สรุปข่าว
- กระเป๋าเงิน 19 ใบที่ถือ Bitcoin ที่ถูกขโมยมาจาก Binance รวม 18,270 BTC ยังไม่มีการโอนเหรียญออก แต่กลับมีธุรกรรมมูลค่าไม่ถึง 1 ดอลลาร์ส่งเข้ามาพร้อมข้อความถึงแฮกเกอร์อย่างต่อเนื่อง
- ผู้ใช้รายหนึ่งยอมจ่าย Bitcoin รวมค่าธรรมเนียมราว 46 ดอลลาร์ เพื่อส่งข้อความ “ช่วยผมด้วยครับพี่” ไปยังกระเป๋าทั้ง 19 ใบถึง 3 รอบ
- ข้อความอื่นมีตั้งแต่การแนะนำช่องทางฟอกเงิน การขอให้ไม่คืนเงินให้ Binance ไปจนถึงการโปรโมตโทเคนของตัวเอง ขณะที่แฮกเกอร์ยังไม่มีการตอบกลับ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
ข้อมูล On-chain พบว่า Bitcoin จำนวน 18,270 BTC ที่ถูกขโมยจาก Binance ยังคงอยู่ในกระเป๋าเงิน 19 ใบ โดยระหว่างนี้มีผู้ใช้ส่งธุรกรรมมูลค่าเล็กน้อยพร้อมข้อความถึงแฮกเกอร์ ตั้งแต่คำว่า “ช่วยผมด้วยครับพี่” ที่มีผู้ยอมจ่ายเงินรวมค่าธรรมเนียมราว 46 ดอลลาร์ ไปจนถึงคำแนะนำให้สวอปสินทรัพย์และการโปรโมตโทเคนส่วนตัว ขณะที่ FBI ระบุว่าผู้โจมตีทำงานให้รัฐบาลเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาคือแฮกเกอร์เริ่มนำ SOL จำนวน 970,522 เหรียญ มูลค่าราว 96 ล้านดอลลาร์ มาแลกเป็น Bitcoin ผ่าน Relay แล้ว
เหตุการณ์แฮกกระดานเทรด Binance มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ กลับมาเป็นที่สนใจของชุมชนคริปโตอีกครั้ง หลังข้อมูล On-chain พบว่า กระเป๋าเงิน Bitcoin จำนวน 19 ใบ ซึ่งใช้เก็บ BTC ที่ถูกขโมยไปทั้งหมด 18,270 BTC ยังไม่มีการโอนเหรียญออกนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ กระเป๋าเงินเหล่านี้ได้รับธุรกรรม Bitcoin มูลค่าไม่ถึง 1 ดอลลาร์จากคนแปลกหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ส่งแนบข้อความถึงแฮกเกอร์มาด้วย ตั้งแต่คำอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ คำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายเงิน ไปจนถึงการใช้โอกาสนี้โปรโมตโทเคนของตัวเอง
หนึ่งในข้อความที่ถูกส่งซ้ำหลายครั้งคือ “Help me bro” หรือ “ช่วยผมด้วยครับพี่” ซึ่งมีผู้ใช้รายหนึ่งยอมจ่ายเงินรวมค่าธรรมเนียมราว 46 ดอลลาร์ เพื่อส่งข้อความดังกล่าวไปยังกระเป๋าของแฮกเกอร์ทั้ง 19 ใบ
ตามข้อมูลจาก CoinDesk พบว่า ผู้ใช้รายหนึ่งส่งข้อความ “ช่วยผมด้วยครับพี่” ไปยังกระเป๋าเงินทั้ง 19 ใบที่ถือครอง Bitcoin จำนวน 18,270 BTC รวมทั้งหมด 3 รอบ
ธุรกรรมแรกเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ เวลา 11:43 UTC โดยส่งเงินจำนวน 1,000 satoshis หรือประมาณ 0.78 ดอลลาร์ ไปยังกระเป๋าแต่ละใบ ก่อนจะส่งซ้ำอีกครั้งในเวลา 16:03 UTC และกลับมาส่งเพิ่มอีก 1,111 satoshis ไปยังกระเป๋าทั้งหมดในช่วงเช้าวันอาทิตย์
สำหรับธุรกรรมสองรอบแรก ผู้ส่งใช้เงินทอนจากการโอนครั้งแรกมาจ่ายค่าธรรมเนียมของธุรกรรมครั้งที่สอง เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ผู้ใช้รายนี้เสีย Bitcoin คิดเป็นมูลค่าราว 46 ดอลลาร์ รวมค่าธรรมเนียม เพียงเพื่อส่งข้อความสั้น ๆ 3 คำไปหาแฮกเกอร์
ประเด็นที่น่าสนใจคือ FBI ระบุว่า ผู้โจมตีเบื้องหลังเหตุการณ์นี้ทำงานให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่า ฝั่งแฮกเกอร์อ่านข้อความหรือส่งคำตอบกลับมาแต่อย่างใด
นอกจากข้อความขอความช่วยเหลือแล้ว ยังมีผู้ใช้บางรายส่งคำแนะนำเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไป โดยเมื่อวันศุกร์พบธุรกรรม 2 รายการที่แนบข้อความว่า “ใช้เว็บไซต์นี้ https://swap.thorchain.ai สวอปเงินของคุณ และอย่าคืนเงินให้ CZ เด็ดขาด”
ข้อความแรกถูกส่งไปยังกระเป๋าเงินที่ถือครอง 437 BTC ส่วนอีกข้อความเป็นฉบับยาวที่ส่งไปยังกระเป๋าหลักซึ่งเคยถือครอง Bitcoin ทั้งหมด 18,270 BTC พร้อมเตือนแฮกเกอร์ไม่ให้ยอมรับข้อเสนอคืนเงินแบบ Whitehat ซึ่งหมายถึงการคืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยผ่านข้อตกลงกับผู้โจมตี
อย่างไรก็ตาม ลิงก์ที่แนบมากับข้อความกลับชี้ไปยังเว็บไซต์ที่ปลอมแปลงเป็นแพลตฟอร์มสวอปของ THORChain ซึ่งเป็นเครือข่าย Cross-chain ที่แฮกเกอร์เคยใช้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ที่ขโมยมา
เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ THORChain ได้ระงับการ Swap เหรียญบนเครือข่ายไปแล้ว 10 แห่ง จากทั้งหมด 13 แห่งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ผ่านเครือข่ายดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
ขณะที่ผู้ใช้บางรายพยายามติดต่อแฮกเกอร์เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่บางคนกลับใช้โอกาสนี้โปรโมตโทเคนของตัวเอง
อินฟลูเอนเซอร์คริปโตชาวตุรกีรายหนึ่งส่งข้อความเสนอขายโทเคนของตัวเอง พร้อมระบุว่า เงินบริจาคที่ได้รับจะถูกนำไปใช้พัฒนาระบบนิเวศของโทเคน $NST
นอกจากนี้ ในช่วงเช้าวันเสาร์ยังมีผู้ส่งข้อความต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนว่า “สุขสันต์วันแฮกฮาโลวีน ขอ Satoshi เป็นของขวัญหน่อย”
แม้ Bitcoin จำนวน 18,270 BTC จะยังอยู่ในกระเป๋าเงินเดิม แต่สินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์กลับเริ่มมีความเคลื่อนไหว
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แฮกเกอร์เริ่มนำเหรียญ Solana (SOL) ที่ถูกขโมยไปจำนวน 970,522 SOL คิดเป็นมูลค่าราว 96 ล้านดอลลาร์ มาแลกเปลี่ยนเป็น Bitcoin ผ่านสะพานเชื่อม Relay
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้สถานการณ์ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะแม้ Bitcoin ก้อนใหญ่ที่ถูกติดตามจะยังไม่มีการโอนออก แต่แฮกเกอร์ยังคงมีการแปลงสินทรัพย์คริปโตที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เป็น Bitcoin เพิ่มเติม
ที่มา:coindesk
มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นอีกด้านของความโปร่งใสบนบล็อกเชนที่ทุกคนสามารถตรวจสอบธุรกรรมและส่ง Bitcoin พร้อมข้อความไปยังกระเป๋าเงินใดก็ได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาต แต่การส่งธุรกรรมไปถึงไม่ได้หมายความว่า เจ้าของกระเป๋าจะอ่านข้อความหรือตอบกลับเสมอไป

