สรุปข่าว
- สำนักงานบริหารและงบประมาณของทำเนียบขาว (OIRA) ขึ้นสถานะ “รอพิจารณา” ร่างกฎที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ยื่นเพื่อผ่อนปรนกฎสำหรับโบรกเกอร์ที่เกี่ยวกับคริปโต
- ร่างนี้แก้ไขกฎเงินทุนขั้นต่ำและกฎคุ้มครองทรัพย์สินลูกค้าของโบรกเกอร์ตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker-Dealer) ถูกจัดเป็นกฎที่มีผลทางเศรษฐกิจสูง
- ยังเป็นเพียงขั้นตอนตรวจทานตามปกติ ต้องรอ OIRA ตรวจให้เสร็จ ก่อนที่ SEC จะเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ ยังไม่มีผลบังคับใช้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
หากกฎนี้ผ่านจริง โบรกเกอร์รายใหญ่จะถือและซื้อขายคริปโตควบคู่กับหุ้นได้ในนิติบุคคลเดียว ช่วยลดอุปสรรคให้สถาบันการเงินเข้าตลาดคริปโตมากขึ้น แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่ร่างที่รอพิจารณา ผลต่อราคาในระยะสั้นจึงจำกัด
ตามรายงานจาก Watcher.Guru เมื่อช่วงดึกวันที่ 5 พ.ย. ทำเนียบขาวกำลังตรวจสอบร่างข้อเสนอใหม่ของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ที่มุ่งผ่อนปรนกฎสำหรับโบรกเกอร์คริปโต จากข้อมูลบนเว็บไซต์ Reginfo.gov ร่างดังกล่าวคือ “การแก้ไขกฎความรับผิดชอบทางการเงินและการเก็บบันทึกของโบรกเกอร์ตัวแทนซื้อขายหลักทรัพย์ ในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโต” (รหัส RIN 3235-AN48) สำนักงาน OIRA ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ทำเนียบขาวได้รับร่างนี้เมื่อวันที่ 3 พ.ย. และขึ้นสถานะ “รอพิจารณา” แล้ว
ร่างนี้แก้กฎอะไรบ้าง
ร่างของ SEC ครอบคลุมการแก้ไขกฎเงินทุนขั้นต่ำ (Rule 15c3-1) และกฎคุ้มครองทรัพย์สินลูกค้า (Rule 15c3-3) รวมถึงกฎการเก็บบันทึกและการรายงาน (Rule 17a-3 และ 17a-4) จุดที่เป็นคอขวดมาตลอดคือกฎเดิมกำหนดให้โบรกเกอร์ต้องแสดงการครอบครองหรือควบคุมหลักทรัพย์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของสินทรัพย์บนบล็อกเชนที่ใช้ Private Key ทำให้โบรกเกอร์ถูกจำกัดอยู่ในระบอบโบรกเกอร์เฉพาะกิจ และถือคริปโตที่ไม่ใช่หลักทรัพย์อย่าง Bitcoin ควบคู่กับหุ้นไม่ได้
หากแก้ไขสำเร็จ โบรกเกอร์ที่จดทะเบียนสองสถานะ เช่น Robinhood, Coinbase หรือโบรกเกอร์วอลล์สตรีทดั้งเดิม จะถือทั้งคริปโตและหุ้นในนิติบุคคลเดียวได้ โดยไม่ต้องเผชิญบทลงโทษด้านเงินทุนขั้นต่ำที่สูงเกินไป
ยังไม่ใช่การอนุมัติ เป็นแค่ขั้นตอนตรวจทาน
พาดหัวที่ว่า “ทำเนียบขาวตรวจร่าง” อาจทำให้เข้าใจผิดว่ารัฐบาลกำลังลดกฎด้วยตัวเอง ความจริงคือเป็นขั้นตอนตามปกติ เพราะคำสั่งฝ่ายบริหาร 12866 กำหนดให้หน่วยงานรัฐส่งกฎสำคัญให้ OIRA ตรวจก่อนเผยแพร่ ร่างนี้ถูกจัดเป็นกฎที่ “มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจ” คือคาดว่ามีผลต่อเศรษฐกิจปีละ $100 ล้านขึ้นไป จึงต้องผ่านการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ที่เข้มข้นขึ้น
โดยปกติ OIRA ใช้เวลาตรวจได้สูงสุดราว 90 วัน จากนั้นคณะกรรมการ SEC ต้องลงมติเผยแพร่ร่างเพื่อเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ 60 วัน ก่อนจะจัดทำกฎฉบับสุดท้าย ซึ่งหมายความว่ากว่าจะมีผลบังคับใช้ยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควร
SEC เดินหน้าเองหลังกฎหมายหลักสะดุด
ร่างนี้เป็นหนึ่งในสามโครงการเกี่ยวกับคริปโตที่ประธาน SEC Paul Atkins ระบุไว้ในแผนกฎระเบียบปี 2026 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ควบคู่กับกฎ Regulation Crypto Assets และกฎการดูแลทรัพย์สินสำหรับที่ปรึกษาการลงทุนและกองทุน ซึ่งฉบับหลังนี้ได้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า SEC และ CFTC ออกกฎผ่อนผันคริปโตเอง แม้ CLARITY Act ยังไม่ผ่านวุฒิสภา เมื่อร่างกฎหมาย CLARITY Act ไม่ผ่านการลงมติในวุฒิสภา หน่วยงานกำกับดูแลจึงหันมาปรับกฎผ่านอำนาจเดิมแทน อย่างไรก็ตามกฎที่ออกโดยหน่วยงานมีความเสี่ยงถูกท้าทายทางกฎหมาย หรือถูกยกเลิกโดยรัฐบาลชุดต่อไปได้
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณบวกเชิงโครงสร้าง แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นเกินไป เพราะตอนนี้ยังอยู่แค่ขั้นตอนตรวจทานภายใน ยังไม่รู้เนื้อหาร่างจริงด้วยซ้ำ ที่น่าสนใจคือถ้าโบรกเกอร์รายใหญ่ถือคริปโตกับหุ้นรวมกันได้จริง ช่องทางที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยในสหรัฐฯ จะเข้าถึงคริปโตก็จะกว้างขึ้นมาก สิ่งที่ควรจับตาต่อคือเมื่อไหร่ที่ OIRA ตรวจเสร็จ และ SEC จะเปิดร่างให้ชุมชนแสดงความเห็นพร้อมรายละเอียดเรื่องเงินทุนขั้นต่ำ ซึ่งเป็นตัวชี้ว่ากฎนี้ผ่อนปรนจริงแค่ไหน
ที่มา: @WatcherGuru
ภาพจาก AI
