bitkub-banner

FinCEN และ Fed ถอนร่างกฎ Travel Rule ที่เสนอลดเกณฑ์โอนเงินข้ามประเทศเหลือ $250

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • FinCEN ภายใต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยื่นประกาศถอนร่างกฎ Travel Rule ที่เสนอตั้งแต่ปี 2020 เมื่อวันที่ 6 พ.ย.
  • เกณฑ์การเก็บข้อมูลและรายงานการโอนเงินยังคงอยู่ที่ $3,000 ไม่ถูกลดเหลือ $250 สำหรับการโอนข้ามประเทศตามที่เคยเสนอ
  • Travel Rule สำหรับคริปโตที่บังคับใช้อยู่เดิมยังไม่ถูกยกเลิก และการถอนครั้งนี้มีผลทางกฎหมายเมื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ (Federal Register) วันที่ 9 พ.ย.

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ข่าวนี้ช่วยลดภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระดานเทรดและผู้ให้บริการคริปโตในระยะยาว แต่เป็นการถอนข้อเสนอที่ยังไม่เคยมีผลบังคับใช้ จึงไม่ได้เปลี่ยนกฎที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผลต่อราคาในระยะสั้นจึงมีจำกัด

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ถอนข้อเสนอกฎ Travel Rule ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสอดแนมธุรกรรมคริปโต ตามรายงานจาก SB Recommendations เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2569 โดยสำนักงานปราบปรามอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) ของกระทรวงการคลัง และคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ร่วมกันยื่นประกาศถอนร่างกฎที่เสนอมาตั้งแต่ปี 2020 หน่วยงานทั้งสองระบุว่า “หน่วยงานจะไม่ดำเนินการใดๆ ต่อร่างกฎนี้อีก” ประกาศดังกล่าวมีกำหนดลงราชกิจจานุเบกษาสหรัฐฯ (Federal Register) วันที่ 9 พ.ย. 2569

ร่างกฎที่ถูกถอนมีเนื้อหาอย่างไร

ร่างกฎนี้เสนอโดย FinCEN และ Fed ร่วมกันเมื่อเดือนตุลาคม 2020 เพื่อแก้ไขกฎภายใต้กฎหมาย Bank Secrecy Act ข้อเสนอสำคัญคือการลดเกณฑ์การเก็บข้อมูลและส่งต่อข้อมูลผู้โอนและผู้รับ (Travel Rule) สำหรับการโอนเงินที่เริ่มต้นหรือสิ้นสุดนอกสหรัฐฯ จาก $3,000 เหลือ $250 ส่วนการโอนภายในประเทศจะคงที่ $3,000

ร่างกฎยังขยายนิยามคำว่า “เงิน” ให้ครอบคลุมสกุลเงินเสมือนที่แปลงเป็นเงินได้ (convertible virtual currency) และสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีสถานะเป็นเงินตราตามกฎหมาย ทำให้ภาระการเก็บข้อมูลครอบคลุมธุรกรรมคริปโตทั้งในและต่างประเทศ

เสียงคัดค้านและเหตุผลของการถอนร่างกฎ

ร่างกฎนี้ได้รับความคิดเห็นจากสาธารณะเกือบ 3,000 ฉบับ ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสนับสนุนวงการคริปโต สถาบันการเงิน และกลุ่มปกป้องความเป็นส่วนตัว โดยมีทั้ง Coin Center, DeFi Education Fund และ Crypto Council for Innovation ผู้คัดค้านชี้ว่าการติดตามการโอนเงินเล็กเพียง $250 สร้างภาระด้านการปฏิบัติตามกฎที่หนักเกินไปสำหรับสถาบันขนาดเล็ก และเท่ากับการสอดส่องธุรกรรมทางการเงินทั่วไปเป็นวงกว้างโดยไม่มีหมายศาล

FinCEN และ Fed ระบุเหตุผลในการถอนว่า เวลาผ่านไปกว่า 5 ปีนับจากที่ยื่นร่างกฎครั้งแรก และภูมิทัศน์ของสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงกรอบกฎหมายใหม่ เช่น GENIUS Act สำหรับ Stablecoin เปลี่ยนไปมาก หากต้องการปรับเกณฑ์การโอนข้ามประเทศในอนาคต จะต้องเริ่มกระบวนการออกกฎใหม่พร้อมเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะอีกครั้ง

ยังไม่ใช่การยกเลิก Travel Rule สำหรับคริปโต

ต้องแยกให้ชัดว่าการถอนครั้งนี้ไม่ได้ยกเลิก Travel Rule ที่ใช้อยู่ กระดานเทรดและผู้ดูแลสินทรัพย์ที่จดทะเบียนเป็น Money Services Business ยังมีหน้าที่ส่งต่อและเก็บข้อมูลผู้โอนและผู้รับสำหรับธุรกรรมคริปโตตั้งแต่ $3,000 ขึ้นไปตามแนวปฏิบัติของ FinCEN ปี 2019 เช่นเดิม กฎป้องกันการฟอกเงิน การยืนยันตัวตนลูกค้า และการรายงานธุรกรรมน่าสงสัยก็ยังคงมีผลบังคับใช้ทั้งหมด การถอนครั้งนี้เป็นเพียงการยกเลิกแผนขยายกฎให้เข้มขึ้นเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นการถอนกฎด้านการสอดส่องคริปโตครั้งที่สามภายในเวลาประมาณ 30 วัน ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 FinCEN ถอนร่างกฎ Unhosted Wallet ที่ให้สถาบันการเงินบันทึกข้อมูลคู่ธุรกรรมของกระเป๋าเก็บเองเกิน $3,000 และร่างกฎ Crypto Mixer ปี 2023 ที่จะจัดให้การผสมเหรียญข้ามประเทศเป็นประเด็นฟอกเงินสำคัญ

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า คลังสหรัฐฯ เตรียมแบน MEXC จากระบบการเงิน ปมธุรกรรมโยงอิหร่านและเกาหลีเหนือ ซึ่งสะท้อนว่าแม้จะถอนร่างกฎบางฉบับ แต่หน่วยงานรัฐยังคงบังคับใช้กฎกับกระดานเทรดที่เสี่ยงในกรณีเฉพาะอยู่


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข่าวนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับวงการในแง่ทิศทางนโยบาย เพราะการถอนร่างกฎสอดส่องคริปโตสามฉบับติดกันในเวลาไม่ถึงเดือนบ่งบอกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มลดท่าทีเข้มงวดลงจริง แต่ก็อย่าเพิ่งตีความเกินจริง เพราะกฎ Travel Rule ที่ $3,000 ยังอยู่ และข่าวเรื่องเดโมแครตเล็งออกกฎหมายคริปโตที่เข้มขึ้นหลังครองสองสภาก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา สิ่งที่ควรดูต่อคือประกาศใน Federal Reserve วันที่ 9 พ.ย. และท่าทีของหน่วยงานกำกับดูแลต่อ GENIUS Act ในช่วงต่อไป

ที่มา: @SBRecommendations

เครดิตภาพจาก @johnmorganFL