สรุปข่าว
- CoinShares สำรวจเศรษฐี 2,230 คน ในสหรัฐฯ และยุโรป พบอัตราถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเกิน 50% ในทุกประเทศ โดยเฉลี่ยจัดสรรพอร์ตราว 10%
- ตลาดร่วงหนักเดือนกุมภาพันธ์ ไม่ได้ทำให้เศรษฐีหนีจากตลาด แต่กลับกระตุ้นความต้องการลงทุนเพิ่ม ในทุกตลาด โดยเยอรมนีนำโด่งที่ 54%
- Visa พบผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิก 46% ตั้งใจใช้ Stablecoin ภายใน 5 ปี แม้ยังมีความเข้าใจผิดอยู่มาก
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ผลสำรวจสะท้อนว่า นักลงทุนรายใหญ่มองคริปโตเป็นการลงทุนระยะยาว และพร้อมซื้อเพิ่มเมื่อราคาย่อตัว ขณะที่แรงหนุนจากนโยบายภาครัฐช่วยเสริมความมั่นใจ แม้ยังเป็นเพียงผลสำรวจความตั้งใจ ซึ่งไม่ได้แปลว่าเงินจะไหลเข้าตลาดจริงทันที
ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงิน Visa และบริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล CoinShares ได้เปิดเผยผลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคและกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา
โดยฝั่ง Visa ได้สำรวจกลุ่มผู้บริโภค 14,250 คนใน 14 ตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (รวมถึงประเทศไทย) พบว่า ความตื่นตัวและการยอมรับใน Stablecoin กำลังขยายตัวเกินกว่าการเก็งกำไร
โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 46% ตั้งใจจะใช้งาน Stablecoin ภายใน 5 ปีข้างหน้า และ 16% เคยใช้งานจริงในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา สำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการช้อปปิ้งออนไลน์ การท่องเที่ยว และการโอนเงินข้ามประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือนับเป็นอุปสรรคสำคัญ โดยผู้บริโภคถึง 49% ยังเข้าใจผิดว่า ใช้ได้แค่เทรดคริปโต และ 41% หลงเชื่อว่ามูลค่า Stablecoin จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่กลุ่มที่ไม่เคยใช้ 38% กังวลเรื่องการฉ้อโกง ซึ่ง Visa ย้ำว่า การสร้างระบบชำระเงินที่มีการกำกับดูแล น่าเชื่อถือ และใช้งานง่าย คือ หัวใจสำคัญในการผลักดันเข้าสู่วิถีชีวิตประจำวัน
รายใหญ่ถือคริปโตเกิน 50% และการปรับตัวของตลาด หลังเหตุการณ์ราคาร่วงหนักในเดือนกุมภาพันธ์
ในส่วนของ CoinShares ได้ร่วมมือกับ Vardaxoglou Advisory สุ่ม สำรวจกลุ่มผู้มั่งคั่งที่มีสินทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ $500,000 ขึ้นไป จำนวน 2,230 คนในสหรัฐฯ และ 6 ประเทศยุโรป ได้แก่ สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า อัตราการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งสูงเกิน 50% ในทุกประเทศที่ทำการสำรวจ
โดยเฉพาะสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีสัดส่วนสูงถึงราว 70% ซึ่งมีการจัดสรรพอร์ตลงทุนในคริปโตเฉลี่ยที่ 10% โดยสัดส่วนใกล้เคียงกับหุ้นนอกตลาดและอสังหาริมทรัพย์
ที่น่าสนใจคือ มีเพียง 6% เท่านั้น ที่ระบุว่า ตนเองเป็นนักเทรดระยะสั้น สะท้อนว่า กลุ่มมั่งคั่งมองสินทรัพย์นี้ เป็นการลงทุนระยะยาว
นอกจากนี้ เหตุการณ์ตลาดร่วงหนักในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลับกลายเป็นปัจจัย กระตุ้นความต้องการลงทุนให้พุ่งสูงขึ้น ในทุกตลาด โดยเฉพาะเยอรมนี ที่มีสัดส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนเพิ่มขึ้นสูงถึง 54% เทียบกับผู้ที่ต้องการลดการลงทุนเพียง 23%
นโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ และการกำกับดูแล เป็นแรงขับเคลื่อนความมั่นใจนักลงทุน
ผลสำรวจของ CoinShares ยังเผยอีกว่า นักลงทุนรายใหญ่มากถึง 79% สนับสนุนให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น โดยนโยบายส่งเสริมคริปโตเคอเรนซีของรัฐบาลสหรัฐฯ สามารถดึงดูดความสนใจของนักลงทุนในแต่ละประเทศได้สูงถึง 68–79%
ซึ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากกว่ากรอบกฎหมาย MiCA ของสหภาพยุโรป ที่ทำได้ 49–65%
นอกจากนี้ แม้การสนับสนุนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยเพิ่มความสนใจในการลงทุนได้เฉลี่ย 57% แต่ภาพรวมการตัดสินใจและความเชื่อมั่นของตลาด กลับถูกขับเคลื่อนด้วยสัญญาณเชิงนโยบาย และมาตรการระดับสถาบันจากภาครัฐเป็นสำคัญ
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขชุดนี้สะท้อนว่า เงินทุนก้อนใหญ่ในโลกตะวันตกมองคริปโตเป็นสินทรัพย์ในพอร์ตถาวรแล้ว ไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรชั่วคราว ซึ่งการที่กลุ่มผู้มีมั่งคั่งสูงต้องการซื้อเพิ่มยามตลาดร่วงหนัก ถือเป็นสัญญาณบวกต่อฐานราคาในระยะยาว

