สรุปข่าว
- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงกว่า $5 ต่อบาร์เรล และหลุดต่ำกว่าระดับ $100 ตามรายงานของ Cointelegraph
- ตลาดมองว่าผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่เดโมแครตนำ ลดความคาดหวังว่าสหรัฐฯ จะยกระดับการใช้กำลังทหารกับอิหร่าน
- ราคาพลังงานที่ลดลงช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตมาก่อนหน้านี้ ต้องจับตาว่าราคาน้ำมันจะรักษาระดับนี้ได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีความยืดหยุ่นด้านนโยบายมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและคริปโต แต่ผลกระทบยังขึ้นอยู่กับว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะผ่อนคลายต่อเนื่องหรือไม่
เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงมากกว่า $5 ต่อบาร์เรล ข้อมูลที่ตรวจสอบจากแหล่งข่าวด้านตลาดระบุว่า Brent ลงมาซื้อขายอยู่ในช่วงประมาณ $95.87 ถึง $98.52 ต่อบาร์เรล หลุดต่ำกว่าระดับ $100 ที่เป็นจุดสำคัญทางจิตวิทยา ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ก็ลดลงราว 4.6% ถึง 6.0% มาอยู่ที่ราว $90 ต่อบาร์เรล
ตลาดปรับราคาตามผลเลือกตั้งและท่าทีต่ออิหร่าน
แรงเทขายเกิดขึ้นหลังผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. บ่งชี้ว่าเดโมแครตมีโอกาสได้คุมสภาคองเกรส ทำให้ตลาดลดการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่านอย่างรุนแรง นอกจากนี้ รองประธานาธิบดี JD Vance ยังระบุต่อสาธารณะว่าการสูญเสียที่นั่งของพรรครีพับลิกันมีสาเหตุจากสงครามกับอิหร่านและผลพวงด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงาน ซึ่งตลาดตีความว่ารัฐบาลอยู่ภายใต้แรงกดดันภายในประเทศให้ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่วันที่ 2 พ.ย. หลังรัฐมนตรีต่างประเทศ Marco Rubio ระบุว่าประธานาธิบดี Donald Trump ต้องการแก้ปัญหากับอิหร่านด้วยการทูตมากกว่าการสู้รบ โดย Brent ปิดที่ราว $103.60 ต่อบาร์เรลก่อนตลาดจะประเมินผลเลือกตั้ง และเคยพุ่งไปสูงสุดราว $116-117 ต่อบาร์เรลเมื่อปลายเดือนตุลาคม
ผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ราคาน้ำมันมีผลต่อคริปโตทางอ้อมผ่านเงินเฟ้อ เพราะราคาพลังงานเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เมื่อน้ำมันพุ่ง ผลตอบแทนพันธบัตรมักสูงขึ้นและธนาคารกลางสหรัฐฯ มีพื้นที่ลดดอกเบี้ยน้อยลง ซึ่งเคยกดดัน Bitcoin และเหรียญอื่นมาก่อน ในทางกลับกัน เมื่อน้ำมันร่วง ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อแบบดื้อด้านก็เบาลง
ล่าสุด Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ราว $80,319 และ Ethereum ที่ราว $2,424 โดยในรอบ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา Bitcoin ปรับตัวขึ้นราว 2.6% และ Ethereum ขึ้นราว 4.7% ขณะที่ช่วง 1 ชั่วโมงล่าสุดราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นแรงเช่นกัน โดย Dow Jones เพิ่มขึ้นกว่า 1,500 จุด หรือราว 2.9% และ S&P 500 ขึ้นราว 1.8% ตามรายงานของสำนักข่าวที่ตรวจสอบ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Bitcoin พุ่งกว่า 4% ทะลุ $80,000 หลังแรงซื้อดันราคาออกจากกรอบ 5 วัน และ สวนกระแสการเมือง Bitcoin ดีดกลับโซน $78,000 หลังทรัมป์แพ้เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดคริปโตตอบรับปัจจัยมหภาคชุดนี้มาต่อเนื่อง
ราคาที่ลดลงมาจากอะไร
ข้อความของ Cointelegraph รายงานเพียงขนาดการร่วงของราคา โดยไม่ได้ระบุสาเหตุ แต่จากข้อมูลที่ตรวจสอบ การลดลงครั้งนี้ไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงการผลิตของ OPEC หรืออุปสงค์ที่พังลง หากเป็นการปรับราคาตามปัจจัยการเมืองและความตึงเครียดที่ผ่อนคลาย โดยก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันถูกบวกด้วยความเสี่ยงสงครามจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกและความไม่แน่นอนบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อสัญญาณทางการเมืองเปลี่ยน กองทุนที่ถือสถานะซื้อพลังงานจึงเร่งลดสถานะ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวน้ำมันร่วงแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคริปโตจะขึ้นต่อทันที เพราะราคาน้ำมันยังผันผวนตามข่าวการเมืองได้ง่ายมาก ถ้าความตึงเครียดกับอิหร่านกลับมาร้อนอีก ราคาก็อาจเด้งกลับได้เร็วเหมือนกัน สิ่งที่น่าติดตามคือราคา Brent จะยืนต่ำกว่า $100 ได้นานแค่ไหน และตัวเลขเงินเฟ้อรอบหน้าจะสะท้อนราคาพลังงานที่ลดลงหรือไม่ เพราะนี่คือตัวแปรที่ส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและสภาพคล่องของตลาดสินทรัพย์เสี่ยงโดยตรง
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI

