สรุปข่าว
- ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า Pump.fun (PUMP) ทำรายได้สูงสุดใน 24 ชม.ที่ 2.62 ล้านดอลลาร์ สะท้อนกิจกรรมซื้อขายเหรียญมีมบน Solana ที่ยังสูง
- Hyperliquid (HYPE) และ Chainlink (LINK) ทำรายได้ 1.44 ล้านดอลลาร์ และ 1.07 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ จากกิจกรรมซื้อขายและการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน
- Bitcoin ทะลุ 85,000 ดอลลาร์ เพิ่มความคึกคักให้ตลาด แต่รายได้โปรโตคอลที่สูงขึ้น ยังไม่ใช่หลักประกันว่าราคาโทเคนจะปรับตัวขึ้นตาม
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ตลาดคริปโตเริ่มต้นเดือนตุลาคมอย่างคึกคัก หลัง Bitcoin ทะลุแนวต้าน 85,000 ดอลลาร์ ขณะที่ข้อมูลจาก DefiLlama พบว่า Pump.fun, Hyperliquid และ Chainlink เป็น 3 โปรเจกต์ที่สร้างรายได้เด่นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทำได้ 2.62 ล้านดอลลาร์, 1.44 ล้านดอลลาร์ และ 1.07 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนกิจกรรมการใช้งานจริงบนโปรโตคอล แต่ยังไม่ได้หมายความว่าราคาโทเคนจะปรับตัวขึ้นตาม นักลงทุนจึงต้องติดตามวอลุ่มซื้อขายและกระแสเงินทุนควบคู่กัน
ตลาดคริปโตเปิดฉากเดือนตุลาคมอย่างคึกคัก โดย Bitcoin (BTC) สามารถพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 85,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามต่อทันทีว่า หาก Bitcoin กลับมาเป็นขาขึ้น เงินจะไหลเข้าสู่เหรียญไหนต่อ ?
หนึ่งในวิธีที่จะช่วยหาคำตอบได้คือ การไม่ได้ดูแค่ราคาเหรียญ แต่ต้องลองย้อนกลับไปดูว่า โปรเจกต์คริปโตตัวไหนกำลังมีผู้ใช้งานจริง และสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมบนแพลตฟอร์มได้มากที่สุด
ข้อมูลจาก DefiLlama แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลสำคัญของโลก DeFi เผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีโปรโตคอลคริปโตหลายแห่งที่สามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมและการใช้งานบนระบบได้ในระดับหลายล้านดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนว่า ผู้ใช้งานยังคงเข้ามาทำธุรกรรม ซื้อขาย และใช้บริการต่าง ๆ บนโปรโตคอลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
1. Pump.fun (PUMP)

Pump.fun (PUMP) เป็นโปรเจกต์ที่สร้างรายได้สูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยทำเงินได้ประมาณ 2.62 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หากมองย้อนหลัง 30 วัน ตัวเลขรายได้ของ Pump.fun อยู่ที่ประมาณ 53.6 ล้านดอลลาร์
Pump.fun คือ แพลตฟอร์ม Launchpad สำหรับเปิดตัวและซื้อขายเหรียญมีมบน Solana โดยผู้ใช้สามารถสร้างเหรียญของตัวเองและเปิดให้ซื้อขายได้ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างระบบทั้งหมดขึ้นมาเอง
รายได้หลักของ Pump.fun มาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายบนระบบ Bonding Curve รวมถึงค่าธรรมเนียมจากการนำเหรียญเข้าสู่ขั้นตอน Graduation และการใช้งาน Mayhem Mode
ปัจจุบันราคา PUMP ซื้อขายอยู่ที่ 0.005902 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.74 พันล้านดอลลาร์ ลดลง -0.59% ขณะที่วอลุ่มซื้อขายอยู่ที่ 381 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น +6.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap
2. Hyperliquid (HYPE)

อันดับที่สองคือ Hyperliquid (HYPE) ซึ่งสร้างรายได้ 1.44 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีรายได้ตลอดช่วง 30 วันอยู่ที่ 55.36 ล้านดอลลาร์
Hyperliquid คือ แพลตฟอร์มซื้อขายสัญญาฟิวเจอรส์คริปโตแบบกระจายศูนย์ หรือ “Perp-DEX” ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานซื้อขายตามทิศทางราคาของสินทรัพย์โดยไม่ต้องถือสินทรัพย์นั้นโดยตรง พร้อมรองรับตลาด Spot สำหรับการซื้อขายเหรียญคริปโต
รายได้หลักมาของ Hyperliquid มาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายของตลาด Futures และ Spot โดยข้อมูลระบุว่า 99% ของค่าธรรมเนียมจากสัญญา Perpetuals ถูกส่งเข้าสู่ Assistance Fund เพื่อใช้ซื้อ HYPE ขณะที่ค่าธรรมเนียมจากตลาด Spot ส่วนใหญ่ก็ถูกจัดสรรเข้าสู่กองทุนดังกล่าวเช่นกัน
ขณะที่รายงานราคา HYPE เคลื่อนไหวอยู่ที่ 90.39 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 2.27 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น +0.82% ในช่วง 24 ชั่วโมง ขณะที่วอลุ่มซื้อขายอยู่ที่ 910 ล้านดอลลาร์ ลดลง -6.5%
3. Chainlink (LINK)

Chainlink (LINK) สร้างรายได้ 1.07 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และมีรายได้ในช่วง 30 วันประมาณ 5.53 ล้านดอลลาร์
Chainlink คือ เครือข่าย Blockchain Oracle ที่ทำหน้าที่นำข้อมูลจากโลกภายนอกเข้าสู่ Blockchain และ Smart Contract เช่น ราคาสินทรัพย์ ข้อมูลตลาด และข้อมูลจากระบบภายนอก เพื่อให้แอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์สามารถนำข้อมูลไปใช้งานได้
ในด้านกลไกรายได้ ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า LINK ที่ถูกโอนผ่าน Payment Abstraction Layer จะถูกส่งต่อไปยัง Reserve Contract
สำหรับราคา LINK ปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ 14.43 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาดประมาณ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์ ลดลง -0.32% ในช่วง 24 ชั่วโมง ขณะที่วอลุ่มซื้อขายอยู่ที่ 454 ล้านดอลลาร์ ลดลง -22.11%

ตัวเลขรายได้จากทั้ง 3 โปรเจกต์สะท้อนระดับกิจกรรมและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบนแต่ละเครือข่าย แต่ไม่ได้หมายความว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาโทเคนปรับตัวขึ้นโดยตรง นักลงทุนจึงยังต้องติดตามทั้งวอลุ่มซื้อขาย กระแสเงินทุน การใช้งานจริง และปัจจัยของตลาดโดยรวมควบคู่กัน
มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามต่อคือ รายได้ของทั้ง 3 โปรเจกต์จะสามารถรักษาระดับสูงต่อเนื่องได้หรือไม่ เพราะหาก Bitcoin เดินหน้าต่อและกิจกรรมบนโปรโตคอลยังเพิ่มขึ้น ก็อาจสะท้อนว่า ความคึกคักกำลังจะถูกส่งผ่านจาก Bitcoin ไปยังเหรียญ Altcoin ตัวอื่น ๆ

