bitkub-banner

Bitcoin ร่วงกว่า 3% หลุด $75,000 ต่ำสุดตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงหลุดระดับ $75,000 มาซื้อขายที่ $74,921 ลดลง 3.47% ในรอบ 24 ชั่วโมง นับเป็นครั้งแรกที่ราคาต่ำกว่าระดับนี้ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม
  • ราคาหลุดจุดต่ำสุดรายสัปดาห์ของเดือนกันยายน ซึ่งเป็นฐานของกรอบ $75,500 ถึง $81,000 ที่ทรงตัวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถือเป็นการยืนยันครั้งแรกว่ากรอบนี้รักษาไว้ไม่ได้
  • ปริมาณการซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ สิ่งที่ต้องจับตาคือราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือ $75,000 ได้หรือไม่ หลังแรงขายต่อเนื่องจากวันที่ 5 พฤศจิกายน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

การหลุดระดับจิตวิทยา $75,000 พร้อมกับจุดต่ำสุดรายสัปดาห์เดิม ทำให้โครงสร้างขาลงทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวชี้ไปทางเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ราคาเพิ่งหลุดมาไม่นาน จึงต้องดูว่าการปิดรายวันและรายสัปดาห์จะยืนยันการหลุดครั้งนี้หรือไม่

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ราคา Bitcoin (BTC) ร่วงหลุดระดับ $75,000 มาอยู่ที่ $74,921 ปรับตัวลง 0.76% จากช่วงก่อนหน้า และลดลง 3.47% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยราคาแกว่งตัวระหว่าง $75,230 ถึง $76,892 ก่อนหลุดลงมาต่ำกว่าจุดต่ำสุดของช่วงเวลาดังกล่าว มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ และปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ใกล้ $106,000 ราว 29% และต่ำกว่าจุดสูงของเดือนกันยายนที่ $86,600 ราว 13%

ตัวเลขสำคัญของการหลุดครั้งนี้

หากไล่ดูข้อมูลราคาที่ระบบติดตามได้ จะเห็นลำดับเหตุการณ์ที่ชัดเจน วันที่ 4 พฤศจิกายน Bitcoin ดีดขึ้นไปใกล้ $81,000 แต่ถูกเทขายกลับทันที วันที่ 5 พฤศจิกายน แท่งเทียน 4 ชั่วโมงเพียงแท่งเดียวร่วงจากราว $80,300 ลงมาที่ $75,600 หรือประมาณ 6% ก่อนที่ราคาจะแกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง $75,200 ถึง $76,300 และหลุดลงมาต่ำกว่า $75,000 ในที่สุด

สัดส่วนปริมาณซื้อขายต่อมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 2.8% (4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์) ตัวเลขนี้บอกว่ามีการหมุนเวียนของเงินในตลาดอยู่พอสมควรในช่วงที่ราคาหลุด แต่จากข้อมูลที่ระบบให้มา ผู้เขียนยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นแรงขายจากผู้ถือเดิมหรือการล้างพอร์ตของสถานะ Long ที่ใช้ Leverage

ฟิวเจอร์ ดอมิแนนซ์ และ Open Interest

ข้อมูลอัตราค่าธรรมเนียมการถือสถานะ (Funding Rate) การเปลี่ยนแปลงของ Open Interest และสัดส่วนมูลค่า Bitcoin ต่อตลาดคริปโตทั้งหมด ยังไม่อยู่ในชุดข้อมูลที่ระบบของเรารวบรวมได้ ณ เวลาที่เผยแพร่ ผู้อ่านสามารถตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้ได้จากแพลตฟอร์มข้อมูลฟิวเจอร์ เพื่อดูว่าแรงขายรอบนี้มาจากการล้างพอร์ตหรือการเทขายในตลาดทั่วไป

ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าออกและสถาบัน

ตัวเลขเงินไหลเข้าออกกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ปริมาณ Bitcoin ที่ค้างอยู่บนกระดานเทรด และการเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือรายใหญ่ เป็นข้อมูลที่ช่วยอธิบายว่าใครคือผู้ขายในรอบนี้ แต่ระบบของเรายังไม่มีข้อมูลดังกล่าวของวันที่ 5 ถึง 6 พฤศจิกายน ผู้เขียนจึงไม่ขอสรุปว่าสถาบันเป็นฝ่ายขายหรือฝ่ายซื้อ

สิ่งที่ยืนยันได้จากโครงสร้างราคาคือ ตลาดยังไม่เห็นแรงซื้อที่ทำให้ราคากลับขึ้นไปเหนือกรอบเดิม การดีดขึ้นไปใกล้ $81,000 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนถูกเทขายภายในวันเดียว และราคาทำจุดสูงต่ำลงเรื่อย ๆ มาประมาณ 6 สัปดาห์ นับจากจุดสูงสุดที่ $86,600 ในสัปดาห์ของวันที่ 21 กันยายน

ในแง่ปัจจัยมหภาค ผู้เขียนไม่ขอระบุว่าการร่วงรอบนี้มาจากข่าวหรือตัวเลขเศรษฐกิจรายการใดโดยเฉพาะ เพราะยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่ผูกกับช่วงเวลาที่ราคาหลุดโดยตรง นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จากแหล่งข่าวทางการควบคู่กันไป

เปรียบเทียบกับช่วงที่ผ่านมา

หากย้อนดูโครงสร้างราคาในรอบนี้ Bitcoin มีลำดับจุดสูงที่ต่ำลงเรื่อย ๆ ได้แก่ ราว $97,000 ในเดือนมกราคม ราว $82,000 ในเดือนพฤษภาคม และ $86,600 ในเดือนกันยายน ขณะที่จุดต่ำสุดในเดือนกุมภาพันธ์และมิถุนายนอยู่แถว $58,500 ถึง $60,000 ซึ่งเป็นโซนที่เคยมีแรงขายหนักก่อนราคาดีดกลับ

จากจุดต่ำราว $63,000 กลางเดือนสิงหาคม ราคาฟื้นขึ้นมาถึง $86,600 ในเดือนกันยายน ก่อนไหลกลับลงมาและสร้างกรอบ $75,500 ถึง $81,000 ที่ทรงตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่ 33 ถึง 37 ของปี การหลุดฐานของกรอบนี้ในวันนี้จึงเท่ากับราคากลับลงมาต่ำกว่าปิดรายสัปดาห์ต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม

การร่วงลงราว 6% ภายในแท่งเทียน 4 ชั่วโมงเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นการเคลื่อนไหวที่ใหญ่กว่าความผันผวนปกติรายวัน ซึ่งระบบของเรามองว่าการแกว่งต่ำกว่า 2% ในกรอบ $75,000 ถึง $78,000 ถือเป็นสัญญาณรบกวน ส่วนข้อมูลย้อนหลังว่าเหตุการณ์ในอดีตที่ราคาร่วงลักษณะเดียวกันจบลงอย่างไร ผู้เขียนไม่ขอยกตัวเลขที่ไม่สามารถยืนยันได้ เพราะแต่ละรอบมีปัจจัยแวดล้อมต่างกัน


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้สำคัญตรงที่ไม่ได้เป็นแค่การหลุดเลขกลม แต่เป็นการหลุดฐานของกรอบที่ตลาดยึดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม และตรงกับจุดต่ำสุดรายสัปดาห์ของเดือนกันยายนพอดี พอโครงสร้างขาลงทั้งสามช่วงเวลาชี้ไปทางเดียวกัน คำถามจึงเปลี่ยนจาก “กรอบนี้จะรอดไหม” เป็น “ราคาจะกลับมายืนเหนือระดับนี้ได้เร็วแค่ไหน”

สิ่งที่ผมจะจับตาจากนี้มีสามอย่าง อย่างแรกคือราคาปิดรายวันและรายสัปดาห์ว่ายืนอยู่ใต้ $75,000 ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะการหลุดระหว่างวันอาจเป็นแค่การกวาดสภาพคล่อง อย่างที่สองคือปริมาณซื้อขายว่ายังคงสูงอยู่หรือแผ่วลง และอย่างที่สามคือข้อมูลเงินไหลเข้าออกกองทุน ETF ที่จะบอกได้ว่าสถาบันยังซื้อหรือเริ่มลดสถานะ ทั้งหมดนี้เป็นการอ่านสถานการณ์ ไม่ใช่การชี้ว่าราคาจะไปทางไหน

สำหรับคนที่ถือ Bitcoin อยู่ ช่วงที่ตลาดทดสอบฐานของกรอบแบบนี้มักมีความผันผวนสูงกว่าปกติ ควรติดตามข่าวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และประเมินความเสี่ยงของตัวเองให้ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่เปิดสถานะด้วย Leverage ซึ่งเสี่ยงถูกล้างพอร์ตได้เร็วเมื่อราคาเคลื่อนไหวแรง

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI