bitkub-banner

ตลาดให้โอกาสเดโมแครตครองทั้งสองสภากว่า 90% ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ลบเกือบ 1%

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ตลาดคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะ “กวาด” ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พุ่งแตะ 91% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หน่วยเลือกตั้งเริ่มปิดทั่วสหรัฐฯ
  • ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงทำจุดต่ำสุดของวัน ลบเกือบ 1% นับตั้งแต่หน่วยเลือกตั้งเริ่มปิด
  • ตัวเลข 91% มาจากตลาดพยากรณ์ผลอย่าง Kalshi และ Polymarket ไม่ใช่โพลสำรวจความเห็นผู้ลงคะแนน ต้องรอผลนับคะแนนจริงเพื่อยืนยัน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

ฟิวเจอร์สหุ้นที่ร่วงเกือบ 1% สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงเมื่อโอกาสที่เดโมแครตคุมสภาทั้งสองสภาเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การเจรจางบประมาณและเพดานหนี้ตึงเครียดขึ้น ตลาดมักตอบสนองต่อความไม่แน่นอนทางนโยบายด้วยการลดสถานะเสี่ยง

เมื่อเวลา 08:04 น. ตามเวลาไทย วันที่ 4 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ความคาดหวังของตลาดต่อการที่พรรคเดโมแครต “กวาด” ทั้งสองสภาในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะ 91% เป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หน่วยเลือกตั้งเริ่มปิดทั่วประเทศ พร้อมกันนั้นฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ลงไปทำจุดต่ำสุดของวัน ลบเกือบ 1% นับตั้งแต่หน่วยเลือกตั้งเริ่มปิด โดยตลาดกำลังตีราคารองรับผลที่ค่อนข้างแน่นอนแล้ว

91% ไม่ใช่ตัวเลขจากโพลสำรวจ

ตัวเลข 91% ไม่ได้มาจากโพลสำรวจความเห็นผู้ลงคะแนนแบบดั้งเดิม แต่มาจากตลาดพยากรณ์ผลอย่าง Kalshi และ Polymarket ซึ่งสะท้อนความน่าจะเป็นจากการวางเดิมพันของเทรดเดอร์แบบเรียลไทม์ ก่อนหน้านี้ตัวเลข 91% ถึง 94% ใช้กับโอกาสที่เดโมแครตคุมสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียว ส่วนโอกาสกวาดทั้งสองสภาอยู่แถว 64% ถึง 67% และอยู่ที่ราว 72% เมื่อ 24 ชั่วโมงก่อนวันเลือกตั้ง การพุ่งขึ้นเป็น 91% สำหรับการกวาดทั้งสองสภาจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในคืนเลือกตั้งนี้

คำว่า “กวาด” ในที่นี้หมายถึงเดโมแครตคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ประธานาธิบดี Donald Trump จากพรรครีพับลิกันยังอยู่ในทำเนียบขาว จึงไม่ได้หมายถึงรัฐบาลพรรคเดียว

ทำไมตลาดหุ้นถึงตอบสนองในทางลบ

วอลล์สตรีทมักมองว่ารัฐบาลที่อำนาจแบ่งฝ่ายเป็นเรื่องที่รับได้ หากนำไปสู่ภาวะนโยบายชะงักแบบพอดี แต่การที่เดโมแครตคุมทั้งสองสภาภายใต้ประธานาธิบดี Trump ทำให้เกิดความกังวลหลายด้าน เช่น งบประมาณชั่วคราวของรัฐบาลสหรัฐฯ จะหมดอายุกลางเดือน ธ.ค. 2569 การเจรจาเพดานหนี้อาจตึงเครียดขึ้น รวมถึงอาจมีการตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล AI เข้มข้นขึ้น และกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล CLARITY Act อาจชะลอออกไป

ฟิวเจอร์สที่ลงยังเกิดขึ้นท่ามกลางบริบทอื่นด้วย ทั้งผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีที่อยู่ใกล้ระดับ 4.9% ถึง 5.0% ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และแรงขายหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่หลังประกาศงบ ไม่ได้เกิดจากผลเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่าการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้เป็นช่วงชี้ชะตาของตลาดท่ามกลางปัจจัยลบหลายด้าน อ่านข่าวเดิม


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 91% เป็นแค่ความน่าจะเป็นจากตลาดพยากรณ์ ยังไม่ใช่ผลลัพธ์จริง การที่ฟิวเจอร์สลงเกือบ 1% ก็ยังเป็นการขยับระดับเล็กน้อยเมื่อเทียบกับความผันผวนปกติ จึงยังไม่ควรตีความว่าเป็นสัญญาณเปลี่ยนทิศทางตลาดทั้งหมด สิ่งที่น่าจับตาคือผลนับคะแนนจริงของวุฒิสภา ซึ่งเคยถูกมองว่าสูสีกว่าสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงท่าทีของตลาดเมื่อเปิดทำการวันถัดไป ว่าแรงขายจะต่อเนื่องหรือไม่

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI