สรุปข่าว
- กระเป๋า Bitcoin ของเจ้ามือรายใหญ่ที่หลับใหลมานานกว่า 6 ปี โอนย้าย 4,582 BTC มูลค่าราว 380 ล้านดอลลาร์ ไปยัง 5 กระเป๋าใหม่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม
- การโอนย้ายนี้ เกิดขึ้นหลังกระเป๋าเจ้ามืออีกใบ ที่ทำการโอนย้าย 4,500 BTC หลังหลับใหลนานกว่า 4 ปี เพียงหนึ่งสัปดาห์ และก่อนหน้านั้นกระเป๋าเหรียญยุค Satoshi Era ก็ขยับเช่นกัน
- ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นการเตรียมเทขาย และไม่สามารถระบุตัวตนเจ้าของได้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
การโอนย้ายเหรียญระหว่างกระเป๋าไม่ใช่สัญญาณการเทขายโดยตรง แต่ปริมาณของ Bitcoin จำนวนมาก และเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ตลาดต้องจับตา ตราบใดที่เหรียญยังไม่ถูกส่งเข้ากระดานเทรด แรงกดดันต่อราคาก็ยังจำกัด
ข้อมูลบนบล็อกเชนจาก Arkham และ Lookonchain ได้เปิดเผยความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา เมื่อกระเป๋า Bitcoin ของ “เจ้ามือโบราณ” ที่นอนนิ่งสนิทมานานกว่า 6 ปี ได้ตื่นขึ้นมาทำธุรกรรมครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา
ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการโอนย้าย Bitcoin จำนวน 4,582 BTC มูลค่าราว 380 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท) ออกจากกระเป๋าเดิม “18Vm…VpQ9x” ไปกระจายเก็บไว้ในกระเป๋าใหม่ 5 แห่ง โดยเหรียญก้อนนี้ถูกซื้อไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ด้วยต้นทุนเพียง 40.8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกำไรที่เติบโตขึ้นถึง 9.4 เท่าตัว
ที่น่าสนใจคือ การขยับตัวรอบนี้เกิดขึ้นหลังธุรกรรมของวาฬอีกรายเพียงสัปดาห์เดียว โดยก่อนหน้านี้ กระเป๋ารหัส “bc1q…nhj0” เพิ่งโยกย้าย 4,500 BTC มูลค่า 375 ล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋าใหม่ หลังหลับใหลมานานกว่า 4 ปีเช่นเดียวกัน
เหรียญยุค “Satoshi Era” ขยับตัวในรอบเกือบ 16 ปี
กระแสการตื่นของเหรียญยุคเก่ายังลามไปถึงเหรียญระดับตำนาน โดยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา พบการเคลื่อนย้าย Bitcoin จำนวน 100.02 BTC ที่ถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2010 ในยุค “Satoshi Era” หรือยุคเริ่มต้นของบิตคอยน์
จากเหรียญที่มีมูลค่ารวมเพียง 29 ดอลลาร์ (ราว 1,000 บาท) ในวันที่ถูกขุด เมื่อถูกหยิบมาขยับครั้งแรกในรอบเกือบ 16 ปี มูลค่ากลับพุ่งทะลุ 8.3 ล้านดอลลาร์ หรือเติบโตขึ้นกว่า 286,000 เท่า สะท้อนผลตอบแทนระดับประวัติศาสตร์ของผู้ถือครองยุคบุกเบิก
ย้ายกระเป๋า ไม่ใช่การเทขายเสมอไป
แม้การตื่นของเจ้ามือยุคเก่าจะสร้างความระแวงให้ตลาดเสมอ แต่ในความเป็นจริง การโอนสลับที่อยู่กระเป๋าแบบ On-chain ไม่ได้แปลว่าจะเกิดการทุบราคาเสมอไป
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า เหรียญทั้งหมดถูกย้ายไปพักไว้ในกระเป๋าใบใหม่เท่านั้น ยังไม่มีเหรียญใดถูกโอนเข้ากระดานเทรดเพื่อนำไปขายในระบบแต่อย่างใด
ในเชิงเทคนิค วาฬยุคโบราณมักทำการโอนย้ายเพื่อ “จัดระเบียบความปลอดภัยใหม่” เช่น การเปลี่ยนไปใช้ระบบ Multisig, การอัปเกรดรูปแบบ Address จากรุ่นเก่าไปเป็น SegWit หรือ Taproot เพื่อลดค่าธรรมเนียม รวมถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการขายแบบจับคู่รายใหญ่ผ่านดีลนอกกระดาน (OTC)
สำหรับนักลงทุนทั่วไป ตราบใดที่ยังไม่เห็นเหรียญเหล่านี้ไหลทะลักเข้าไปในกระดานเทรด ก็ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตระหนกว่าตลาดจะเข้าสู่ขาลง
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : การโอนย้าย Bitcoin ออกจากกระเป๋าเก็บสินทรัพย์อาจเป็นเพียงเรื่องของการยกระดับความปลอดภัย การอัปเกรดรูปแบบที่อยู่กระเป๋า หรือการจัดโครงสร้างการถือครองใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้ามือยุคเก่ามักจะทำเป็นประจำอยู่แล้ว
หากในระยะถัดไปเริ่มเห็นสัญญาณการโอนเหรียญเข้าสู่กระดานเทรดอย่างต่อเนื่อง เมื่อนั้นแรงขายถึงจะกลายเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง

