bitkub-banner

หุ้น Tesla พุ่ง 5% หลัง Elon Musk โชว์ Roadster บินกลางอากาศ นักลงทุนแห่จับตาเทคโนโลยีใหม่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้น Tesla (TSLA) พุ่งขึ้นเกือบ 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันที่ 16 ตุลาคม หลัง Elon Musk เปิดตัวและสาธิตรถสปอร์ตไฟฟ้า Roadster รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีจาก SpaceX ช่วยให้รถพลิกตัวกลางอากาศได้
  • การสาธิตแสดงให้เห็นรถยนต์ที่สามารถเคลื่อนตัวขึ้นจากทางลาด พลิกกลางอากาศ และลงจอดได้ โดย Tesla ตั้งเป้าเริ่มการผลิตในปี 2028
  • แม้การเปิดตัวจะช่วยกระตุ้นความสนใจของนักลงทุน แต่ยังมีคำถามเรื่องความปลอดภัย กฎระเบียบ และกำหนดการผลิต ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างรายได้จริงของบริษัท

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การเปิดตัว Roadster ช่วยสร้างกระแสเชิงบวกให้กับ Tesla และสะท้อนความสามารถด้านวิศวกรรมของบริษัท แต่ผลกระทบต่อราคาหุ้นในระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการผลิตจริง ความต้องการของผู้ซื้อ และผลประกอบการ มากกว่ากระแสจากการสาธิตเพียงครั้งเดียว 

ราคาหุ้น Tesla ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 หลัง Elon Musk เปิดตัว Roadster รุ่นใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนจาก SpaceX ซึ่งสามารถช่วยให้รถพลิกตัวกลางอากาศและลงจอดได้ การเปิดตัวดังกล่าวสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุน หลังรถรุ่นนี้ถูกเลื่อนกำหนดการมาหลายปี

อย่างไรก็ตาม รายงานจาก Forbes ระบุว่า Tesla ขยับขึ้นมากกว่า 1.5% ในช่วงหลังเปิดตลาด แม้จะเคยพุ่งขึ้นเกือบ 5% ในช่วงก่อนเปิดตลาดก็ตาม สะท้อนว่าตลาดตอบรับข่าวในเชิงบวก แต่ยังต้องประเมินมูลค่าทางธุรกิจของผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วย 

Roadster โชว์ความสามารถพลิกตัวกลางอากาศด้วยเทคโนโลยี SpaceX

ในการสาธิตเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม Tesla แสดงให้เห็น Roadster รุ่นใหม่เคลื่อนขึ้นไปบนทางลาดที่มีระบบดูดสุญญากาศช่วยยึดตัวรถ ก่อนใช้ระบบขับดันด้วยก๊าซแรงดันสูงเพื่อพลิกตัวกลางอากาศและลงจอดบนพื้นได้สำเร็จ

Musk อธิบายว่ารถรุ่นนี้นำเทคโนโลยีจาก SpaceX มาประยุกต์ใช้ โดย Tesla ยังระบุสมรรถนะที่น่าทึ่ง เช่น อัตราเร่งจาก 0–60 ไมล์ต่อชั่วโมงในเวลา 0.81 วินาทีระหว่างการทดสอบ อย่างไรก็ตาม ความสามารถดังกล่าวเป็นข้อมูลที่บริษัทนำเสนอ และยังต้องรอการยืนยันในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง 

แม้จะถูกเรียกว่า “รถบินได้” แต่การสาธิตที่เผยแพร่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ารถสามารถบินได้อย่างต่อเนื่องเหมือนอากาศยานทั่วไป ขณะที่การใช้งานบนถนนสาธารณะและการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม 

รถยังไม่ผลิตจริง ตลาดจึงต้องจับตากำหนดการปี 2028

แม้ Roadster จะสร้างกระแสได้อย่างมาก แต่ Tesla ตั้งเป้าเริ่มการผลิตในปี 2028 ซึ่งหมายความว่ายังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่ารถรุ่นนี้จะเข้าสู่ตลาดจริง นอกจากนี้ เทคโนโลยีขับดันที่ทำให้รถเคลื่อนตัวกลางอากาศยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและกฎระเบียบ โดยเฉพาะหากจะนำไปใช้ในพื้นที่สาธารณะ

สำหรับนักลงทุน Roadster อาจช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ Tesla ในฐานะบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะสร้างรายได้มากเพียงใดเมื่อเทียบกับธุรกิจรถยนต์หลักของบริษัท

ปัจจัยที่ตลาดให้ความสำคัญต่อไปจึงยังรวมถึงผลประกอบการ ความคืบหน้าของ Robotaxi และหุ่นยนต์ Optimus ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้นในระยะยาวมากกว่าการเปิดตัวรถรุ่นพิเศษเพียงรุ่นเดียว 


ผู้เขียนมองว่า การที่หุ้น Tesla พุ่งขึ้นหลังการสาธิต Roadster แสดงให้เห็นว่าเรื่องราวด้านนวัตกรรมยังสามารถกระตุ้นความสนใจของตลาดได้อย่างรวดเร็ว แต่การปรับขึ้นของราคาหุ้นในช่วงสั้นไม่ได้ยืนยันว่ามูลค่าบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน นักลงทุนควรติดตามว่ารถรุ่นนี้จะผลิตและส่งมอบได้ตามกำหนดหรือไม่ รวมถึงผลประกอบการและความคืบหน้าของธุรกิจ AI กับระบบขับขี่อัตโนมัติ ก่อนประเมินว่ากระแสครั้งนี้จะกลายเป็นการเติบโตจริงหรือเป็นเพียงแรงเก็งกำไรระยะสั้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิง