สรุปข่าว
- Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant เผยว่า หากตัดอุปทาน Bitcoin ที่นิ่งมานานกว่า 10 ปีออก สัดส่วนเหรียญที่อยู่ในสถานะมีกำไร ทรงตัวราว 60% มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม
- ตัวชี้วัดนี้สะท้อนว่า ตลาดยังไม่ร้อนแรงเกินไป และยังไม่เข้าสู่โซนเสี่ยงที่จะเกิดความผันผวนรุนแรง
- ราคา BTC ที่แกว่งอยู่แถว $84,000 ณ วันที่ 7 ตุลาคม กำลังทดสอบใจผู้ถือครองใกล้ครบ 1 ปีว่า จะถือต่อ ขายทำกำไร หรือตัดขาดทุน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ข้อมูลชี้ว่าตลาดไม่ได้ร้อนแรงเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในเชิงโครงสร้าง แต่ยังไม่มีตัวกระตุ้นที่ชัดเจนพอที่จะดันราคา Bitcoin ให้ขึ้นหรือลง ซึ่ง Darkfost เองก็มองว่า จะเป็นการเคลื่อนไหวแบบ Sideways ต่อไป
Darkfost นักวิเคราะห์จากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน CryptoQuant ได้เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า หากทำการตัดอุปทาน Bitcoin (BTC) ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 10 ปีออกไป จะพบว่า สัดส่วนเหรียญหมุนเวียนในตลาด ที่อยู่ในสถานะมีกำไร ยืนระยะอยู่ที่ประมาณ 60% มาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม
เหตุผลที่ต้องตัดเหรียญที่อยู่นิ่งเป็นเวลานานออกจากการคำนวณ เนื่องจากเหรียญกลุ่มนี้ แม้จะมีกำไรที่ยังไม่รับรู้อยู่มหาศาล แต่มันถือเป็นสินทรัพย์ขาดสภาพคล่องที่ไม่ได้หมุนเวียนอยู่ในตลาดจริง และเหรียญจำนวนไม่น้อยอาจสูญหายไปแล้วอย่างถาวร การยกเว้นเหรียญกลุ่มนี้จึงช่วยให้เห็นภาพรวมของสภาวะตลาดที่สะท้อนความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
ซึ่งตัวชี้วัดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ราคา Bitcoin (BTC) จะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ในจุดที่ผู้ถือครองส่วนใหญ่เริ่มมีกำไรแล้วก็ตาม แต่ในภาพรวมระยะกลางถึงระยะยาว ตลาดก็ยัง ไม่ถึงขั้นร้อนแรงเกินไป และยังไม่ได้เข้าสู่จุดสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความผันผวนรุนแรง
จุดวัดใจของกลุ่มผู้ถือครอง 1 ปี และทิศทางราคาในระยะสั้น
Darkfost วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ระดับราคา Bitcoin ปัจจุบัน ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ $84,000 ณ วันที่ 7 ตุลาคม กำลังกดดันให้นักลงทุนที่ถือครอง Bitcoin มาใกล้ครบ 1 ปี ต้องเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญว่า จะเลือกถือเหรียญต่อไป เทขายเพื่อเก็บกำไรไว้ หรือขายออกเพื่อจำกัดผลขาดทุน
ท่ามกลางสภาวะเช่นนี้ เขาชี้ว่า การที่ราคา Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหว Sideways อยู่ในระดับปัจจุบันต่อไป ถือเป็นเรื่องที่ “สมเหตุสมผล” โดยทิศทางราคาสุดท้ายจะถูกตัดสินด้วยดุลยภาพระหว่างแรงซื้อและแรงขายในตลาดต่อไป
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : ช่วงเวลาตัดสินใจของผู้ถือครองเหรียญครบ 1 ปีถือเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตา เพราะแรงขายจากนักลงทุนกลุ่มนี้ อาจกลายเป็นตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางราคาในระยะสั้น

