สรุปข่าว
- Chainalysis รายงานว่ากิจกรรมคริปโตในสิงคโปร์โต 55.4% เมื่อเทียบรายปี แตะ $2.84 แสนล้าน ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือน มิ.ย. 2569
- กิจกรรมบนแพลตฟอร์มสถาบันในสิงคโปร์พุ่ง 94% เป็น $6 หมื่นล้าน ขณะที่ภูมิภาค CSAO โดยรวมหดตัว 6.8%
- ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามโดดเด่นด้านการโอนแบบ P2P มูลค่าน้อย รวม 5.4 ล้านรายการ คิดเป็น 14.4% ของทั้งโลก
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าสถาบันการเงินในเอเชียยังเดินหน้าใช้งานคริปโต แต่เป็นตัวเลขย้อนหลังของช่วง ก.ค. 2568 ถึง มิ.ย. 2569 จึงไม่ใช่ตัวกระตุ้นราคาระยะสั้น และภูมิภาคโดยรวมยังหดตัวอยู่
ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 Chainalysis เผยผลวิจัยการใช้งานคริปโตในภูมิภาคเอเชียกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และโอเชียเนีย (CSAO) พบว่าเศรษฐกิจคริปโตของสิงคโปร์เติบโต 55.4% เมื่อเทียบรายปี แตะ $2.84 แสนล้าน ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือน มิ.ย. 2569 ตัวเลขนี้ทำให้สิงคโปร์กลับมาเป็นเศรษฐกิจคริปโตใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ขณะที่ตลาด CSAO โดยรวมหดตัว 6.8% ในช่วงเดียวกัน
สถาบันการเงินคือแรงขับเคลื่อนหลัก
กิจกรรมบนแพลตฟอร์มสถาบันในสิงคโปร์พุ่ง 94% เมื่อเทียบรายปี เป็น $6 หมื่นล้าน ตามข้อมูลของ Chainalysis การเติบโตนี้มาจากธุรกรรมปริมาณมากของผู้ทำตลาด (market maker) โบรกเกอร์สถาบัน และโต๊ะเทรดนอกตลาด (OTC) ที่มีอยู่เดิม ไม่ได้มาจากผู้ให้บริการรายใหม่
จึงไม่ใช่ภาพของตลาดเทรดรายย่อยที่บูมขึ้น การเติบโตกระจุกตัวอยู่ที่แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่รองรับการชำระราคาในมูลค่าสูง ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลสิงคโปร์ ที่ปี 2568 บังคับให้ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการลูกค้าต่างประเทศต้องขอใบอนุญาตตามกฎหมายของ MAS ส่งผลให้บริษัทเก็งกำไรรายย่อยทยอยออกจากตลาด เหลือสถาบันที่มีใบอนุญาตเป็นหลัก
ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม โตจากการใช้งานรายย่อย
ภาพในอีกฟากของภูมิภาคต่างออกไป ไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดดเด่นด้านการโอนแบบ P2P มูลค่าน้อย (ต่ำกว่า $10,000) รวมกัน 5.4 ล้านรายการ คิดเป็น 14.4% ของการโอนลักษณะนี้ทั่วโลก ทั้งที่สามประเทศนี้มีสัดส่วนเพียง 2.5% ของเศรษฐกิจคริปโตโลกในแง่มูลค่า
ข้อมูลของ Chainalysis ระบุว่ากว่า 80% ของการโอน P2P ในประเทศเหล่านี้มีมูลค่าต่ำกว่า $1,000 โดยเฉลี่ยอยู่ที่ $618 ต่อรายการ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกนอกกลุ่มนี้ที่ $1,210 ส่วนปริมาณธุรกรรม Stablecoin ในประเทศของไทยอยู่ที่ $1.04 หมื่นล้าน และเวียดนาม $6.9 พันล้าน
ภูมิภาคโดยรวมยังหดตัว
ต้องระวังการอ่านพาดหัวว่าทั้งภูมิภาคเติบโต เพราะตลาด CSAO โดยรวมหดตัว 6.8% การโตของสิงคโปร์ส่วนหนึ่งจึงสะท้อนการรวมศูนย์ของธุรกรรมมูลค่าสูงเข้าสู่ศูนย์กลางที่มีกฎกำกับชัดเจน ขณะที่ตลาดอื่นในภูมิภาคเน้นการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากกว่าการเก็งกำไร
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Franklin Templeton ชี้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และฮ่องกง นำ Tokenization ในเอเชีย ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่สถาบันการเงินในเอเชียเร่งขยับเข้าหาสินทรัพย์ดิจิทัล
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลขนี้น่าสนใจตรงที่มันเล่าเรื่องสองแบบในภูมิภาคเดียวกัน สิงคโปร์คือศูนย์กลางของเงินสถาบัน ส่วนบ้านเราคือการใช้งานรายย่อยที่ค่อย ๆ โตจากการโอนเงินและ Stablecoin จริง ๆ แต่ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นข้อมูลย้อนหลังถึงเดือน มิ.ย. ปีนี้ และภาพรวมทั้งภูมิภาคยังติดลบอยู่ จึงไม่ควรตีความว่าเป็นสัญญาณขาขึ้นของราคาโดยตรง สิ่งที่น่าติดตามต่อคือกฎกำกับดูแลของแต่ละประเทศ เพราะกรณีสิงคโปร์แสดงให้เห็นว่ากฎที่ชัดเจนสามารถดึงเงินสถาบันเข้ามาได้จริง
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI
