สรุปข่าว
- สภาทองคำโลก (WGC) คาดการณ์ว่าตลาดทองคำดิจิทัลจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 หรือเติบโตเฉลี่ยราว 27% ต่อปี
- ปัจจุบันทองคำดิจิทัลและโทเคนมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดทองคำทั้งหมด แต่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าเพิ่มขึ้นราว 5 เท่าตั้งแต่ปลายปี 2024
- การเติบโตของตลาดนี้ยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคด้านความน่าเชื่อถือ การกำกับดูแล และโครงสร้างราคา
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
สภาทองคำโลก (WGC) รายงานว่าตลาดทองคำดิจิทัลและโทเคนมีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่ 1.7 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 โดยได้รับแรงหนุนจากความสนใจของนักลงทุนรายย่อยและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้ปัจจุบันจะมีสัดส่วนน้อย แต่กำลังได้รับความนิยมและถูกนำไปใช้ประโยชน์ในระบบการเงินบนบล็อกเชนมากขึ้น
รายงานวิจัยล่าสุดจากสภาทองคำโลก (WGC) เมื่อวันที่ 19 ตุลาคมระบุว่า ตลาดทองคำดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโตจากมูลค่าประมาณ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ขึ้นไปแตะระดับสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2031
สำหรับนิยามคำว่าทองคำดิจิทัลจะเป็นการสื่อถึงผลิตภัณฑ์ที่เปิดให้นักลงทุนถือครองกรรมสิทธิ์ย่อยในทองคำแท่งจริงที่จัดเก็บไว้ในตู้นิรภัย รวมถึงโทเคนที่มีทองคำแท่งค้ำประกัน โดยแตกต่างจากกองทุน ETF ทองคำแบบดั้งเดิม ตรงที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจมาพร้อมกับรูปแบบการถือครองที่หลากหลาย และในบางกรณีสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันทางการเงินบนบล็อกเชนได้อีกด้วย
ทั้งนี้ WGC คาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ราว 27% โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของแพลตฟอร์มดิจิทัลและสินทรัพย์โทเคนในการเข้ามาลงทุนทองคำ
แม้รายงานจะสะท้อนถึงโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีและการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน แต่ก็มีการเตือนว่าการเติบโตที่แท้จริงของตลาดจะขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ให้บริการในการก้าวข้ามอุปสรรคเรื้อรัง ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือ การเข้าถึง การกำกับดูแล และโครงสร้างราคา
ทองคำดิจิทัลโตแรง
ข้อมูลจาก WGC ชี้ว่า ทองคำดิจิทัลยังมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดการลงทุนทองคำแท่งที่มีมูลค่ารวมราว 13 ล้านล้านดอลลาร์ ถึงกระนั้น ทองคำในรูปแบบโทเคนกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมูลค่าตลาดเติบโตขึ้นราว 5 เท่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2024 มาอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ และมีปริมาณการซื้อขายทะลุ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026
WGC ประเมินว่าอาจมีความต้องการแฝงสูงถึง 7.0 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวอาจเป็นเพียงอุปสงค์ที่จะเกิดขึ้นหากสภาวะตลาดเอื้ออำนวย ไม่ใช่คำคาดการณ์ว่าจะเม็ดเงินจำนวนนี้จะไหลเข้าสู่ทองคำดิจิทัลทั้งหมดภายในปี 2031 นอกจากนี้ ผลสำรวจของ WGC จากนักลงทุนรายย่อยกว่า 12,000 คน ยังพบว่าเกือบ 90% พร้อมที่จะพิจารณาลงทุนในทองคำดิจิทัลหากอยู่ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม
ทองคำโทเคนจะส่งผลดีต่อตลาดคริปโทฯ หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์ทองคำโทเคนอย่าง Tether Gold (XAUT) และ Pax Gold (PAXG) แสดงให้เห็นถึงวิธีการแปลงสินทรัพย์จริงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลและการโอนย้ายที่สะดวก โดยนักลงทุนอาจสามารถนำโทเคนที่มีทองคำค้ำประกันไปใช้เป็นหลักประกันในการกู้ยืมหรือทำธุรกรรมทางการเงินอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์ม
WGC มองว่า ประโยชน์การใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้นนี้ จะช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดของทองคำให้แก่นักลงทุนที่ต้องการมากกว่าเพียงการเป็นสินทรัพย์กักเก็บมูลค่าแบบดั้งเดิม โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา WGC ได้ร่วมมือกับ Boston Consulting Group (BCG) ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานส่วนกลาง เพื่อยกระดับความแม่นยำในการกำกับดูแล การตรวจสอบความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ และการไถ่ถอนสำหรับผลิตภัณฑ์ทองคำดิจิทัล
อย่างไรก็ดี การเติบโตของทองคำโทเคนไม่ได้หมายความว่า Bitcoin หรือเหรียญคริปโทฯ อื่นๆ จะพากันโตขึ้นไปด้วยเสมอไป ดังนั้น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงยังคงขึ้นอยู่กับว่าเครือข่ายและแพลตฟอร์มใดเป็นผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และกิจกรรมดังกล่าวสร้างอุปสงค์ที่แท้จริงให้กับโทเคนหลักของเครือข่ายนั้นๆ หรือไม่
ที่มา: Coinedition
มุมมองผู้เขียน: การเติบโตของทองคำดิจิทัลสะท้อนถึงการผสานสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและการใช้งานที่หลากหลาย แต่อุปสรรคด้านกฎระเบียบและความเชื่อมั่นยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องก้าวข้ามเพื่อขับเคลื่อนตลาดให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ

