bitkub-banner

Bitcoin ร่วง 1% ลงมาแถว $83,400 ราคายังแกว่งในกรอบแคบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วง 1.01% มาอยู่ที่ $83,425 ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 โดยในรอบ 24 ชั่วโมงแกว่งระหว่าง $82,951 ถึง $85,518 และปรับตัวลง 0.09%
  • มูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.68 ล้านล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงพุ่งเมื่อวันที่ 22 ก.ย.
  • ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบ $82,600 ถึง $86,600 ที่เกิดขึ้นหลังการพุ่งขึ้น แม้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือน ต.ค. 2568 ราว 33%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

การปรับตัวลง 1.01% เป็นการเคลื่อนไหวระยะสั้นที่ยังอยู่ในกรอบสะสมตัว ปริมาณซื้อขายที่ลดลงสะท้อนว่าแรงขายยังไม่รุนแรง แต่ราคายังต่ำกว่าระดับสูงสุดของกรอบ ทำให้น้ำหนักระยะสั้นเอียงไปทางเป็นลบเล็กน้อย

ราคา Bitcoin (BTC) ร่วง 1.01% หลุดมาอยู่ที่ $83,425 ในวันที่ 1 ต.ค. 2569 จากการเคลื่อนไหวที่ระบบติดตามราคาของเราตรวจพบ ราคาซื้อขายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาแกว่งระหว่างจุดต่ำสุด $82,951 ถึงจุดสูงสุด $85,518 และเมื่อเทียบรายวันปรับตัวลง 0.09% มูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.68 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์

ช่วงราคาระหว่างวันกว้างประมาณ 3.1% เมื่อคำนวณจากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุด แต่ราคาปิดการเคลื่อนไหวเกือบทั้งหมดยังอยู่ในกรอบ $82,600 ถึง $86,600 ซึ่งกว้างราว 4.8% และเป็นกรอบที่ราคาเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย.

ตัวเลขชี้วัดหลักสะท้อนอะไร

ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงที่ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าช่วงที่ราคาพุ่งไปแตะ $86,600 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. อย่างชัดเจน ซึ่งในวันนั้นปริมาณซื้อขายสูงถึงราว 6.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ปริมาณที่ลดลงราว 40% บ่งชี้ว่านักลงทุนเข้าสู่โหมดรอดูท่าที มากกว่าจะเป็นการเทขายเชิงรุก

เมื่อวัดอัตราส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาด จะอยู่ที่ราว 2.1% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้ร้อนแรงเกินปกติ สอดคล้องกับภาพของตลาดที่ราคาแกว่งในกรอบแคบ ส่วนแท่งเทียน 4 ชั่วโมงล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ช่วงบ่าย 4 โมงเย็นตามเวลาสหรัฐฯ มีไส้เทียนขึ้นไปแตะ $85,500 แล้วปิดที่ $84,100 สะท้อนว่าแรงซื้อที่ขึ้นไปทดสอบด้านบนของกรอบยังถูกกดกลับลงมา

ข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมการถือสถานะ (funding rate) สัดส่วนครองตลาด และสถานะคงค้าง (open interest) ของฟิวเจอร์ ยังไม่มีตัวเลขยืนยันจากระบบของเราในรอบนี้ จึงขอไม่ตีความเกินข้อมูลที่มี ผู้อ่านสามารถตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้จากแพลตฟอร์มข้อมูลตลาดอนุพันธ์ได้โดยตรง

ข้อมูลสถาบันและกระแสเงินทุน

ข้อมูลกระแสเงินไหลเข้าออกของ ETF, การเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือ และปริมาณสำรองบนเว็บกระดานเทรด เป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการอ่านว่าการปรับตัวลงเป็นแรงขายจริงหรือเพียงการพักตัว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดของแต่ละตัวชี้วัดยังไม่ได้รับการยืนยันในรอบรายงานนี้ ทีมงานจึงไม่นำตัวเลขที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงมาเสนอ

สิ่งที่สังเกตได้จากโครงสร้างราคาคือ ราคาสร้างจุดต่ำสุดที่สูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. โดยจุดต่ำอยู่ราว $75,600, $76,500 และ $81,000 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนว่ามีแรงซื้อรองรับในรอบที่ผ่านมา แม้ราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่า $90,000 ที่เป็นโซนที่ผู้ถือเหรียญจำนวนมากซื้อไว้ตอนราคาลงจากจุดสูงสุด ทำให้มีแรงขายรออยู่ด้านบน

เทียบการเคลื่อนไหวในอดีต

การปรับตัวลง 1% ใน Bitcoin เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยตลอดวัฏจักรตลาด และโดยลำพังไม่ได้เป็นสัญญาณกำหนดทิศทาง ในช่วงที่ตลาดสะสมตัวหลังการพุ่งแรง การแกว่งตัว 1% ถึง 3% ภายในกรอบมักเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งก่อนที่ราคาจะเลือกทิศทาง

หากย้อนดูรอบนี้ ราคาพุ่งราว 22% ในสัปดาห์ที่ 33 จากประมาณ $62,800 ไปที่ $78,300 หลังฐานราคานานราว 2.5 เดือนในช่วง $58,500 ถึง $66,500 จากนั้นจึงขยับขึ้นมาแตะ $86,600 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. และพักตัวมาจนถึงตอนนี้ ภาพนี้เป็นการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวัฏจักรที่ราว $58,500 เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ซึ่งตามหลังการร่วงราว 50% จากจุดสูงสุดใกล้ $124,700 เมื่อต้นเดือน ต.ค. 2568

ข้อมูลในอดีตบอกได้เพียงว่าการเคลื่อนไหวระดับนี้เป็นเรื่องปกติของตลาด แต่ไม่ได้บอกผลลัพธ์ที่แน่นอนในครั้งถัดไป เพราะแต่ละรอบมีปัจจัยมหภาคและกระแสเงินที่แตกต่างกัน


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการร่วง 1.01% รอบนี้ยังเป็นเสียงรบกวนในกรอบมากกว่าจุดเปลี่ยนของตลาด ตัวเลขที่ชัดที่สุดคือปริมาณซื้อขายที่หดลงเทียบกับวันที่ราคาพุ่ง ซึ่งบอกว่าตลาดกำลังรอข้อมูลใหม่ ไม่ใช่ตื่นตระหนก

สิ่งที่ผมจะจับตามีสามอย่าง คือ ราคาจะยืนในกรอบ $82,600 ถึง $86,600 ได้ต่อหรือไม่ ปริมาณซื้อขายจะกลับมาเพิ่มพร้อมการเคลื่อนไหวของราคาหรือเปล่า และกระแสเงินของ ETF กับสถานะในตลาดอนุพันธ์จะเปลี่ยนทิศทางไหม เพราะการหลุดหรือทะลุกรอบที่มีปริมาณหนุนจะมีน้ำหนักมากกว่าการแกว่งตัวรายวัน นอกจากนี้ ราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมราว 33% ภาพใหญ่จึงยังเป็นการฟื้นตัวในตลาดขาลงรอบใหญ่ ไม่ใช่การกลับตัวที่ยืนยันแล้ว

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI