สรุปข่าว
- เซียนพระ “บอย ท่าพระจันทร์” โพสต์ภาพพอร์ตหุ้นจริงบน Facebook ส่วนตัว เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ทั้งฝั่งกำไรรวม 267 ล้านบาท และฝั่งขาดทุนหนัก 166 ล้านบาท
- พอร์ตที่ขาดทุนเคยมีกำไรสูงกว่า 200 ล้านบาท แต่บอย ท่าพระจันทร์ หวังไปถึง 500 ล้าน จึงไม่ขาย ล่าสุดราคาร่วงจนติดลบ
- ชาวเน็ตเดาหุ้นปริศนากันสนั่น ฝั่งกำไรเชื่อว่า เป็น PLANB และ KCE ฝั่งขาดทุนคาดว่า เป็น DELTA หรือหุ้นตระกูล J แม้เจ้าตัวยังไม่ออกมายืนยันอย่างชัดเจน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
เป็นข่าวเชิงบทเรียนการลงทุน ไม่มีปัจจัยพื้นฐานของบริษัทใดรองรับ หุ้นที่ถูกคาดเดาอาจมีแรงเก็งกำไรระยะสั้นจากกระแส แต่ผลกระทบต่อทิศทางราคาโดยยังรวมจำกัดและทางบอย ท่าพระจันทร์ ก็ยังไม่ได้ออกมายืนยัน
ในวงการพระเครื่อง ชื่อของ ‘บอย ท่าพระจันทร์’ หรือ ‘อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย’ คือระดับเซียนตัวจริงที่ไม่มีใครไม่รู้จัก แต่ในอีกมุมหนึ่งนอกเหนือจากวงการส่องพระแล้ว เขายังเป็นนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหุ้นที่มีพอร์ตระดับหลายร้อยล้านบาทอีกด้วย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เซียนบอยได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโพสต์บน Facebook ส่วนตัว ที่ชื่อ ‘บอย ท่าพระจันทร์’ โดยโพสต์ภาพตัวเลขหน้าจอพอร์ตการลงทุนจริงบางส่วนมาเปิดเผย ให้แฟนคลับได้เห็นทั้งมุมที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และมุมที่พลาดพลั้งจนขาดทุนก้อนโต
โพสต์พอร์ตแรกสุดปัง ฟันกำไรเน้นๆ ทะลุ 267 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นมาจากโพสต์แรกที่คุณบอยได้โชว์พอร์ตเขียวขจี พร้อมระบุแคปชันติดสไตล์กวนๆ ว่า “ถ้าครบ 1,000 มีพระและของสะสม อีกเยอะที่อยากได้ครับ❤️ #ขอโม้หน่อยเพราะที่ผ่านมาก็เคยได้มาแล้ว🤫 #ปล.พอดีเห็นเพจพระเก๊กระจอกๆ (พยายามโจมตีวงการพระแท้ เลยลงให้พวกมันดู🤣)”

ที่มา : บอยท่าพระจันทร์
เมื่อเจาะลึกตัวเลขในภาพ จะพบว่า พอร์ตถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่:
- พอร์ตที่หนึ่ง: ต้นทุนเงินลงทุน (Amount) ประมาณ 264 ล้านบาท แต่มีมูลค่าตลาด (Market Value) พุ่งไปถึง 470 ล้านบาท คิดเป็นกำไรสูงถึง +206 ล้านบาท (+78.03%)
- พอร์ตที่สอง: ต้นทุนเงินลงทุนประมาณ 136 ล้านบาท มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 198 ล้านบาท ฟันกำไรไปอีก +61 ล้านบาท (+44.62%)
เมื่อรวมผลตอบแทนจากทั้งสองพอร์ตเข้าด้วยกัน คุณบอยสามารถสร้างกำไรตัวเลขกลมๆ ได้สูงถึง 267,191,841 บาท ท่ามกลางเสียงยินดีและชื่นชมจากบรรดาแฟนคลับและนักลงทุน
แต่ก็ไม่วายมีผู้ใช้บางรายเข้ามาคอมเมนต์แซวว่า “อันนี้แกโชว์ที่ได้ครับ ที่เสียก็อีกเยอะอยู่” ซึ่งทางเซียนบอยก็ได้เข้าไปตอบกลับนิ่มๆ ว่า “อย่าอิจฉา พอร์ตเล็กๆ ของผมเลยครับ”

พร้อมกันนี้ยังได้แชร์ข้อคิดสำคัญในการเทรดเอาไว้ว่า:
“เวลาซื้อง่ายที่สุด แต่เวลาขายมันคือศิลปะครับ ถ้าขายให้ได้ราคามันคือสุดยอดของนักขาย (ผมใช้เวลาเรียนรู้อยู่ 10 กว่าปี แต่มันยังไม่ถึงเวลาขายเท่านั้นเอง)”

ยอดกำไรระดับมหาศาลนี้จุดประกายให้ชาวเน็ตและนักลงทุนต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานาว่าหุ้นปริศนาตัวนี้คืออะไร โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่หุ้นยอดฮิตอย่าง PLANB และ KCE แม้ว่า เจ้าตัวจะยังไม่ได้ออกมาเฉลยอย่างเป็นทางการก็ตาม

พอร์ตสองสุดเจ็บ: กำไร 200 ล้านไม่ขาย พลิกเป็นขาดทุนยับ -166 ล้าน
แต่ในวันเดียวกันนั้นเอง บอย ท่าพระจันทร์ ได้แสดงความใจนักเลง ด้วยการเปิดเผยพอร์ตอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงจากการลงทุน โดยเขาได้โพสต์ภาพพอร์ตที่กำลังติดแดงหนัก พร้อมยอมรับถึงข้อผิดพลาดว่า สินทรัพย์หรือหุ้นตัวนี้ เคยทำกำไรพุ่งสูงไปถึง 200 กว่าล้านบาท แต่เพราะความหวังว่ามันจะไปต่อถึง 500 ล้านบาท จึงเลือกถือต่อโดยไม่ล็อกกำไร จนกระทั่งราคาร่วงลงมาอย่างรุนแรง พลิกกลับมา ขาดทุนเกือบ 200 ล้านบาทแทน
ข้อความในโพสต์ระบุว่า: “ตัวนี้ เป็นตัวที่เจ็บใจ 555 เพราะกำไร 200 กว่า แล้วถือจนขาดทุน ปล.หวังกำไร 500 แต่ตอนนี้ขาดทุน เกือบ 200”

ที่มา : บอยท่าพระจันทร์
จากรายละเอียดในภาพ แสดงตัวเลขยอดเงินลงทุนสูงถึงประมาณ 590 ล้านบาท แต่มูลค่าตลาดในปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 423 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ตติดลบรุนแรงถึง -166 ล้านบาท (-28.17%)
ซึ่งโพสต์นี้ได้เรียกกำลังใจจากผู้ติดตามอย่างล้นหลาม หลายคนคอมเมนต์สะท้อนความคิดว่า “มีเขียวก็ต้องมีแดง ผมรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เซียนก็แดงเป็น” หรือ “เป็นผมคงจะขายตั้งแต่กำไร 1 ล้านบาทแรกแล้วครับ”


แน่นอนว่า งานนี้ชาวเน็ตก็ไม่พลาดที่จะสวมรอยเป็นนักสืบ ร่วมกันวิเคราะห์ว่าหุ้นตัวไหนที่สร้างบาดแผลให้เซียนบอย โดยเสียงส่วนใหญ่คาดเดาว่า เป็นหุ้นขนาดใหญ่อย่าง DELTA หรือหุ้นในกลุ่มตระกูล J เช่น JMART หรือ JMT ซึ่งทางคุณบอยก็ยังคงปิดเป็นความลับ ไม่ได้ออกมายืนยันหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

มุมมองผู้เขียน : การที่เซียนระดับนี้ยอมเปิดทั้งกำไรและขาดทุนต่อสาธารณะ ถือเป็นเรื่องหาดูยาก และสะท้อนว่า เจ้าของพอร์ตเข้าใจธรรมชาติของตลาดดี ส่วนหุ้นปริศนาทั้งสองฝั่ง ตราบใดที่เจ้าตัวไม่เฉลย ทั้งหมดก็เป็นเพียงการคาดเดา นักลงทุนไม่ควรซื้อหุ้นตามรายชื่อที่ชาวเน็ตเดา แต่ควรหยิบบทเรียนเรื่องวินัยการขายไปใช้กับพอร์ตของตัวเองมากกว่า

