bitkub-banner

ประธาน CFTC จี้ปรับกฎหมายเร่งรับมือ AI ชี้อนาคตตู้เย็นอาจออกเหรียญมีมเองได้ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Michael Selig ประธาน CFTC ระบุว่า AI Agents เริ่มถือครองสินทรัพย์ และตัดสินใจทำธุรกรรมได้เอง กฎหมายปัจจุบันที่ออกแบบมาควบคุมมนุษย์ และนิติบุคคลจึงต้องเร่งปรับตัว
  • Michael Selig มองว่า AI ขั้นสูง จะเปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงระดับสถาบัน แต่เตือนถึงความเสี่ยงที่ผู้ใช้จำนวนมากพึ่งพาโมเดลเดียวกัน จนสั่งซื้อขายทิศทางเดียวกันพร้อมกัน
  • ฝั่งคริปโทเริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานรองรับแล้ว ทั้ง Agentic Wallets ของ Coinbase และ AI Agent Skills ของ Binance

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้เป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบาย และทิศทางอุตสาหกรรม ยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่บังคับใช้จริงหรือตัวเลขที่กระทบตลาดโดยตรง ภาพระยะยาวมีทั้งแง่บวกจากการใช้งานจริงที่เพิ่มขึ้น และแง่ลบจากความเสี่ยงเชิงระบบ กับกฎระเบียบที่อาจเข้มขึ้น ราคาจึงไม่น่าตอบสนองมากนักในระยะสั้น

Michael Selig ประธานคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐฯ (CFTC) ได้กล่าวในงานสัมมนา Frontier Forum ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ภาพของ “ตู้เย็นอัจฉริยะ” ที่สามารถนำผลตอบแทนจากการ Staking เหรียญ Ethereum (ETH) ไปสั่งซื้อของสดเข้าบ้านได้เองอัตโนมัติ หรือแม้กระทั่งเปิดตัวเหรียญมีม ของตัวเองในอนาคต โดยเขาชี้ว่า AI Agents กำลังมีศักยภาพในการถือครองสินทรัพย์ และตัดสินใจทำธุรกรรมทางการเงินได้ด้วยตนเองอย่างเป็นอิสระ

ความก้าวหน้านี้กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่บีบให้หน่วยงานกำกับดูแลต้องเร่งปรับตัวอย่างเร่งด่วน เนื่องจากกฎหมายของ CFTC ในปัจจุบันถูกออกแบบมา เพื่อควบคุมมนุษย์หรือนิติบุคคลที่มีตัวตนชัดเจน แต่เมื่อผู้ดำเนินการกลายเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์อัตโนมัติ จึงเกิดคำถามตามมาว่า นักพัฒนาจำเป็นต้องลงทะเบียนหรือไม่ 

หากระบบเกิดข้อผิดพลาดจนสร้างความเสียหายใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และอาจถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่ต้องนำระบบตรวจสอบตัวตนแบบใหม่อย่าง KYA (Know-Your-Agent) เข้ามาใช้ควบคู่กับระบบ KYC แบบเดิม เพื่อรับมือกับโลกการเงินยุค AI

โอกาสการเข้าถึงเครื่องมือระดับสถาบัน ท่ามกลางพฤติกรรมคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับ AI

Michael Selig  ระบุว่า เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Super Intelligence (SI) จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม โดยเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อย และธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงระดับสูง ที่ในอดีตเคยถูกผูกขาดอยู่เฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่เท่านั้น เนื่องจากระบบอัจฉริยะเหล่านี้ มีความสามารถในการวิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลมหาศาลได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่าตัว

แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของ eToro เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ ต่างเปิดรับเครื่องมืออัตโนมัตินี้อย่างกว้างขวาง โดยมีกลุ่มมิลเลนเนียลถึง 79% และ Gen Z อีก 77% ที่เริ่มใช้งาน หรือพร้อมเปิดใจให้ AI เข้ามาช่วยคัดเลือกสินทรัพย์และปรับพอร์ตการลงทุน 

สะท้อนชัดเจนว่า การกำหนดกฎหมายและมาตรการกำกับดูแลระบบการเงินอัตโนมัติในเวลานี้ กำลังจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้งานในวงกว้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : การที่ประธาน CFTC ออกมาส่งสัญญาณด้วยตนเอง สะท้อนว่าประเด็น AI Agents ได้ยกระดับจากขั้นทดลองสู่วาระสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแล โดยข้อถกเถียงเรื่องความรับผิดทางกฎหมาย และแนวคิด KYA (Know Your Agent) มีแนวโน้มจะกลายเป็นประเด็นร้อนในปีหน้า ขณะที่ความเสี่ยงเชิงระบบจากการใช้โมเดลเดียวกันยังคงเป็นโจทย์ท้าทายที่ไร้คำตอบชัดเจน