช้รองรับผลกระทบทางการเงินจริง และบริษัทจะเติมเงินทุนของตัวเองเข้าไปให้กองทุนกลับมาทะลุ $300 ล้านภายใน 1 สัปดาห์
ทั้งนี้ Bitget ไม่ได้เปิดถอนเงินทุกสกุลพร้อมกันในครั้งเดียว แต่ใช้วิธีทยอยเปิดเป็นขั้นตอน โดยเริ่มจากการเปิดถอน Bitcoin เมื่อวันที่ 28 ก.ย. และตามด้วยการเปิดถอน Ethereum บนหลายเชนทั้ง Ethereum, BSC, Arbitrum, Base และ Optimism ในวันที่ 29 ก.ย. ส่วน USDT มีกำหนดเปิดถอนวันที่ 30 ก.ย. และเหรียญอื่น ๆ รวมถึงการถอนเงินบาทและระบบ P2P จะเปิดในวันที่ 2 ต.ค. การเปิดถอนเป็นขั้น ๆ เช่นนี้เองที่ทำให้เกิดแรงถอนเงินสะสมออกจากแพลตฟอร์มต่อเนื่องในช่วงนี้
ยอดไหลออกเทียบกับทุนสำรองทั้งหมด
แม้ตัวเลข $463 ล้านจะดูเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเทียบกับทุนสำรองที่ DefiLlama ติดตามอยู่ทั้งหมดของ Bitget ซึ่งอยู่ที่ราว $5.7 พันล้าน ยอดไหลออกดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเพียงราว 8% ของทุนสำรองรวมเท่านั้น ก่อนหน้านี้ Bitget เปิดเผยว่าความเสียหายจากการถูกแฮกอยู่ที่ประมาณ $387.5 ล้าน โดยผู้โจมตีอาศัยช่องโหว่ในซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยของบุคคลที่สามเพื่อขโมยสิทธิ์การเข้าถึงระดับสูงและปลอมแปลงคำสั่งถอนเงินภายใน ทั้งนี้ Bitget ยืนยันว่ากระเป๋าเย็นแบบออฟไลน์ไม่ได้รับผลกระทบ และมีการว่าจ้างบริษัทนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลอย่าง Mandiant และ SlowMist เข้าตรวจสอบเหตุการณ์นี้
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า NEAR Intents บล็อกเงินแฮก Bitget กว่า $50 ล้าน ต่างจาก THORChain ที่ไม่คัดกรอง ซึ่งเป็นความพยายามหนึ่งในการสกัดกั้นเส้นทางการฟอกเงินของผู้โจมตี
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติที่คาดเดาได้หลังเว็บกระดานเทรดใหญ่โดนแฮก คนที่ยังมีเงินค้างอยู่ในระบบย่อมอยากถอนออกทันทีที่ทำได้ ไม่ว่าจะเชื่อมั่นในบริษัทมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่น่าจับตาจริง ๆ ไม่ใช่ตัวเลขไหลออกวันนี้ แต่คือว่า Bitget จะเติมกองทุนคุ้มครองผู้ใช้กลับมาได้ตามที่สัญญาไว้จริงหรือไม่ และหลังเปิดถอนครบทุกสกุลในวันที่ 2 ต.ค. จะมีแรงไหลออกต่อเนื่องอีกแค่ไหน ถ้าทุนสำรองยังเหลือเพียงพอตามที่รายงานไว้ ความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องล่มก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น แต่ความเชื่อมั่นของผู้ใช้ต่อแบรนด์ในระยะยาวอาจเป็นอีกเรื่องที่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูมากกว่าตัวเลขในบัญชี
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
