bitkub-banner

TRM Labs ชี้เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการแฮกกระดานเทรด Binance ย้ายเงินข้าม 10 เชนใน 20 นาที

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • TRM Labs ระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ “TraderTraitor” อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี Binance มูลค่าความเสียหายกว่า 6.36 พันล้านดอลลาร์
  • ผู้โจมตีกระจายเงินออกจากกระเป๋าของ Binance ไปยัง 10 บล็อกเชน และจบงานเกือบทั้งหมดในเวลาราว 20 นาที
  • Chainalysis และ Pangolin Intelligence ให้ข้อสรุปตรงกัน ขณะที่ FBI และหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ เร่งตามรอยเส้นทางเงิน

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Bearish

ผลกระทบหลักเป็นเรื่องของความเชื่อมั่นและความเสี่ยงด้านแรงขาย ซึ่งกดดันราคาในระยะสั้นถึงกลาง ส่วนระยะยาวขึ้นอยู่กับว่า Binance และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือสถานการณ์ได้ดีเพียงใด

TRM Labs บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำของสหรัฐฯ ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบเหตุการณ์โจมตีระบบของกระดานเทรด Binance มูลค่าความเสียหายกว่า 6.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่า กลุ่มแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิของเกาหลีเหนือที่มีชื่อว่า “TraderTraitor” คือผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์นี้ 

ซึ่งข้อสรุปดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลข่าวกรองที่หนักแน่น ทั้งแบบบนบล็อกเชน (On-chain) และนอกบล็อกเชน (Off-chain) โดยผู้โจมตีได้ทำการเคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลออกจากกระเป๋าเงินของ Binance กระจายไปยังบล็อกเชนต่าง ๆ ถึง 10 เครือข่าย ซึ่งธุรกรรมส่วนใหญ่เกิดขึ้น และเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงแค่ประมาณ 20 นาที เท่านั้น

บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนหลายแห่งเห็นพ้อง เกาหลีเหนือคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตี

มุมมองของ TRM Labs สอดคล้องกับบรรดาบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำระดับโลก โดย Chainalysis ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า พวกเขามีความมั่นใจสูงมากว่า “เกาหลีเหนือ” คือผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และขณะนี้กำลังเฝ้าติดตามเส้นทางเงินที่ถูกกระจายออกไปบนหลายบล็อกเชนอย่างใกล้ชิด ทั้งบนเครือข่าย Bitcoin และ Ethereum

เช่นเดียวกับ Pangolin Intelligence บริษัทสืบสวนคริปโทฯ จากสิงคโปร์ ที่ชี้ว่า รูปแบบพฤติกรรมบนบล็อกเชนในรอบนี้ เทียบเคียงได้ชัดเจนกับคดีเก่าๆ ของหน่วยไซเบอร์เกาหลีเหนือ พร้อมเตือนว่า “เกมแมวจับหนูเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น” เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์น่าจะเตรียมใช้เครือข่ายฟอกเงินใต้ดิน เพื่อพยายามโยกย้ายและแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลที่ขโมยมาให้กลายเป็นเงินสดจริงต่อไป

หน่วยงานสหรัฐฯ เร่งสอบสวน 

สำนักข่าว CNN ได้ติดต่อไปยังคณะผู้แทนของเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติ (UN) เพื่อขอคำชี้แจง แม้ว่าที่ผ่านมาทางการเปียงยาง จะปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์มาโดยตลอด

ขณะเดียวกันยังได้สอบถามไปยัง FBI และหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐฯ  ซึ่งมีบทบาทหลักในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ และมักจะทำงานแข่งกับเวลาตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานงานอายัดเงินทุนให้ได้เร็วที่สุด 

ทั้งนี้ หากผลการสืบสวนชี้ชัดว่า เกาหลีเหนือเป็นผู้ลงมือจริง ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เนื่องจากกลุ่มแฮกเกอร์ของรัฐบาลเปียงยาง เคยมีประวัติก่อเหตุขโมยคริปโทฯ มูลค่าสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์จากกระดานเทรด Bybit มาแล้ว ซึ่งเม็ดเงินที่ถูกโจรกรรมไปในคราวนั้น คิดเป็นสัดส่วนมหาศาลเมื่อเทียบกับมูลค่า GDP ทั้งปีของประเทศเกาหลีเหนือเลยทีเดียว

ที่มา : cnn


มุมมองผู้เขียน : มูลค่าความเสียหายที่สูงถึง 6.36 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่ากรณีของ Bybit เกือบ 4 เท่า สะท้อนชัดเจนว่า กลุ่มแฮกเกอร์ได้ยกระดับขีดความสามารถขึ้นมาอย่างน่ากลัว โดยขั้นตอนถัดไปอย่างการฟอกเงินถือเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่สุด เพราะเป็นจังหวะที่มีโอกาสสกัดกั้นและอายัดสินทรัพย์กลับคืนมาได้มากที่สุด แต่ก็ต้องแข่งกับเวลาและเผชิญความท้าทายอย่างยิ่งในแง่ของความเร็วในการปฏิบัติงาน