สรุปข่าว
- สำนักงาน ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ถอนทรัพย์สินดิจิทัลออกจากแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนถูกปิดกั้นการเข้าถึงในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- คำสั่งปิดกั้นนี้มาจากการที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้พัฒนาและผู้ดำเนินการทั้ง 6 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ฐานประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต
- ผู้ใช้งานที่ยังมีทรัพย์สินค้างอยู่ในแอปทั้งสองต้องรีบโอนออกไปยังกระเป๋าส่วนตัวหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาตถูกต้องก่อนถึงกำหนด
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ข่าวนี้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ใช้งานแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตในไทยโดยตรง เนื่องจากเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่จำกัดการเข้าถึงแอปดังกล่าว แต่ไม่กระทบต่อภาพรวมตลาดคริปโตในระดับโลก เป็นเพียงมาตรการกำกับดูแลระดับประเทศที่เน้นปกป้องนักลงทุนจากแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาต
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินดิจิทัลของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนที่จะถูกปิดกั้นการเข้าถึงในประเทศไทย ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามรายงานจาก ก.ล.ต. เมื่อเวลา 09:45 น. วันที่ 29 ก.ย. 2569 คำเตือนดังกล่าวอ้างอิงอำนาจตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2568 โดยให้อำนาจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ในการปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากประเทศไทย
ทั้งนี้ การเตือนครั้งนี้ไม่ใช่มาตรการบังคับใช้กฎหมายใหม่ แต่เป็นการย้ำเตือนครั้งสุดท้ายก่อนถึงกำหนดปิดกั้น หลังจาก ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ทำให้ผู้ใช้งานมีระยะเวลาประมาณ 1 เดือนในการโอนย้ายทรัพย์สินก่อนที่การเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทั้งสองจากประเทศไทยจะถูกระงับ
มูลเหตุของการกล่าวโทษและปิดกั้น
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ก.ล.ต. ได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับที่ 178/2569 แจ้งว่าได้กล่าวโทษบุคคลและนิติบุคคลรวม 6 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ฐานประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบด้วยผู้พัฒนาและผู้ดำเนินการหลักของ Holdstation จำนวน 3 ราย ผู้พัฒนา UNO อีก 1 ราย รวมถึง Tools for Humanity Corporation (TFH) บริษัทผู้พัฒนา World App ในฐานะผู้ช่วยเหลือสนับสนุนการโปรโมต UNO และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้มีอำนาจจัดการ
ก.ล.ต. ระบุว่า Holdstation และ UNO ให้บริการนายหน้าซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียม พร้อมมีการจัดทำเนื้อหาภาษาไทยบนเว็บไซต์เพื่อมุ่งเป้าไปยังผู้ใช้งานในประเทศไทยโดยตรง โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 26 ประกอบมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
สิ่งที่ผู้ใช้งานต้องทำก่อนถึงกำหนด
ก.ล.ต. แนะนำให้ผู้ใช้งานที่ยังมีทรัพย์สินดิจิทัลค้างอยู่ในแอปพลิเคชันทั้งสอง รีบดำเนินการโอนย้ายทรัพย์สินออกไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว (self-hosted wallet) หรือโอนไปยังผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจากประเทศไทยเท่านั้น ไม่ใช่การอายัดหรือยึดทรัพย์สินโดยตรง แต่หากไม่ดำเนินการโอนย้ายให้ทันภายในกำหนด ผู้ใช้งานอาจไม่สามารถเข้าถึงหรือทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวได้อีกต่อไปจากประเทศไทย
ก.ล.ต. ยังย้ำว่าแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจากไทยไม่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองหรือกลไกไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ใช้งานที่ไม่สามารถถอนทรัพย์สินได้ทันจะต้องรับความเสี่ยงด้านคู่สัญญาด้วยตนเอง
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ก.ล.ต. สั่งปิดกั้น Exmix เตือนผู้ใช้ถอนทรัพย์สินก่อน 2 พ.ค. 69 ซึ่งเป็นการดำเนินการลักษณะเดียวกันภายใต้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับเดียวกันนี้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่คือการต่อยอดจากมาตรการที่ ก.ล.ต. เคยใช้กับแพลตฟอร์มต่างชาติหลายเจ้ามาก่อนหน้านี้ ทั้ง Bybit, OKX, CoinEx และ Exmix ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไทยเดินหน้าจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาต โดยเฉพาะที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ไทยด้วยภาษาไทยและระบบบริการเฉพาะ สำหรับใครที่มีทรัพย์สินค้างอยู่ใน Holdstation หรือ UNO อยากให้รีบตรวจสอบและโอนย้ายออกมาก่อนกำหนด เพราะเมื่อถูกปิดกั้นแล้วอาจไม่สามารถเข้าถึงหรือทำธุรกรรมได้อีก และควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีใบอนุญาตถูกต้องจาก ก.ล.ต. เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว
ที่มา ก.ล.ต.
ภาพจาก AI
