สรุปข่าว
- Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนทำตามข้อตกลงการค้าอย่างครบถ้วนและทันที พร้อมแสดงความกังวลต่อการกระทำล่าสุดของจีน หลังหารือผ่านวิดีโอคอลกับรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง
- ข้อตกลงที่เป็นปัญหาคือ Busan Arrangement ที่ตกลงกันเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยสหรัฐฯ เน้นเรื่องการซื้อสินค้าเกษตร และการส่งมอบแร่หายากกับแร่สำคัญ ขณะที่จีนโต้กลับว่ากังวลต่อมาตรการจำกัดการค้าของสหรัฐฯ
- ต้องจับตาการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Trump กับประธานาธิบดี Xi Jinping ที่เมืองเซินเจิ้นช่วงการประชุม APEC ในเดือนพฤศจิกายนนี้
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ข่าวนี้เป็นแรงกดดันทางการทูตหลังการหารือ ยังไม่มีการประกาศภาษีใหม่หรือมาตรการที่ชัดเจน ราคา Bitcoin และ Ethereum จึงยังเคลื่อนไหวนิ่งในช่วงที่ข่าวออก แต่หากความตึงเครียดบานปลายก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ ตลาดความเสี่ยงอาจได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกร้องให้จีนทำตามข้อตกลงการค้าโดยทันที พร้อมแสดงความกังวลต่อการกระทำล่าสุดของจีน หลังหารือกับรองนายกรัฐมนตรี เหอ ลี่เฟิง ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจและการค้า การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นผ่านวิดีโอคอลเมื่อวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับวันที่ 7 พ.ย. ตามเวลาปักกิ่งและเวลาไทย

ข้อตกลงที่ถูกหยิบมาทวงคือ Busan Arrangement
จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ Bessent เรียกร้องให้จีนปฏิบัติตามข้อผูกพันภายใต้ Busan Arrangement อย่างครบถ้วนและทันที พร้อมระบุว่าความคืบหน้าต่อไปขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ข้อตกลงนี้เกิดจากการพบกันของประธานาธิบดี Trump และประธานาธิบดี Xi ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งครอบคลุมเรื่องที่จีนจะซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลือง และจัดส่งแร่หายากกับแร่สำคัญ
ในการหารือครั้งนี้ Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ร่วมคุยกับ เหอ ลี่เฟิง ด้วย และเป็นผู้ย้ำถึงภาระผูกพันของจีนเรื่องการซื้อสินค้าเกษตร รวมถึงการส่งออกแร่หายากและแร่สำคัญอื่น ๆ ซึ่งโพสต์ของ Cointelegraph ไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดส่วนนี้
จีนโต้กลับ ชี้สหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดการค้า
ด้านจีน เหอ ลี่เฟิง และกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ฝ่ายจีนได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อมาตรการจำกัดทางเศรษฐกิจและการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้ามาที่จีน แม้สองฝ่ายจะเห็นพ้องให้รักษากลไกการหารือทวิภาคีต่อไป ภาพรวมจึงไม่ใช่การที่สหรัฐฯ กดดันฝ่ายเดียว แต่เป็นการที่ทั้งสองฝ่ายต่างเรียกร้องให้อีกฝั่งปฏิบัติตามสัญญา
เมื่อเดือนกันยายน 2569 ประธานาธิบดี Trump และ Xi เคยหารือกันที่วอชิงตันและเสนอกรอบการลดภาษีตอบแทนกันราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์ รวมถึงการนำเข้าสินค้าเกษตร พร้อมขยายกรอบเวลาของข้อตกลงที่ปูซานออกไปถึงต้นปี 2570 โดยฝั่งจีนระบุว่าการซื้อสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นมีเงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องลดภาษีตามที่เสนอไว้
แรงกดดันก่อนประชุมสุดยอดที่เซินเจิ้น
การขึ้นเสียงครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Trump และ Xi ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ช่วงการประชุมสุดยอด APEC ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงมีแนวโน้มเป็นการวางตำแหน่งในการเจรจาก่อนเจอหน้ากัน ปัญหาหลักของฝั่งสหรัฐฯ คือจีนล่าช้าในการนำเข้าสินค้าเกษตรอเมริกัน และมีความล่าช้าหรือข้อจำกัดในการส่งออกแร่หายากที่ผ่านการแปรรูป ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมขยับภาษีนำเข้าเป็น 15% สัปดาห์นี้ คริปโตเสี่ยงร่วง ซึ่งสะท้อนว่านโยบายการค้าของสหรัฐฯ เคยส่งผลต่อตลาดความเสี่ยงมาแล้ว
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า ข่าวนี้ยังเป็นแค่การขึ้นเสียงทางการทูตก่อนเจรจาใหญ่ ไม่ใช่การประกาศมาตรการใหม่ ตลาดคริปโตจึงยังไม่ขยับ แต่ถ้าสองฝ่ายยังคุยกันไม่ลงตัวจนใกล้วันประชุมที่เซินเจิ้น แล้วมีการประกาศภาษีหรือข้อจำกัดเพิ่ม ตลาดอาจเริ่มระวังตัวมากขึ้น สิ่งที่ควรจับตาคือท่าทีของทั้งสองฝ่ายเรื่องแร่หายากและการลดภาษี เพราะสองเรื่องนี้คือจุดที่ต่างฝ่ายต่างใช้ต่อรองกันอยู่
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
