สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin ร่วง 1.19% มาอยู่ที่ $79,730 ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 หลุดระดับจิตวิทยา $80,000 และติดลบ 1.0% ในรอบ 24 ชั่วโมง
- ปริมาณซื้อขายอยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเบาบางมาก สะท้อนว่าเป็นการไหลลงแบบไร้แรงซื้อรองรับ ไม่ใช่การเทขายด้วยความตื่นตระหนก
- ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ $76,500 ถึง $86,600 แต่ขยับเข้าใกล้ขอบล่างมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกรอสัญญาณใหม่จากนโยบายการเงินและสินทรัพย์เสี่ยง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
ราคาร่วงต่อเนื่องบนปริมาณซื้อขายที่แห้งลง และโครงสร้างระยะสั้นยังเป็นขาลง จึงยังไม่เห็นแรงซื้อที่มีน้ำหนักพอจะพลิกทิศทาง อย่างไรก็ตาม การไหลลงที่ไร้แรงตื่นตระหนกบ่งชี้ว่าตลาดยังรอปัจจัยใหม่จากภายนอก
ขณะที่ตลาดการเงินโลกเข้าสู่สัปดาห์ที่นักลงทุนเฝ้ารอสัญญาณใหม่เรื่องทิศทางนโยบายการเงินและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคา Bitcoin ร่วง 1.19% หลุดระดับจิตวิทยา $80,000 มาอยู่ที่ $79,730 ในวันที่ 26 ต.ค. 2569 โดยราคาแกว่งตัวในรอบ 24 ชั่วโมงระหว่าง $79,332 ถึง $80,825 และลดลง 1.0% จากเมื่อวาน
มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin อยู่ที่ราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ ปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่เบาบางเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดเมื่อเดือน ต.ค. 2568 ราว 30% และต่ำกว่าขอบบนของกรอบซื้อขายล่าสุดที่ $86,600 ราว 7.7%
บริบทโลกที่กดดันความอยากเสี่ยง
ในโลกการเงินปัจจุบัน ราคาสินทรัพย์เสี่ยงมักขยับตามความคาดหวังเรื่องนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ทิศทางดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เมื่อนักลงทุนทั่วโลกไม่แน่ใจเรื่องจังหวะการปรับดอกเบี้ย เงินทุนมักถอยออกจากสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงไปพักในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า ซึ่ง Bitcoin ถูกนับรวมอยู่ในกลุ่มแรกมากกว่าที่ผู้สนับสนุนแนวคิด “ทองคำดิจิทัล” อยากให้เป็น
ทั้งนี้ ผู้เขียนยังไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้ว่ามีเหตุการณ์เฉพาะเจาะจงเพียงเรื่องเดียวที่เป็นตัวจุดชนวนการลดลงของวันนี้ จึงขอรายงานเฉพาะสิ่งที่เห็นจากโครงสร้างตลาด ได้แก่ ปริมาณซื้อขายที่ลดลงต่อเนื่อง และการไหลลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการเทขายอย่างรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับภาพของตลาดที่ขาดแรงจูงใจใหม่ มากกว่าตลาดที่เผชิญข่าวร้ายก้อนใหญ่
คริปโตตอบสนองอย่างไรเมื่อตลาดโลกไร้ทิศทาง
ภาพระยะยาวของ Bitcoin ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงตั้งแต่จุดสูงสุดใกล้ $114,400 เมื่อปลายเดือน ต.ค. 2568 โดยทำจุดต่ำสุดใกล้ $58,600 ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. 2569 ก่อนฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในเดือน ส.ค. ที่ราคากระโดดราว 22% ในหนึ่งสัปดาห์ จากราว $63,000 ไปที่ $77,000 หลังจากนั้นราคาเคลื่อนไหวในกรอบกว้างและทำจุดสูงสุดต่ำลงเรื่อย ๆ ที่ $86,597 ในสัปดาห์ที่ 38 ตามด้วย $86,500 และ $84,100
ปริมาณซื้อขายเบาบางสะท้อนตลาดรอดูท่าที
ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายสัปดาห์อยู่ที่ราว 1.81 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำที่สุดในรอบหลายเดือน ในมุมการวิเคราะห์ตลาดโลก ปริมาณที่ลดลงมักหมายถึงผู้เล่นรายใหญ่ยังไม่เปิดสถานะใหม่ และรอสัญญาณจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ท่าทีของ Fed หรือความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น ราคาที่ไหลลงในสภาพเช่นนี้จึงมักเป็นการขยับตามแรงเฉื่อย มากกว่าการเปลี่ยนมุมมองครั้งใหญ่ของตลาด
ตำแหน่งของราคาในกรอบซื้อขายรอบกว้าง
ราคาปัจจุบันอยู่ในครึ่งล่างของกรอบ $76,500 ถึง $86,600 ซึ่งกว้างราว 13.2% ราคาแตะ $79,263 เมื่อวันที่ 24 ต.ค. และ $79,332 เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ในระหว่างวัน แสดงว่าบริเวณ $80,000 ซึ่งเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญถูกทดสอบซ้ำหลายครั้ง และวันนี้ราคาปิดรอบชั่วโมงล่าสุดอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าว
ปัจจัยโลกที่ต้องติดตามต่อจากนี้
สำหรับสัปดาห์และเดือนข้างหน้า ปัจจัยที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกมักใช้ประเมินทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง ได้แก่ ถ้อยแถลงและการประชุมนโยบายของ Fed ตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงานของสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์ และท่าทีของตลาดหุ้นสหรัฐฯ นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยก็ยังเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่อคริปโตโดยตรง
ในด้านคริปโตเอง การไหลเข้าและไหลออกของกองทุน ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ ยังเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าเงินทุนสถาบันกำลังเข้าหรือออกจากตลาด รวมถึงข่าวด้านกฎระเบียบที่อาจเปลี่ยนความรู้สึกของนักลงทุนได้ในเวลาสั้น ๆ เมื่อปริมาณซื้อขายเบาบางเช่นนี้ ข่าวใหญ่เพียงชิ้นเดียวก็อาจทำให้ราคาขยับแรงกว่าปกติทั้งสองทาง
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการร่วง 1.19% ในวันนี้ยังเป็นการเคลื่อนไหวระดับปกติของตลาดที่แกว่งตัวอยู่ในกรอบ จุดที่น่าสนใจกว่าตัวเลขราคาคือ “บรรยากาศ” ของตลาด ปริมาณซื้อขายที่ต่ำที่สุดในรอบหลายเดือนบอกเราว่าทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายยังไม่มั่นใจพอจะลงน้ำหนัก ตลาดแบบนี้มักตอบสนองต่อข่าวมหภาคแรงกว่าปกติ เพราะไม่มีแรงสะสมจากฝั่งใดฝั่งหนึ่งมารองรับ
สิ่งที่ผมจะจับตาคือท่าทีของนักลงทุนสถาบันและทิศทางเงินไหลของ ETF ประกอบกับสัญญาณจากตลาดหุ้นและดอลลาร์ หาก Bitcoin ยังเคลื่อนไหวตามสินทรัพย์เสี่ยงอื่นอย่างใกล้ชิด ก็แปลว่าการเล่าเรื่องสินทรัพย์ปลอดภัยดิจิทัลยังต้องรอการพิสูจน์ ส่วนผู้ที่ติดตามตลาดควรจำไว้ว่าราคายังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดเดิม และการเคลื่อนไหวรายวันไม่ควรถูกตีความเกินจริง
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

