bitkub-banner

ปิดตำนานเจ้าพ่อค้ายา Dark Web สั่งคุก 40 ปี พร้อมริบ Bitcoin มูลค่ากว่า 3.4 พันล้านบาท

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ยอมสละ Bitcoin มูลค่า 101 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 พันล้านบาท หลังถูกศาลสหรัฐฯ พิพากษาจำคุก
  • เครือข่ายทำธุรกรรมยาเสพติดกว่า 4 ล้านรายการ Empire Market อำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าผิดกฎหมายมูลค่ารวมกว่า 430 ล้านดอลลาร์ 
  • หุ้นส่วน Thomas Pavey ถูกยึด Bitcoin จำนวน 1,584 BTC เมื่อปีที่แล้ว และยังเตรียมรับฟังคำพิพากษาในคดีเดียวกัน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

Raheim Hamilton ผู้ร่วมก่อตั้ง Empire Market ตลาดซื้อขายสินค้าผิดกฎหมายบน Dark Web ถูกศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ พิพากษาจำคุก 40 ปี พร้อมยอมสละ Bitcoin 1,230 BTC มูลค่า 101 ล้านดอลลาร์ รวมถึง Ether 24.4 ETH และอสังหาริมทรัพย์อีก 3 แห่ง ขณะที่ Thomas Pavey หุ้นส่วนของเขาถูกยึด Bitcoin อีก 1,584 BTC โดยทั้งคู่ร่วมบริหารเว็บไซต์ระหว่างปี 2018–2020 ซึ่งอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมกว่า 4 ล้านรายการ มูลค่ารวมกว่า 430 ล้านดอลลาร์ รวมถึงยาเสพติดที่มีมูลค่าเกือบ 375 ล้านดอลลาร์ ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าทั้งคู่กำหนดให้ลูกค้าใช้คริปโทฯ และสนับสนุนบริการ Mixing Services เพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน

Raheim Hamilton วัย 30 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งตลาดมืด Empire Market ถูกศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในชิคาโกพิพากษาจำคุก 40 ปี จากบทบาทในการบริหารเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าผิดกฎหมายบน Dark Web พร้อมตกลงสละ Bitcoin จำนวน 1,230 BTC มูลค่าประมาณ 101 ล้านดอลลาร์ รวมถึง Ether 24.4 ETH และอสังหาริมทรัพย์อีก 3 แห่ง โดยศาลยังสั่งปรับเงินเป็นจำนวน 5 ล้านดอลลาร์

สำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตเหนือของรัฐอิลลินอยส์ระบุว่า Hamilton และ Thomas Pavey วัย 41 ปี ร่วมกันบริหาร Empire Market ระหว่างปี 2018–2020 โดยเว็บไซต์ดังกล่าวอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมมากกว่า 4 ล้านรายการ มูลค่ารวมกว่า 430 ล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการซื้อขายยาเสพติดเกือบ 375 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมย ธนบัตรปลอม และเครื่องมือสำหรับแฮกอีกด้วย

ทั้งสองกำหนดให้ลูกค้าใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการชำระเงิน และสนับสนุนให้ใช้บริการ Mixing Services เพื่อปกปิดเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงิน

สำหรับ Pavey เขาให้การรับสารภาพในข้อหาสมรู้ร่วมคิดค้ายาเสพติดระดับรัฐบาลกลางเมื่อปีที่แล้ว และถูกยึด Bitcoin จำนวน 1,584 BTC พร้อมสละสิทธิ์ในทองคำแท่ง รถยนต์ 3 คัน และอสังหาริมทรัพย์อีก 2 แห่งในรัฐฟลอริดา โดยมีกำหนดรับฟังคำพิพากษาในช่วงปลายเดือนนี้

เมื่อรวม Bitcoin ของทั้งสองคน มีจำนวน 2,814 BTC ที่ถูกสละหรือยึดในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม การยึดทรัพย์ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin ทั้งหมดจะถูกนำออกขายในตลาดทันที จึงยังไม่สามารถประเมินแรงกดดันต่อราคาได้จากตัวเลขดังกล่าวเพียงอย่างเดียว

คดีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามอาชญากรรมคริปโทฯ ในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ Ruis-Sian Lin ผู้ดำเนินการ Incognito Market ถูกตัดสินจำคุก 30 ปี ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังยึดทรัพย์สินมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ที่เชื่อมโยงกับ Helix บริการผสม Bitcoin ซึ่งกระทรวงยุติธรรมระบุว่าถูกใช้ฟอก Bitcoin อย่างน้อย 354,468 BTC

ที่มา:coindesk


มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาจากคดีนี้ไม่ใช่เพียงจำนวน Bitcoin ที่ถูกยึด แต่คือแนวทางที่ทางการสหรัฐฯ ใช้ติดตามทรัพย์สินดิจิทัลซึ่งเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การยึด Bitcoin ในคดีอาญาไม่ควรถูกตีความว่าเป็นแรงขายในตลาดทันที เพราะผลกระทบต่อราคายังขึ้นอยู่กับว่าเหรียญจะถูกจัดการอย่างไรต่อไป