สรุปข่าว
- Core Scientific เตรียมเลิกขุด Bitcoin ถาวรภายในสิ้นปี 2026 ก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซนเตอร์ AI เต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2027
- ธุรกิจ AI กลายเป็นรายได้หลักของบริษัทแล้ว โดยรายได้จากการให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลพุ่งเกือบ 60% จากไตรมาสก่อน แตะ 215.4 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 92% ของรายได้ทั้งหมด
- จับมือ CoreWeave และ AMD เดิมพันอนาคต AI เตรียมส่งมอบกำลังไฟฟ้ารวม 1.1 กิกะวัตต์ ซึ่ง CEO คาดว่าจะสร้างรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์เมื่อดำเนินงานเต็มกำลัง
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Core Scientific หนึ่งในบริษัทขุด Bitcoin รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมยุติธุรกิจขุด Bitcoin ภายในสิ้นปี 2026 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ให้บริการดาต้าเซนเตอร์ AI เต็มรูปแบบ หลังรายได้จากธุรกิจศูนย์ข้อมูลเติบโตจนคิดเป็น 92% ของรายได้ทั้งหมดในไตรมาส 3 บริษัทกำลังนำโครงสร้างพื้นฐานและกำลังไฟฟ้าเดิมมาต่อยอดผ่านความร่วมมือกับ CoreWeave และ AMD รวมกำลังไฟฟ้า 1.1 กิกะวัตต์ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระแส AI กำลังดึงดูดเงินลงทุนและทรัพยากรจากอุตสาหกรรมเหมืองขุด Bitcoin มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Core Scientific บริษัทเหมืองขุดรายใหญ่ของสหรัฐฯ เตรียมปิดฉากธุรกิจขุด Bitcoin อย่างถาวรภายในสิ้นปี 2026 หลังตัดสินใจปรับทิศทางธุรกิจครั้งใหญ่ หันไปมุ่งเน้นตลาด AI Data Center และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับประมวลผล AI อย่างเต็มรูปแบบ ท่ามกลางความต้องการกำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยแผนดังกล่าวระหว่างการประชุมชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 3 โดย Jim Nygaard ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ระบุว่า Core Scientific ตั้งเป้าก้าวเข้าสู่ปี 2027 ในฐานะผู้ให้บริการ High-Density Colocation เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นธุรกิจให้เช่าพื้นที่ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลประสิทธิภาพสูง
ตัวเลขผลประกอบการล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เริ่มส่งผลต่อโครงสร้างรายได้ของบริษัทอย่างชัดเจน โดยรายได้จากธุรกิจให้เช่าโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเกือบ 60% จากไตรมาสก่อน แตะ 215.4 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 92% ของรายได้รวมทั้งหมดที่ 232.9 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน ธุรกิจขุด Bitcoin กลับเผชิญสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป โดยรายได้จากการขุด Bitcoin ด้วยเครื่องขุดของบริษัทเองลดลงเหลือเพียง 12.3 ล้านดอลลาร์ หรือลดลงราว 79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยทำได้ 57.4 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ธุรกิจดังกล่าวยังรายงานผลขาดทุนขั้นต้นอีก 7.5 ล้านดอลลาร์
การถอนตัวจากธุรกิจขุด Bitcoin ไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน เนื่องจากบริษัททยอยลดขนาดการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดย Nygaard เปิดเผยว่า จำนวนเครื่องขุด Bitcoin ที่ยังเปิดใช้งาน ณ สิ้นเดือนกันยายน ลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2025
ขณะเดียวกัน สินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทถือครองก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดย ณ สิ้นเดือนกันยายนเหลือมูลค่าเพียง 2.7 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 222 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025
หันจับมือ CoreWeave และ AMD เปลี่ยนเหมืองขุด Bitcoin เป็นศูนย์ข้อมูล AI
เบื้องหลังการปรับทิศทางธุรกิจครั้งนี้ คือการนำทรัพยากรเดิมที่เคยใช้สำหรับขุด Bitcoin โดยเฉพาะพื้นที่ศูนย์ข้อมูลและกำลังไฟฟ้า มาปรับใช้รองรับการประมวลผล AI และ High-Performance Computing (HPC) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นจากบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก
หนึ่งในพันธมิตรสำคัญคือ CoreWeave ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ซึ่งได้ทำสัญญากับ Core Scientific เพื่อใช้กำลังไฟฟ้ารวม 590 เมกะวัตต์ โดย ณ สิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีกำลังไฟฟ้าประมาณ 485 เมกะวัตต์ที่เริ่มสร้างรายได้แล้ว ขณะที่กำลังไฟฟ้าส่วนที่เหลืออีกราว 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
นอกจาก CoreWeave แล้ว Core Scientific ยังขยายความร่วมมือกับ AMD บริษัทผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ผ่านข้อตกลงจัดหากำลังไฟฟ้ารวม 530 เมกะวัตต์ ครอบคลุมศูนย์ข้อมูลทั้งหมด 5 แห่ง โดยบริษัทตั้งเป้าส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานล็อตแรกในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 และส่งมอบกำลังไฟฟ้าทั้งหมดให้ครบภายในสิ้นปี 2028
Adam Sullivan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Core Scientific ประเมินว่า เมื่อบริษัทสามารถส่งมอบกำลังไฟฟ้ารวมประมาณ 1.1 กิกะวัตต์ให้แก่ CoreWeave และ AMD ได้ครบถ้วน พร้อมเริ่มเรียกเก็บค่าบริการจากกำลังการผลิตทั้งหมดแล้ว ธุรกิจจะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 1,800 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรจากการดำเนินงานสุทธิสูงถึง 1,600 ล้านดอลลาร์
การตัดสินใจของ Core Scientific ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อบริษัทที่เคยเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจขุด Bitcoin เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มากขึ้น โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดเป็นธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่มีสัญญาระยะยาวกับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Core Scientific จะสามารถเปลี่ยนกำลังไฟฟ้าและพื้นที่ศูนย์ข้อมูลที่เคยใช้ขุด Bitcoin ให้กลายเป็นแหล่งรายได้หลักจากกระแส AI ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ หลังบริษัทเตรียมทิ้งธุรกิจที่สร้างชื่อให้กับตัวเองมานาน เพื่อเดิมพันกับอนาคตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว
ที่มา:coinpost
มุมมองผู้เขียน: การถอนตัวของ Core Scientific สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจขุด Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันด้านความสามารถในการทำกำไร ขณะที่บริษัทเหมืองขุดเริ่มมองว่า AI Data Center มีโอกาสสร้างรายได้ที่มั่นคงและคุ้มค่ากว่า อย่างไรก็ตาม ยังไม่ใช่สัญญาณ Bearish โดยตรงต่อราคา BTC เพราะกำลังขุดของบริษัทไม่ได้หายไปจากเครือข่ายทั้งหมด และอาจถูกแทนที่โดยผู้ขุดรายอื่น

