สรุปข่าว
- CoinDesk ชี้ว่าแม้ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะไม่ผ่านวุฒิสภา แต่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC และ CFTC ก็เดินหน้าออกกฎและมาตรการผ่อนผันด้วยอำนาจที่มีอยู่เดิม
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ปัดตกร่างกฎหมายด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ส่วน SEC ออกคำสั่งยกเว้นนวัตกรรมเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ให้เวลา 5 ปีสำหรับการซื้อขายหุ้นโทเคนบนบล็อกเชน
- ที่ปรึกษาการลงทุนต้องประเมินความเสี่ยงด้านการดูแลสินทรัพย์และคู่สัญญาเป็นรายกรณี เพราะกฎจากหน่วยงานไม่ใช่กฎหมายถาวรและอาจถูกเพิกถอนได้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เหตุการณ์หลักทั้งสองเกิดขึ้นไปแล้วเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตลาดจึงน่าจะรับรู้ข้อมูลเหล่านี้ไปมากแล้ว ข่าวนี้เป็นการวิเคราะห์ภาพรวมมากกว่าเหตุการณ์ใหม่ที่ขยับราคาได้โดยตรง
ตามรายงานจาก CoinDesk เมื่อวันที่ 1 ต.ค. จดหมายข่าว Crypto for Advisors ฉบับล่าสุดได้วิเคราะห์สถานการณ์หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภา โดยชี้ว่ากฎเกณฑ์ที่ภาคคริปโตรอคอยกลับเริ่มมีผลบังคับใช้ผ่านหน่วยงานกำกับดูแลแทน บทความหลักเขียนโดย Alex Tapscott กรรมการผู้จัดการของ CMCC Global Capital Markets ซึ่งอธิบายว่า SEC และ CFTC กำลังใช้อำนาจตามกฎหมายเดิมออกกฎและมาตรการผ่อนผันชั่วคราว หลังรัฐสภาไม่สามารถผ่านกฎหมายคริปโตฉบับครอบคลุมได้ จดหมายข่าวนี้เขียนสำหรับผู้บริหารความมั่งคั่งและที่ปรึกษาการลงทุนที่ต้องตัดสินใจเรื่องการจัดสรรสินทรัพย์ดิจิทัลให้ลูกค้า
ร่างกฎหมายตกในวุฒิสภา แต่หน่วยงานกำกับดูแลไม่รอ
ข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วระบุว่า วุฒิสภาสหรัฐฯ ปัดตกญัตติปิดอภิปรายของร่างกฎหมาย Digital Asset Market Clarity Act ด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 60 เสียงที่ต้องใช้ ส.ว. พรรครีพับลิกัน 49 คนลงคะแนนเห็นชอบ ขณะที่ไม่มีเสียงจากพรรคเดโมแครตเลย ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อเดือน ก.ค. 2568 แต่มาสะดุดที่ประเด็นการล็อบบี้ของธนาคารเรื่องดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจาก Stablecoin รวมถึงข้อจำกัดด้านจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร
เพียงสองวันหลังจากนั้น ประธาน SEC Paul Atkins ก็ออกคำสั่งยกเว้นชั่วคราวภายใต้มาตรา 36(a)(1) ของกฎหมายหลักทรัพย์ปี 1934 เพื่อยกเว้นสถานที่ซื้อขายหลักทรัพย์โทเคน (Tokenized Securities Venues) ที่เข้าเกณฑ์ ไม่ต้องจดทะเบียนเป็นตลาดหลักทรัพย์แบบเดิม และยกเว้นผู้ให้สภาพคล่องไม่ต้องจดทะเบียนเป็นโบรกเกอร์ เมื่อดำเนินการบนพูลสภาพคล่องแบบ AMM ที่มีการควบคุมสิทธิ์สำหรับหุ้นโทเคนในตลาดสหรัฐฯ มาตรการนี้ให้ช่วงผ่อนผัน 5 ปี ขณะที่ CFTC ภายใต้ประธาน Mike Selig ก็เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันด้วยการปรับแนวทางและผ่อนผันให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานอนุพันธ์
ที่ปรึกษาการลงทุนต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ยังไม่นิ่ง
ในส่วน Ask an Expert ของจดหมายข่าว Leo Mindyuk ซีอีโอของ ML Tech ให้คำแนะนำแก่มืออาชีพด้านการเงินเรื่องความเสี่ยงทางกฎหมายและการดูแลสินทรัพย์ เมื่อลูกค้าซื้อหุ้นโทเคน โดยเน้นให้แยกให้ออกระหว่างการเป็นเจ้าของโดยตรง สิทธิเรียกร้องผ่านผู้รับฝากสินทรัพย์ และสิทธิตามสัญญาแบบสังเคราะห์ ซึ่งแต่ละแบบให้ความคุ้มครองต่างกัน
ที่ผ่านมาที่ปรึกษาการลงทุนจำนวนมากลังเลที่จะจัดสรรเงินเข้าสินทรัพย์ดิจิทัล เพราะยังไม่มีกฎชัดเจนเรื่องผู้ดูแลสินทรัพย์และการจดทะเบียนในระดับรัฐบาลกลาง เมื่อ SEC เปิดทางให้ซื้อขายหุ้นโทเคนผ่าน AMM ได้ ที่ปรึกษาจึงต้องประเมินเรื่องการดูแลสินทรัพย์ ความเสี่ยงคู่สัญญา และกลไกการจ่ายเงินปันผลเป็นรายกรณีไป
กฎจากหน่วยงานไม่เท่ากับกฎหมาย
ควรแยกให้ชัดว่าคำสั่งยกเว้นของ SEC เป็นมาตรการทางปกครอง ไม่ใช่กฎหมายที่รัฐสภาผ่าน มาตรการนี้มีอายุ 5 ปี อาจถูกท้าทายในศาลรัฐบาลกลาง และอาจถูกเพิกถอนได้ง่ายโดยฝ่ายบริหารชุดต่อไป ประธาน Atkins เองก็เรียกคำสั่งนี้ว่า “สะพานสู่การออกกฎที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนว่าเป็นทางออกชั่วคราวระหว่างรอกรอบที่ถาวรกว่า
อีกประเด็นที่ควรชี้แจงคือ CLARITY Act ไม่ใช่กฎหมายเฉพาะสำหรับที่ปรึกษาการลงทุน ชื่อ Crypto for Advisors เป็นเพียงชื่อคอลัมน์ของ CoinDesk ตัวร่างกฎหมายเป็นกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การแบ่งเขตอำนาจระหว่าง SEC กับ CFTC ไปจนถึงเกณฑ์ทุนสำรองของ Stablecoin
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวกล่าวโทษพรรคเดโมแครต หลังร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านวุฒิสภา และ Clarity Act ล่มเพราะปมจริยธรรมทรัมป์และผลประโยชน์ธนาคาร ไม่ใช่ศึก SEC-CFTC รวมถึง กรรมการ SEC และ CFTC ว่างถึง 7 ที่นั่ง ซึ่งอาจกระทบความต่อเนื่องของการออกกฎในระยะต่อไป
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่คือภาพสะท้อนของวงการคริปโตสหรัฐฯ ตอนนี้ได้ดี คือกฎหมายถาวรยังไม่มา แต่กฎชั่วคราวมาก่อนแล้ว ข้อดีคือที่ปรึกษาการลงทุนพอมีกรอบให้ทำงานได้บ้าง แต่ข้อเสียคือทุกอย่างวางอยู่บนฐานที่ไม่มั่นคง เพราะมาตรการจากหน่วยงานเปลี่ยนได้ตามขั้วการเมือง โดยเฉพาะเมื่อมีเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สำหรับคนที่ติดตามเรื่องนี้ สิ่งที่น่าจับตาคือรัฐสภาจะกลับมาผลักดันร่างกฎหมายอีกครั้งหลังเลือกตั้งหรือไม่ และมีใครท้าทายคำสั่งของ SEC ในศาลหรือเปล่า
ที่มา: CoinDesk
เครดิตภาพจาก @AlgoPear
