bitkub-banner

Bitcoin รับศึกหนักสัปดาห์นี้ จับตาดอกเบี้ย Fed-ตัวเลข PCE-GDP-ประกาศงบบิ๊กเทคฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงแตะ $79,100 ต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ $80,000
  • จับตาดอกเบี้ย Fed, GDP และ PCE หากเงินเฟ้อยังสูง อาจทำให้ Fed คงนโยบายเข้มงวดและกดดันตลาด
  • งบบิ๊กเทคฯ ชี้ทิศทางตลาด Microsoft, Alphabet, Amazon และ Intel เตรียมรายงานผลประกอบการสัปดาห์นี้

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดัน หลังราคาร่วงแตะ $79,100 ต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ $80,000 โดยสัปดาห์นี้ตลาดต้องรับมือทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในวันที่ 28 ตุลาคม และการประกาศ GDP ไตรมาส 3 กับดัชนีเงินเฟ้อ PCE ในวันที่ 29 ตุลาคม ขณะเดียวกัน ผลประกอบการของ Microsoft, Alphabet, Amazon และ Intel อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากเงินเฟ้อยังสูงและ Fed ส่งสัญญาณเข้มงวด Bitcoin อาจถูกกดดันต่อ แต่หากตัวเลขออกมาดีกว่าคาด ก็อาจช่วยพยุงให้ตลาดฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

Bitcoin (BTC) ต้องเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจลูกใหญ่ หลังราคาถูกกัดดันอย่างหนักจนร่วงลงไปแตะ $79,100 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ $80,000 ท่ามกลางสัปดาห์สำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของ Fed ตัวเลขเงินเฟ้อ PCE, GDP ไตรมาส 3 และผลประกอบการบิ๊กเทคฯ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดคริปโตในระยะถัดไป

วันพุธที่ 28 ตุลาคมนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีกำหนดประกาศผลการประชุมอัตราดอกเบี้ย โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ Reuters สำรวจคาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75%-4.00% 

อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มกังวลมากขึ้นว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม หลังตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) และเงินเฟ้อผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายนกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา นักลงทุนจึงรอดูถ้อยแถลงของ Fed ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต

หาก Fed ยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อและส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ก็อาจทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงในการถือครองสินทรัพย์อย่าง Bitcoin มากขึ้น 

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) มีกำหนดเปิดเผยตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ซึ่งสะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจ พร้อมข้อมูลรายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนกันยายน รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่ Fed ใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยเดือนธันวาคม

หากเศรษฐกิจยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อยังสูง ก็อาจปรับลดโอกาสที่ Fed จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเพิ่มแรงกดดันต่อ Bitcoin ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อชะลอตัวลง ภาพที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยบวกที่คอยหนุนตลาดทันที

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผลประกอบการของบริษัทในดัชนี S&P 500 โดยประมาณ 20% ของบริษัทในดัชนีมีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ Microsoft และ Alphabet บริษัทแม่ของ Google จะรายงานในวันพุธ ส่วน Amazon และ Intel มีกำหนดรายงานในวันพฤหัสบดี

นักลงทุนกำลังจับตาว่า การลงทุนในด้าน AI ของบริษัทเทคฯ เหล่านี้สร้างรายได้และผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ หากผลประกอบการออกมาดีกว่าคาด ก็อาจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง แต่หากผลลัพธ์ออกมาน่าผิดหวัง ก็อาจเพิ่มแรงขายในตลาดหุ้นและตลาดคริปโต

สัปดาห์นี้จึงกลายร่างเป็นบททดสอบสำคัญของ Bitcoin ว่า ราคาจะสามารถรักษาระดับ $80,000 ไว้ได้หรือไม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังจะถูกทยอยประกาศออกมาในเวลาไล่เลี่ยกัน


มุมมองผู้เขียน: Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดัน หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่ชะลอตัวและ Fed ส่งสัญญาณเข้มงวดต่อเนื่อง นักลงทุนอาจลดความเสี่ยงในการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง โดยมีแนวรับ $80,000 เป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม หากเงินเฟ้อชะลอตัวหรือผลประกอบการ Big Tech ออกมาดีกว่าคาด ก็อาจกลายเป็นปัจจัยบวกต่อ BTC ได้เช่นเดียวกัน

ที่มา:cryptopotato