bitkub-banner

ทำงานให้ตายก็ซื้อบ้านไม่ได้ เจาะวิกฤตคนรุ่นใหม่ ยอมฝากชีวิตไว้กับคริปโทและความเสี่ยง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปบทความ
  • คนรุ่นใหม่ในอังกฤษจำนวนมากหันไปลงทุนคริปโท เทรดเลเวอเรจ และเดิมพันความเสี่ยงสูง เพราะค่าจ้างนิ่งสนิท และราคาบ้านพุ่งไปอยู่ที่ 7.6 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อปี
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า นี่คือ วิธีเปลี่ยนการลงทุนให้กลายเป็นการเดิมพัน โดยบัญชีเทรด CFD ขาดทุนสูงถึง 89% ในบางช่วง
  • FCA ชี้ว่า คริปโทกลายเป็นผลิตภัณฑ์การเงินชิ้นแรกของคนอายุต่ำกว่า 35 ปีหลายล้านคน ขณะที่ Ipsos พบว่า เกือบ 20% ของคนวัย 18 ถึง 34 ปีลงทุนคริปโทในรอบปีที่ผ่านมา

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นแรงซื้อจากคนรุ่นใหม่ที่ยังหนุนตลาดอยู่ แต่เป็นแรงซื้อที่เกิดจากความจำใจ ไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ จึงไม่ได้ส่งผลต่อราคาในระยะสั้น ขณะที่เสียงเตือนจากหน่วยงานกำกับดูแลอาจกดดันความรู้สึกของตลาดในระยะยาวได้เล็กน้อย

Max Jones ชายหนุ่มวัย 23 ปี มีวุฒิปริญญาและมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในเอเจนซีสายประชาสัมพันธ์ที่กรุงลอนดอน หากมองตามมาตรฐานสังคม เขาคือคนที่เดินตามขนบธรรมเนียมความสำเร็จอย่างครบถ้วน แต่หลังจากเพิ่งตัดสินใจลาออกจากงานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขากลับค้นพบความจริงที่น่าหดหู่ว่า ไม่ว่าจะพยายามทำงานหนักประจำหนักแค่ไหน เขาก็มองไม่เห็นหนทางที่จะเป็นเจ้าของ “บ้าน” ได้เลย

ในที่ทำงานเก่า Max เป็นพนักงานที่อายุน้อยที่สุดในออฟฟิศ เขามีรายได้ 32,000 ปอนด์ต่อปี (ราว 1.42 ล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ยระดับประเทศของคนวัยเดียวกัน 

แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขรายได้นี้คือ เขาแทบไม่มีเงินเก็บ เงินเดือนก้อนใหญ่ถูกหักไปชำระหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ครึ่งหนึ่งที่เหลือละลายไปกับค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าบ้าน กว่าจะเก็บหอมรอมริบให้ได้เงินดาวน์สักก้อน ต้องใช้เวลาจนแทบมองไม่เห็นจุดหมาย 

“ผมไม่มีวันเก็บเงินได้มากพอ จะซื้อบ้านได้ด้วยวิธีแบบเดิมๆเลย เว้นแต่ว่าจะได้รับมรดก”

ปัจจัยเหล่านี้บีบให้เขาต้องหันไปกระจายความเสี่ยง (ที่เสี่ยงกว่าเดิม) ด้วยการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี หุ้นรายตัว การเทรดด้วยเลเวอเรจ และแม้กระทั่งนำเงินไปลงในโปรเจกต์คริปโทที่กำลังติดลบ 20% เพียงเพราะเขายังเชื่อหมดใจว่า นี่คือ “ตั๋วใบเดียว” ที่จะพาเขาไปสู่การมีบ้านเป็นของตัวเอง

Max Jones กล่าวว่า “ผมเป็นคนชอบเสี่ยงโชคมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน” 

เมื่อรายได้วิ่งตามราคาบ้านไม่ทัน 

เหตุผลที่คนรุ่นใหม่รู้สึกสิ้นหวัง ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่อดทน แต่เป็นเพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) ระบุชัดเจนว่า ในทศวรรษ 1990 ราคาบ้านเฉลี่ยสูงกว่าค่าจ้างรายปีเพียง 3.5 เท่า แต่ปัจจุบัน ตัวเลขนี้พุ่งทะยานไปถึง 7.6 เท่า ในขณะที่อัตราการเติบโตของค่าจ้างที่แท้จริง ซึ่งเคยโตเฉลี่ย 1.5% ต่อปีในยุค 90 กลับหยุดนิ่งมาตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008

เมื่อผลตอบแทนจากบัญชีเงินฝากที่ 5% หรือตลาดหุ้นที่ 10% กลายเป็นความเชื่องช้าที่ไม่ทันกิน ความอดทนของคนหนุ่มสาวจึงหมดลง Max เล่าว่าความกล้าเสี่ยงของเขาถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อเขาเคยลองหย่อนเงิน 100 ปอนด์ ราว 4,400 บาท ลงในโปรเจกต์ที่ดูคล้ายแชร์ลูกโซ่ แต่เขากลับเป็นผู้ชนะที่ถอนเงินออกไปได้ถึง 4,000 ปอนด์ ราว 1.78 แสนบาท ประสบการณ์นั้นฝังรากลึกและทำให้เขารู้สึกว่า การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงดูจะมีเหตุผลกว่าการนั่งทำงานไปวันๆ โดยไม่ก้าวไปไหน

เสียงสะท้อนนี้ไม่ได้มีแค่ Max บนโลกออนไลน์อย่างชุมชน Reddit ผู้ใช้งานวัย 22 ปีรายหนึ่งเปิดเผยว่า เขาตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 60,000 ปอนด์ ซื้อเหรียญคริปโท 4 สกุลตลอดปีครึ่งที่ผ่านมา เพื่อหวังว่าตลาดขาขึ้นรอบหน้าจะพลิกชีวิตให้เขากลายเป็น Day Trader เต็มตัว และหลุดพ้นจากการทำงานหนักที่สูบพลังชีวิตไปวันๆ 

คริปโทคือสินทรัพย์ชิ้นแรกของคนรุ่นใหม่

พฤติกรรมนี้กำลังสร้างความกังวลให้หน่วยงานกำกับดูแล Nikhil Rathi ซีอีโอของหน่วยงานกำกับดูแลการเงินอังกฤษ (FCA) ออกมาเตือนว่า คนอายุต่ำกว่า 35 ปีหลายล้านคนในสหราชอาณาจักร เลือก “คริปโทฯ” เป็นสินทรัพย์ลงทุนชิ้นแรกในชีวิต แทนที่จะเป็นหุ้นพื้นฐานหรือพันธบัตรรัฐบาลเหมือนคนรุ่นก่อน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Ipsos ที่พบว่า เกือบ 20% ของคนวัย 18-34 ปี เคยลงทุนในคริปโทฯ สวนทางกับกลุ่มคนวัย 55-75 ปี ที่มีสัดส่วนเพียง 1%

Dr. Philip Newall นักวิทยาศาสตร์พฤติกรรมจาก University of Bristol ผู้ศึกษาปรากฏการณ์ “การลงทุนที่กลายพันธุ์เป็นการพนัน” ยอมรับว่าเขาเห็นใจคนรุ่นนี้อย่างยิ่ง นักศึกษาปริญญาตรีหลายคนต้องทำงานถึงสองแห่ง ไม่มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตช่วง Gap Year เพราะต้องก้มหน้าทำงานเก็บเงิน ทว่าเมื่อความสิ้นหวังมาบรรจบกับเครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงง่าย หายนะจึงก่อตัวขึ้น

แอปเทรด หรือ ตู้สล็อต ? 

Dr. Newall ชี้ให้เห็นความแตกต่างสำคัญว่า การลงทุนแบบดั้งเดิมคือการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว แต่การลงทุนที่แฝงการพนันคือ “เกมผลรวมเป็นศูนย์ ” ที่มีแต่การย้ายเงินจากกระเป๋าหนึ่งไปสู่อีกกระเป๋าหนึ่ง 

หลักฐานที่ชัดเจนที่สุดคือการเทรดแบบ CFD สัญญาซื้อขายส่วนต่าง ที่ให้นักลงทุนกู้เงินแบบเลเวอเรจ มาวางเดิมพันทิศทางราคา ซึ่งหากราคาสินทรัพย์ร่วงเพียง 10% พอร์ตการลงทุนอาจหดหายไปถึงครึ่งหนึ่ง ข้อมูลที่ FCA บังคับให้เปิดเผยระบุว่า มีบัญชีนักลงทุนรายย่อยที่เทรด CFD แล้วขาดทุนสูงถึง 89%

สิ่งที่น่ากลัวคือ แอปพลิเคชันเทรดเหล่านี้ถูกออกแบบมาโดยใช้จิตวิทยา “การทำซ้ำแบบไร้อุปสรรค” ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่ใช้ในตู้สล็อตแมชชีน ประกอบกับการสร้างภาพจำลวงตาบนโซเชียลมีเดีย ที่ผู้ชนะมักจะโพสต์อวดความรวย ส่วนผู้แพ้จนหมดตัวมักจะเงียบหายไป ก่อให้เกิดอินฟลูเอนเซอร์สายเทรดที่มักออกมาขายคอร์สรวยทางลัด ซึ่ง Dr. Newall วิจารณ์อย่างเจ็บแสบว่า 

“ถ้าคุณทำกำไรจากการ Day Trade ได้จริง คุณจะไม่บอกใครเลย เหตุผลเดียวที่พวกเขาขายคอร์ส ก็เพราะมันเป็นทางเดียวที่จะทำให้คนขายรวย”

เมื่อไม่เห็นปลายทาง การไม่ทำงานอาจคือคำตอบ? 

ท้ายที่สุด ปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการบอกให้คนรุ่นใหม่เลิกเล่นคริปโทฯ แต่รัฐบาลต้องเข้ามาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แม้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษจะคลอดโครงการ “Your First Home” เพื่อช่วยผู้ซื้อบ้านหลังแรก แต่ Max มองว่านี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สิ่งที่ประเทศต้องการคือ การปฏิรูประบบสิทธิการเช่าและแก้วิกฤตที่อยู่อาศัยอย่างจริงจัง

หากระบบเศรษฐกิจยังไม่สามารถให้คำตอบที่สมเหตุสมผลกับความทุ่มเทของคนหนุ่มสาวได้ บทสรุปของ Max Jones อาจเป็นภาพสะท้อนที่น่ากลัวที่สุดสำหรับอนาคตของระบบทุนนิยม

“ถ้าคุณลองคุยกับคนรุ่นใหม่ในทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะเลือกไม่ทำงานด้วยซ้ำ เพราะมันไม่คุ้มค่า… มันไม่มีประโยชน์ที่จะทำงานอีกต่อไปแล้ว”

ที่มา : telegraph


มุมมองผู้เขียน : ปัญหานี้ไม่ได้อยู่ที่คริปโทเพียงอย่างเดียว แต่เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างเศรษฐกิจกำลังผลักคนรุ่นใหม่เข้าสู่การเดิมพันโดยไม่มีทางเลือก ตราบใดที่ราคาบ้านยังวิ่งหนีค่าจ้างและงานระดับเริ่มต้นถูก AI แย่งไป แรงดึงดูดของ “รวยทางลัด” จะไม่หายไปง่ายๆ