bitkub-banner

KOSPI เกาหลีใต้ร่วงกว่า 5% ต่ำสุดรอบ 7 เดือน หลังผลเลือกตั้งสหรัฐฯ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วง 5.28% ปิดที่ 5,383.80 จุด ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน โดย Samsung Electronics ลบ 7.57% และ SK Hynix ลบ 9.46%
  • ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) ใช้มาตรการ Sidecar หยุดคำสั่งขายอัตโนมัติ 5 นาที ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 3.4 ล้านล้านวอน
  • สาเหตุหลักมาจากผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่เดโมแครตชนะ ทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องการคุมเข้มศูนย์ข้อมูล AI และฉุดหุ้นชิปทั่วโลก

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

แม้ตลาดหุ้นเอเชียจะเทขายรุนแรง แต่ราคา Bitcoin และ Ethereum ในช่วงนี้แทบไม่เคลื่อนไหว โดย Bitcoin ซื้อขายราว $76,126 จึงยังไม่เห็นผลกระทบโดยตรงต่อตลาดคริปโต

ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงหนักหลังตลาดเปิดทำการครั้งแรกนับจากที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดยโพสต์ระบุว่าดัชนีร่วง 9% จนเกิดการหยุดซื้อขาย และอยู่ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาลราว 47% อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ระบุว่าเมื่อวันที่ 5 พ.ย. ดัชนีปิดที่ 5,383.80 จุด ลดลง 5.28% หรือ 300 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และมาตรการที่เกิดขึ้นคือ Sidecar ไม่ใช่การหยุดซื้อขายทั้งตลาด (Circuit Breaker)

กราฟแสดงการร่วงลงอย่างรุนแรงของดัชนี KOSPI Composite Index ของเกาหลีใต้
กราฟแสดงการร่วงลงอย่างรุนแรงของดัชนี KOSPI Composite Index ของเกาหลีใต้ (ภาพจาก: @TheKobeissiLetter)

Sidecar ไม่ใช่ Circuit Breaker

ตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (KRX) เปิดใช้มาตรการ Sidecar ฝั่งขายเมื่อเวลา 10:16 น. ตามเวลาเกาหลี หลังฟิวเจอร์ KOSPI 200 ร่วงเกิน 5% มาตรการนี้หยุดเฉพาะคำสั่งขายแบบโปรแกรมเทรดนาน 5 นาที ส่วนการซื้อขายหุ้นปกติยังดำเนินต่อไป ต่างจาก Circuit Breaker ที่ต้องมีดัชนีร่วงอย่างน้อย 8% และสั่งหยุดซื้อขายทั้งตลาด 20 นาที ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นในวันดังกล่าว

นอกจากนี้ ตัวเลขการร่วง 47% จากจุดสูงสุดก็ไม่ตรงกับข้อมูลล่าสุด เมื่อเทียบจุดสูงสุดระหว่างวัน 9,386 จุดเมื่อ 19 มิ.ย. กับระดับปิดล่าสุด ดัชนีลดลงราว 42.6% หรือราว 40.9% หากเทียบกับระดับปิดสูงสุด 9,114.55 จุด

หุ้นชิปยักษ์ใหญ่นำตลาดลง

แรงขายกระจุกตัวในสองบริษัทใหญ่สุดของดัชนี โดย Samsung Electronics ปิดที่ 201,500 วอน ลดลง 7.57% ส่วน SK Hynix ปิดที่ 1,264,000 วอน ลดลง 9.46% ทั้งสองบริษัทรวมกันคิดเป็นราว 45% ถึง 51% ของมูลค่าตลาดรวม KOSPI ดัชนีจึงสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และวงจร AI เป็นหลัก ขณะเดียวกันนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 3.4 ล้านล้านวอน หรือราว $2.5 พันล้านในวันเดียว

ชนวนจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ตัวจุดชนวนคือผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เมื่อ 3 พ.ย. ที่เดโมแครตชนะในสภาทั้งสองสภา ทำให้ตลาดกังวลว่าอาจมีการคุมเข้มเรื่องการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทั้งด้านพลังงานและน้ำ ส่งผลให้หุ้นชิปในวอลล์สตรีทร่วงข้ามคืน โดยดัชนี Philadelphia Semiconductor ลดลงกว่า 3% และลากหุ้นผู้ผลิตเกาหลีใต้ลงตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า เดโมแครตจ่อสั่งเบรกพัฒนา AI ขั้นสูงและขยาย Data Center ซึ่งเป็นบริบทที่เกี่ยวข้องกับแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มนี้


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่าอย่าเชื่อตัวเลขจากโพสต์โซเชียลทันที เพราะตัวเลข 9% และ 47% ที่ถูกแชร์กันมีความคลาดเคลื่อนจากข้อมูลจริง ที่สำคัญคือ KOSPI พึ่งพาหุ้นชิปสองตัวมากเกินไป ดัชนีจึงผันผวนแรงตามวงจร AI มากกว่าสุขภาพเศรษฐกิจเกาหลีโดยรวม สำหรับคนที่ตามตลาดคริปโต สิ่งที่น่าจับตาคือหุ้นเทคและชิปในสหรัฐฯ จะทรงตัวหรือไม่ เพราะหากแรงขายลามต่อ ตลาดคริปโตก็อาจรับแรงกดดันตามมาได้ แต่ตอนนี้ราคายังนิ่งอยู่

ที่มา: @KobeissiLetter

ภาพจาก AI