bitkub-banner

Samsung Wallet จ่อรองรับการโอน USDC สู่มือถือ 82 ล้านเครื่อง ส่งผลต่อ SOL อย่างไร

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Samsung เตรียมเปิดฟังก์ชันโอน USDC บนเครือข่าย Solana ผ่าน Samsung Wallet ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมนี้
  • อุปกรณ์ Galaxy ในสหรัฐฯ ที่เข้าเกณฑ์ราว 82 ล้านเครื่องเข้าถึงบริการได้ทันที โดยไม่ต้องติดตั้งแอปกระเป๋าเงินคริปโทแยกต่างหาก
  • ตัวเลข 82 ล้านเครื่อง เป็นเพียงศักยภาพเชิงทฤษฎี ผู้ใช้ต้องผ่านการยืนยันตัวตน KYC ก่อน และธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้การันตีว่า ราคา SOL จะขยับตาม

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้เปิดโอกาสขยายฐานผู้ใช้ Solana ได้จริง แต่ค่าธรรมเนียมที่ถูกมากบนเครือข่ายทำให้ปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่า ความต้องการถือเหรียญ SOL จะเพิ่มตามมาโดยตรง ราคาจึงมีแนวโน้มนิ่งในระยะสั้น จนกว่าจะเห็นตัวเลขการใช้งานจริงหลังเปิดตัว

Samsung เตรียมเปิดตัวฟังก์ชันโอนสเตเบิลคอยน์ USDC บนเครือข่ายบล็อกเชน Solana ได้โดยตรง ผ่านแอปพลิเคชัน Samsung Wallet ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งการเปิดตัวดังกล่าว ทำให้อุปกรณ์ Samsung Galaxy ในสหรัฐฯ ที่เข้าเกณฑ์ราว 82 ล้านเครื่อง สามารถเข้าถึงระบบการชำระเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ช่วยลดความยุ่งยากของโลกคริปโทลงอย่างมาก เนื่องจากผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมรับ-ส่ง USDC ได้โดยตรง ไม่ต้องดาวน์โหลด หรือติดตั้งแอปกระเป๋าเงินคริปโทแยกต่างหาก 

ซึ่งผู้รับปลายทางสามารถเลือกรับเป็นเหรียญ USDC ผ่านวอลเล็ตที่รองรับ หรือแปลงเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกได้ตามเงื่อนไขค่าธรรมเนียมที่กำหนด 

อย่างไรก็ดี ตัวเลข 82 ล้านเครื่องนี้ เป็นเพียงการประเมินขนาดของกลุ่มเป้าหมายตามทฤษฎีเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าจะเกิดยอดผู้ใช้งานจริงในสัดส่วนเดียวกัน เนื่องจากผู้ใช้งานแต่ละรายยังคงต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ตามกฎระเบียบให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะสามารถเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวได้ 

โอกาสการเติบโตของ Solana  

ประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดจึงพุ่งเป้าไปที่คำถามว่า การเปิดประตูต้อนรับผู้ใช้ทั่วโลกในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการใช้งานจริง ในชีวิตประจำวันและส่งผลดีต่อราคาเหรียญ SOL ได้มากน้อยเพียงใด 

แม้ข้อมูลจาก Solana Foundation จะระบุว่า ในปี 2026 เครือข่ายมีปริมาณธุรกรรมสเตเบิลคอยน์พุ่งสูงเกิน 5.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีอุปทานสเตเบิลคอยน์เติบโตเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน 

การเข้ามาของ Samsung จึงถือเป็นตัวเร่งชั้นดีในการดึงดูดผู้บริโภคหน้าใหม่ที่ไม่เคยมีกระเป๋าเงินคริปโทฯ มาก่อนให้ก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศของ Solana รวมถึงเครือข่ายบล็อกเชน Sui ที่เข้ามาร่วมเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการให้บริการครั้งนี้ด้วย 

ทว่าในมุมของ Tokenomics ปริมาณธุรกรรมการโอน USDC ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าจะส่งผลบวกต่อราคาเหรียญ SOL โดยอัตโนมัติเสมอไป เนื่องจากจุดเด่นของ Solana คืออัตราค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ถูกมาก 

การโอนเหรียญสเตเบิลคอยน์เพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้เผาผลาญหรือสร้างอุปสงค์ต่อเหรียญ SOL ในระดับที่มีนัยสำคัญ นอกเสียจากว่าผู้ใช้งานเหล่านั้นจะก้าวต่อไปสู่การใช้งานแอปพลิเคชันทางการเงินอื่นๆ บนเครือข่าย หรือเกิดพฤติกรรมการทำธุรกรรมซ้ำในระดับมหาศาลจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง 

จับตาตัวเลขการใช้งานจริง

ดังนั้น การเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปลายเดือนตุลาคมนี้ จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญที่ตลาดต้องจับตาดูข้อมูลหลังบ้านอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ของอัตราการกลับมาใช้งานซ้ำของผู้ใช้ Samsung Galaxy และสัดส่วนปริมาณธุรกรรมจริงว่าจะไหลไปสู่เครือข่าย Solana หรือ Sui มากกว่ากัน 

เพราะตัวเลขธุรกรรม 5.25 ล้านล้านดอลลาร์ในอดีตนั้น นับรวมกิจกรรมการเทรดและบอททุกประเภทบนบล็อกเชน ไม่ใช่ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วไปเพียงอย่างเดียว โจทย์ใหญ่ที่สุดของ Solana ในวันนี้จึงไม่ใช่การมีชื่ออยู่บนสมาร์ทโฟน 82 ล้านเครื่อง แต่คือการพิสูจน์ว่าจะสามารถเปลี่ยนเจ้าของเครื่องเหล่านั้น ให้กลายเป็นผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ 

ที่มา : investinghaven


มุมมองผู้เขียน : การที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung ผสานสเตเบิลคอยน์เข้ากับแอปพลิเคชันที่มีฐานผู้ใช้งานเดิม ถือเป็นก้าวสำคัญในการขจัดอุปสรรคด้านความยุ่งยากในการเข้าถึงคริปโทฯ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งยังคงต้องพิสูจน์ความสามารถในการดึงดูดและรักษาผู้ใช้งานให้เกิดการใช้งานซ้ำในระยะยาว