สรุปข่าว
- Hester Peirce กรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) แสดงจุดยืนสนับสนุนการผ่อนเกณฑ์นักลงทุนที่ได้รับการรับรอง (Accredited Investor) ในการประชุมเปิดของคณะกรรมการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.
- ข้อเสนอนี้เป็นประกาศภายใต้ Rule 501(a)(10) ของ Regulation D เพื่อขยายกลุ่มผู้มีสิทธิ์ลงทุนในตลาดเอกชน ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ ไม่ได้เจาะจงเฉพาะคริปโต
- Peirce จะพ้นตำแหน่งวันที่ 2 ต.ค. จึงไม่ได้อยู่ร่วมลงมติหากมีการออกกฎขั้นสุดท้ายในภายหลัง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นเสนอแนวทางและเป็นกฎของสหรัฐฯ เท่านั้น จึงไม่มีตัวเร่งราคาระยะสั้นที่ชัดเจน แต่ในระยะยาวหากผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงการระดมทุนของโปรเจกต์ Web3 ได้มากขึ้น ก็อาจเป็นผลดีต่อการไหลเข้าของเงินทุนในวงการ
Hester Peirce กรรมการ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ระบุว่าเธอ “ไม่ปลื้มการกีดกันด้วยเกณฑ์นักลงทุนที่ได้รับการรับรอง” ขณะที่ SEC เสนอผ่อนเกณฑ์ดังกล่าว ตามรายงานจาก Cointelegraph เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ในการประชุมเปิดของคณะกรรมการที่พิจารณาประกาศเกี่ยวกับนักลงทุนที่ได้รับการรับรองภายใต้ Rule 501(a)(10) ของ Regulation D ซึ่งเปิดช่องให้คณะกรรมการกำหนดคุณสมบัติหรือใบรับรองวิชาชีพเพิ่มเติมได้ด้วยคำสั่ง
Peirce พูดอะไรในการประชุม
ตามเอกสารคำแถลงบนเว็บไซต์ SEC ซึ่ง Peirce ตั้งชื่อว่า “The Other AI” โดยเล่นคำว่าใน SEC นั้น AI คือ Accredited Investor เธอกล่าวว่าไม่เคยเห็นด้วยกับข้อจำกัดแนวปกครองแบบพ่อปกครองลูกว่าชาวอเมริกันควรลงทุนเงินที่หามาอย่างยากลำบากอย่างไร แต่แนวคิดนี้ฝังอยู่ในกฎหมายหลักทรัพย์ จึงต้องทำให้ดีที่สุดในสถานการณ์ที่ไม่ดี และเธอยินดีสนับสนุนประกาศที่จะขยายกลุ่มผู้เข้าข่ายเพื่อให้คนอเมริกันตัดสินใจเองได้ว่าจะลงทุนในตลาดเอกชนหรือไม่
Peirce ยังชี้ว่าเกณฑ์นี้ปิดกั้นโอกาสกระจายพอร์ต ขัดขวางไม่ให้คนช่วยเพื่อนและครอบครัวเริ่มต้นบริษัท และทำให้นักลงทุนไม่ได้ร่วมเติบโตไปกับบริษัทก่อนเข้าตลาดหุ้น ที่สำคัญที่สุดคือมันกระทบเสรีภาพของนักลงทุน ทั้งนี้ถ้อยคำ “not a fan of accredited investor gating” ใน Cointelegraph เป็นการสรุปรวบจากสองประโยคนี้ ไม่ใช่คำพูดตรงตัวจากคำแถลง
เกณฑ์ปัจจุบันและเหตุผลที่คริปโตเกี่ยวข้อง
ปัจจุบันบุคคลธรรมดาจะเป็นนักลงทุนที่ได้รับการรับรองได้ต้องมีรายได้เกิน 200,000 ดอลลาร์ต่อปี (หรือ 300,000 ดอลลาร์เมื่อรวมกับคู่สมรส) ในสองปีล่าสุด หรือมีทรัพย์สินสุทธิเกิน 1 ล้านดอลลาร์โดยไม่นับบ้านที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ในปี 2020 SEC เคยเพิ่มผู้ถือใบอนุญาต FINRA Series 7, 65 และ 82 เข้าเป็นคุณสมบัติตามวิชาชีพแล้ว
แม้ประกาศครั้งนี้เป็นเรื่องของตลาดทุนเอกชนทั้งระบบ ทั้งสตาร์ตอัป ไพรเวตอิควิตี และกองทุนเวนเจอร์ แต่มีผลทางอ้อมต่อคริปโต เพราะการขายโทเคนรอบแรก ๆ สัญญา SAFT และการระดมทุนของโปรเจกต์ Web3 จำนวนมากอาศัยข้อยกเว้นภายใต้ Regulation D หากกลุ่มผู้มีสิทธิ์ขยายกว้างขึ้น โปรเจกต์เหล่านี้ก็อาจเข้าถึงนักลงทุนได้มากขึ้น
บริบทที่ต้องรู้ก่อนมองไกลเกินไป
คำแถลงนี้เป็นหนึ่งในภารกิจสุดท้ายของ Peirce ก่อนลาออกมีผลวันที่ 2 ต.ค. เพื่อไปเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่คณะนิติศาสตร์ Regent University เธอจะไม่อยู่ลงมติกฎขั้นสุดท้ายที่อาจตามมา ขณะที่ Paul Atkins ประธาน SEC ผลักดันแนวทาง “responsible retailization” เพื่อเปิดตลาดเอกชนให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้มากขึ้น ทิศทางนโยบายจึงมีแนวโน้มต่อเนื่องแม้ Peirce จากไป
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กรรมการ SEC และ CFTC ว่างถึง 7 ที่นั่งวันศุกร์นี้ เหลือดูแลคริปโตแค่ 3 คน ซึ่งสะท้อนว่าโครงสร้างผู้กำกับดูแลกำลังเปลี่ยนมือครั้งใหญ่
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้ยังเป็นแค่ก้าวแรกและห่างไกลจากการมีผลจริง เพราะเป็นขั้นประกาศเพื่อรับฟังความเห็น ยังไม่ใช่กฎที่บังคับใช้ อีกอย่างคนที่พูดแรงที่สุดเรื่องนี้กำลังจะออกจากตำแหน่ง ต้องดูว่ากรรมการที่เหลือและคนที่จะเข้ามาใหม่ยังเดินหน้าต่อไหม ส่วนเรื่องผลต่อตลาดคริปโต ผมว่าไม่ต้องรีบตื่นเต้น สิ่งที่น่าจับตาคือรายละเอียดเกณฑ์ใหม่ เช่น ถ้าใช้การสอบวัดความรู้แทนตัวเลขทรัพย์สิน จะมีผลต่อวิธีที่โปรเจกต์ Web3 ระดมทุนในสหรัฐฯ มากแค่ไหน
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Catiebristow_X

