สรุปข่าว
- ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จับกุมนายเกรียงศักดิ์ อายุ 28 ปี วิศวกรไฟฟ้าที่ทำงานตำแหน่งรองหัวหน้าผู้จัดการ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน ของกลางมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
- ต้นเหตุมาจากการเทรดทองคำ ตามคลิป TikTok ใช้เวลาศึกษาไม่นาน สูญเงินกว่า 200,000 บาท ภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งเงินเก็บ เงินกู้ผ่านแอป และเงินยืมเพื่อนร่วมงาน
- ผู้เสียหายสะท้อนปัญหาความปลอดภัยของหมู่บ้าน ทั้งที่จ่ายค่าคีย์การ์ดทุกเดือน แต่คนแปลกหน้าเข้าออกได้ ไม้กั้นไม่ใช้ และกล้องวงจรปิดดูย้อนหลังไม่ได้
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา :Neutral
เป็นข่าวอาชญากรรมระดับบุคคล สะท้อนความเสี่ยงของการเทรดด้วยความรู้ไม่เพียงพอ แต่ไม่มีผลต่อราคาทองคำหรือตลาดโดยรวม
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง พร้อม พ.ต.ท.เอกพล ดีผลิผล รองผกก.สส. พ.ต.ท.สมพร โพธิ์ศรี สว.สส. ร.ต.อ.ปองพล จันทรปรางกูร รองสว.สส. และชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง จับกุมนายเกรียงศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ที่ห้องพักแห่งหนึ่งในตำบลคลองข่อย อำเภอปากเกร็ด พบของกลางจำนวนมาก ทั้งสร้อยคอทองคำ แหวนทอง พระเครื่องเลี่ยมทอง ตลับใส่ทอง และใบรับจำนำทองคำ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท
คดีเริ่มจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 21.14 น. นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 62 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมืองว่า มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในบ้านพักหมู่ 2 ตำบลไทรม้า อำเภอเมืองนนทบุรี ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ
ตำรวจไล่ตรวจกล้องวงจรปิดและพบว่า คนร้ายใช้รถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน ยก 4055 ขอนแก่น ซึ่งนายเกรียงศักดิ์เป็นผู้นำไปใช้ ไม่ใช่เจ้าของรถ
ถึงวันที่ 24 ตุลาคม เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนเห็นผู้ต้องหาขับรถคันดังกล่าวมาจอดที่ลานจอดรถ จึงเข้าตรวจค้นห้องพัก พบของกลางซุกอยู่ในกล่องพลาสติกและตู้เสื้อผ้า
เส้นทางจากนักเทรดสู่ผู้ต้องหาลักทรัพย์
นายเกรียงศักดิ์เล่าว่า จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ทำงานตำแหน่งรองหัวหน้าผู้จัดการ เงินเดือนประเมินราว 30,000-40,000 บาท จุดเปลี่ยนมาจากคลิปใน TikTok เรื่องการเทรดทองคำ เขาสนใจและลงทุนทันที หลังศึกษาเพียงไม่นาน
ช่วงแรกทำกำไรได้รอบละ 500-1,000 บาท แต่หลังจากนั้นขาดทุนต่อเนื่อง ครั้งละ 5,000-6,000 บาท ภายใน 1 สัปดาห์ เงินหายไปกว่า 200,000 บาท เป็นเงินเก็บส่วนตัว 60,000-70,000 บาท เงินกู้ผ่านแอปพลิเคชัน และเงินยืมเพื่อนร่วมงานอีกกว่า 100,000 บาท
เมื่อถูกทวงหนี้และไม่เหลือทางออก เขาตัดสินใจก่อเหตุ โดยขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนระหว่างทำงานไรเดอร์เสริม จนพบบ้านหลังหนึ่งที่ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงปีนเข้าทางหน้าต่าง และรื้อค้นทรัพย์สิน ได้ถุงทองคำและพระเครื่อง นำไปจำนองได้ราว 120,000 บาท เอาไปใช้หนี้เพื่อนจนหมด แต่ยังเหลือหนี้นอกระบบและหนี้จากแอปพลิเคชัน
ผู้ต้องหาบอกว่า เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และฝากเตือนสังคมว่า “อยากฝากถึงคนที่คิดจะเข้าไปเล่นหรือลงทุนในลักษณะนี้ ให้เลิกทำ เพราะอะไรที่ได้มาง่าย ก็เสียไปง่ายเช่นกัน อย่าโลภมากจนทำให้ชีวิตต้องมาเดือดร้อนแบบตน”
เสียงสะท้อนจากผู้เสียหาย
นายเอฝากถึงเรื่องความปลอดภัยของหมู่บ้านว่า ตนเสียค่าคีย์การ์ดทุกเดือนเพื่อผ่านป้อมยาม แต่คนแปลกหน้าเข้าออกได้โดยไม่ต้องแลกบัตร ไม้กั้นไม่ถูกใช้งาน กล้องวงจรปิดก็ดูย้อนหลังไม่ได้ ดูได้เพียงภาพ Real Time ขณะที่นิติบุคคลมีอยู่ แต่ไม่ทำอะไรเลย
เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้ นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นเปิดไว้ ใช้งานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มา : mgronline
มุมมองผู้เขียน : กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนว่า ความรู้ผิวเผินจากคลิปสั้นไม่เพียงพอต่อการรับมือความเสี่ยง โดยเฉพาะการกู้เงินมาลงทุน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต หากขาดทุนต่อเนื่องเพียงไม่กี่สัปดาห์ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน และเลือกลงทุนด้วยเงินเย็นในระดับที่ยอมรับการสูญเสียได้เท่านั้น

